วิสัยทัศน์ของรี้ด เทรดเด็กซ์ คือ การให้ความสำคัญกับงานแสดงสินค้า RobotX ทั้ง 4 งานที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อนำอาเซียนเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0

  • วันที่ 14 พ.ค. 2561 เวลา 10:39 น.

วิสัยทัศน์ของรี้ด เทรดเด็กซ์ คือ การให้ความสำคัญกับงานแสดงสินค้า RobotX ทั้ง 4 งานที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อนำอาเซียนเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0

 

รี้ด เทรดเด็กซ์ ได้ผลักดันการขยายนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศไทย 4.0 ให้ครอบคลุมตลาดในอาเซียน โดยการนำเสนองานแสดงสินค้าใหม่ 4 งานที่สะท้อนความต้องการที่สูงขึ้นทางเทคโนโลยีด้านวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติครบวงจร ซึ่งทั้งหมดจะจัดภายใต้งานแสดงสินค้าชื่อ RobotX โดยประกอบด้วย 4 งานย่อย ได้แก่ RobotX ME ซึ่งจะจัดในเดือนมิถุนายน ตามมาด้วย RobotX METALEX, RobotX HANOI และ RobotX HCMC โดยทางผู้จัดคาดว่างานแสดงสินค้าในครั้งนี้จะเป็นงานที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีในตลาดอาเซียน

แนวโน้มของอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกได้เริ่มก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล 4.0 อย่างรวดเร็วด้วยความต้องการของวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่มากขึ้นเป็นทวีคูณ เช่นเดียวกับในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยเองก็มีการนำเข้าวิทยาการหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับความต้องการใช้งานหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก

การเติบโตของวิทยาการด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติถูกขับเคลื่อนด้วยความต้องการที่จะพัฒนาความสามารถในการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรม เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพและเสถียรภาพของการผลิต การควบคุมงบประมาณ และการเตรียมตัวรับมือกับการขาดแคลนแรงงานในอนาคตซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อจำนวนของประชากรวัยแรงงานลดลง ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ ในปัจจุบัน ประเทศไทยต้องพึ่งการใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นจำนวนมาก สถานการณ์นี้ได้ย้ำให้เห็นถึงความต้องการที่จะแทนที่แรงงานมนุษย์ด้วยวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในด้านการผลิต แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยเพียงเท่านั้น แต่ทั่วโลกก็กำลังประสบกับสถานการณ์เดียวกัน ซึ่งได้ส่งผลให้ระบบอัตโนมัติและวิทยาการหุ่นยนต์เติบโตอย่างต่อเนื่อง

รี้ด เทรดเด็กซ์ ในฐานะผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้า ได้นำเทคโนโลยีใหม่เข้ามารองรับความต้องการด้านอุตสาหกรรมการผลิต เรามีฐานผู้สนใจเข้าชมงานแสดงสินค้าจำนวนกว่า 250,000 คน ดังนั้น การเปิดตัวงานแสดงสินค้านวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ทั้ง 4 งานซึ่งจะจัดแสดงร่วมกับงานแสดงสินค้าปกติของเราจึงเป็นยุทธวิธีสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่นำสินค้ามาแสดงในงาน ด้วยว่างานในครั้งนี้จะสามารถดึงดูดผู้เข้าชมที่เป็นตัวแทนฐานกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สนใจและต้องการวิทยาการหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติให้เข้ารับชมสินค้าได้ งานแสดงสินค้าทั้ง 4 งานนี้ได้นำแบรนด์ชั้นนำระดับโลกจากหลากหลายประเทศกว่า 30 รายมาร่วมแสดง ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์จากสหรัฐฯ เยอรมนี สวีเดน อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน จีน และไทย ซึ่งถือเป็นการรวมตัวที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนและยังเป็นฐานทางเทคโนโลยีที่มีกำลังสูง สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตได้ในทุกระดับ ทั้งธุรกิจขนาดเล็ก กลาง และใหญ่

เด็บบี อีแวนส์ ประธานกรรมการ รี้ด เอ็กซ์ฮิบิชั่นส์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้/ออสเตรเลีย ได้ชี้ให้เห็นว่า "ทิศทางสำหรับงานแสดงเทคโนโลยีด้านวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติด้านอุตสาหกรรมกำลังก้าวไปสู่การเติบโตแบบเฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มของงานแสดงสินค้านวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบหุ่นยนต์ หรือการให้บริการของหุ่นยนต์ งานแสดงสินค้าประเภทนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งผู้แสดงสินค้าและผู้เข้าชม ในปี2563 คาดว่า การผลิตหุ่นยนต์จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 61.4 ล้านชุด จากเดิม 8.8 ล้านชุดในปี 2558 ซึ่งความต้องการของวิทยาการหุ่นยนต์ด้านอุตสาหกรรมมีจำนวนสูงใน 5 ภาคอุตสาหกรรมด้วยกัน คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมการไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเหล็ก และอุตสาหกรรมยาง พลาสติก และการผลิตอาหาร นอกจากนี้ รายงานของ International Federation of Robotics (IFR) ยังได้สะท้อนไปในทิศทางเดียวกันกับสถิติข้างต้น โดยคาดการณ์ว่า ในปี 2562 ผู้ผลิตรายใหม่จำนวน 1.4 ล้านรายเป็นอย่างน้อยจะหันมาใช้งานวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดย 65% ของจำนวนทั้งหมดนี้จะอยู่ในทวีปยุโรป และการเติบโตจะเห็นได้ชัดในผู้ผลิตขนาดเล็กและขนาดกลางทั่วโลก"

"ภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยนั้น ถือเป็นฐานการผลิตสำคัญที่มีอัตราการเติบโตของนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับสภาพแวดล้อมที่นำไปสู่การใช้งานเทคโนโลยีหุ่นยนต์ขั้นสูงในกระบวนการการผลิต ที่ซึ่งความต้องการแรงงานที่มีทักษะที่สามารถรองรับการผลิตที่เติบโตอย่างต่อเนื่องได้นั้นอยู่ในภูมิภาคนี้ กลุ่มบริษัท รี้ด เอ็กซ์ฮิบิชั่นส์ จึงได้เลือกประเทศไทยเพื่อเปิดตัว RobotX ในงาน Manufacturing Expo ในเดือนมิถุนายน เนื่องจากงานนี้เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้ผลิตชาวไทย โดยเป็นโอกาสดีที่ผู้ผลิตชาวไทยจะได้เห็นเทคโนโลยีการผลิตล่าสุดที่ใช้ในฐานการผลิตทั่วโลก ในขณะเดียวกัน ผู้แสดงสินค้าซึ่งเป็นลูกค้าของเราทั่วโลกก็จะได้มีโอกาสขยายธุรกิจด้วยตนเองหรือผ่านทางเจ้าหน้าที่ประจำภูมิภาคอาเซียนของเราทั้งในประเทศไทยและเวียดนามอีกด้วย"

อิสระ บุรินทรามาตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ความต้องการวิทยาการหุ่นยนต์มีมากขึ้นในทุกอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งไทยและเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้นโยบาย ประเทศไทย 4.0 รัฐบาลไทยมุ่งส่งเสริมนโยบายลดภาษีนำเข้าให้แก่นักลงทุนรายใหญ่และขนาดกลางผ่านทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่นักลงทุนรายย่อยผ่านทางสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฯ ดังนั้น ปัญญาประดิษฐ์และวิทยาการหุ่นยนต์จึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างสูงทั้งการนำเข้าจากต่างประเทศและการผลิตภายในประเทศเอง

การจัดแสดง RobotX 4 รายการ

เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ผลิตพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีการผลิตและส่งเสริมให้มีการนำระบบการผลิตอัตโนมัติและวิทยาการหุ่นยนต์มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น รี้ด เทรดเด็กซ์ ได้จัดสัมมนาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการวางแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ตรงจากผู้ผลิตที่กำลังก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงหรือกำลังเติบโตไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับผู้ผลิตเพื่อให้ได้มีโอกาสเรียนรู้และมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในการรับมือกับปัญหาต่างๆ และตัดสินใจได้อย่างทันท่วงทีหากได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลง

การจัดงานแสดงสินค้าครั้งนี้ยังถือเป็นเวทีกลางสำหรับการขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจในกลุ่มผู้ผลิตในระดับภูมิภาคอาเซียนตามแนวทางของการยกระดับภาคอุตสาหกรรมสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 โดยเชื่อว่า ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะได้รับประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่

งานแสดงสินค้าครั้งนี้ถือเป็นการแสดงวิทยาการหุ่นยนต์และเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติที่ครบวงจรมากที่สุด และคาดว่าในอีกสามปีข้างหน้า การจัดงานแสดงสินค้าประเภทนี้จะสามารถสร้างเม็ดเงินให้แก่ภาคอุตสาหกรรมการพัฒนาวิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติได้อย่างน้อย 10,000 ล้านบาท

ข่าวอื่นๆ