สานพลังประชารัฐบึงบางซื่อ ผนึกกำลังฟื้นฟูชุมชนแออัดสู่ชุมชนต้นแบบบึงน้ำสวนสาธารณะ

วันที่ 11 เม.ย. 2561 เวลา 11:01 น.
 

(9 เม.ย. 61) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมพิธีเปิดโครงการสานพลังประชารัฐ การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี คณะผู้บริหารและข้าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารเอชซีจี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ได้แก่ เอสซีจี สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) การรถไฟแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตจตุจักร สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กรมธนารักษ์ และประชาชนในชุมชน ร่วมพิธี ณ พื้นที่บึงบางซื่อ เขตจตุจักร

โครงการสานพลังประชารัฐ การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ เขตจตุจักร เป็นความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ได้แก่ เอสซีจี สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) การรถไฟแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตจตุจักร สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และกรมธนารักษ์ ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นความร่วมมือของภาครัฐเอกชนและชุมชนเป็นอย่างรูปธรรม ที่ช่วยนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด ซึ่งมีปัญหาทั้งในเรื่องของสุขอนามัย ความปลอดภัย รวมทั้งการเข้าถึงระบบการบริการของภาครัฐ ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากไม่มีทะเบียนราษฎร์ รัฐบาลเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงเข้ามาจัดระเบียบเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิพื้นฐานเท่าเทียมกันโครงการดังกล่าวจึงถือเป็นต้นแบบที่เป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามโครงการประชารัฐ พร้อมสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนฐานราก เฉพาะการส่งเสริมด้านอาชีพและการจัดหาที่อยู่อาศัยในแต่ละพื้นที่เพื่อสร้างสภาพแวดล้อม ที่ดีให้เกิดขึ้นในชุมชน

ทั้งนี้ โครงการสานพลังประชารัฐ การพัฒนาพื้นที่บึงบางซื่อ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 61 ไร่ ในอดีตเมื่อ 100 ปีที่แล้ว เคยเป็นแหล่งวัตถุดิบในการผลิตปูนซีเมนต์ของโรงงานปูนซีเมนต์บางซื่อ ซึ่งสมัยนั้นนับว่าอยู่ห่างไกลจากใจกลางเมืองอย่างมาก เอสซีจีจึงได้จัดสร้างบ้านพักให้กับคนงานและครอบครัวในบริเวณโดยรอบ จนเมื่อหยุดการใช้งานในปี 2511 จึงได้ปรับพื้นที่เป็นบึงน้ำสาธารณะ จากนั้นมีประชาชนทยอยมาสร้างที่พักอาศัยเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ประกอบด้วย 5 ชุมชน รวมประมาณ 250 หลังคาเรือน มีประชากรประมาณ 1,300 คน มีสภาพความเป็นอยู่แออัด ไม่สามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ อาทิ น้ำประปา ไฟฟ้า การจัดการขยะ ถนนเข้าออก และเกิดปัญหาต่างๆ หลายประการ ซึ่งเอสซีจีมุ่งหวังที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งได้เห็นว่าปัจจุบันบึงบางซื่อเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองที่มีบึงน้ำขนาดใหญ่ สามารถพัฒนาเป็นแก้มลิง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และยังเป็นปอดแห่งใหม่ เป็นแหล่งพักผ่อนของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้มอบที่ดินบริเวณนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม เมื่อมีโครงการสานพลังประชารัฐเข้ามาช่วยสนับสนุน ทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2559 เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนบึงบางซื่อเป็นหัวใจสำคัญ

สำหรับแผนการพัฒนาแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนและการพัฒนาบึงน้ำสาธารณะ โดยการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชน จะก่อสร้างที่พักอาศัยทั้งสิ้น 197 ยูนิต เป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 60 ยูนิต อาคารชุดพักอาศัย 4 ชั้น 3 อาคาร 133 ยูนิต และบ้านกลางสำหรับผู้สูงอายุ ที่ไม่มีผู้ดูแลและไม่มีรายได้อีก 4 ยูนิต โดยจัดพื้นที่ส่วนกลางสำหรับกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคส่วนกลาง คาดว่าในส่วนของที่พักอาศัยจะแล้วเสร็จในปี 2563 จากนั้นจึงจะพัฒนาบึงน้ำสาธารณะเพื่อการใช้ประโยชน์ต่อไป ทั้งนี้ความร่วมมือประกอบด้วย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สนับสนุนสินเชื่อเพื่อให้ชุมชนมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของบ้าน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนับสนุนงบประมาณดำเนินงาน 200 ล้านบาท ช่วยเติมเต็มให้ชุมชนได้บ้านที่เสร็จสมบูรณ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย อนุญาตให้เช่าใช้ที่ดินเป็นทางเข้า-ออก สำนักงานเขตจตุจักร อนุญาตการก่อสร้างในพื้นที่ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สร้างการมีส่วนร่วมและความเข้มแข็งให้กับชุมชน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สนับสนุนการปรับปรุงสะพานปากทางถนนเข้า-ออก กรุงเทพมหานคร แสดงเจตนารมณ์ร่วมพัฒนาบึงน้ำสวนสาธารณะ กรมธนารักษ์ รับมอบและดูแลที่ดินจาก เอสซีจี ซึ่งจะเป็นหลักประกันที่มั่นคงต่อชุมชนสืบไป

นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังมุ่งหวังให้เป็นต้นแบบการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน 4 ด้าน คือ ต้นแบบโครงการสานพลังประชารัฐ ที่ขับเคลื่อนโดยพลังประชารัฐอย่างแท้จริง ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน ต้นแบบที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง ที่คำนึงถึงการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าจากที่ดินใจกลางเมืองที่มีราคาสูง ออกแบบให้เหมาะกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน ต้นแบบการมีส่วนร่วมของผู้อยู่อาศัย ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการออกแบบตามวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองในทุกขั้นตอน และต้นแบบบึงน้ำสวนสาธารณะ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นบึงน้ำ สามารถพัฒนาเป็นแก้มลิงกักเก็บน้ำของกรุงเทพมหานคร ช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมทั้งปรับปรุงพัฒนาให้มีความร่มรื่น สวยงาม เหมาะเป็นสถานที่ออกกำลังกาย และแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ โครงการนี้จึงถือเป็นโครงการสานพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่เป็นรูปธรรม สามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนในรูปแบบภาคีเครือข่าย เป็นต้นแบบในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิต ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชนเมืองในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปได้อย่างแท้จริง

บางกอกใหญ่ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทย จัดกิจกรรมวันผู้สูงอายุ ประจำปี 2561

(10 เม.ย. 61) เวลา 10.30 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดงานกิจกรรมวันผู้สูงอายุ ประจำปี 2561 โดยมีนางสาวกรุณา ธูปเทียนหอม ผู้อำนวยการเขตบางกอกใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตบางกอกใหญ่ ประชาชนและผู้สูงอายุในพื้นที่ ร่วมกิจกรรม ณ โรงเรียนวัดราชสิทธาราม เขตบางกอกใหญ่

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานเขตบางกอกใหญ่ ได้จัดกิจกรรมวันผู้สูงอายุ ประจำปี 2561 เพื่อส่งเสริมและสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทยให้คงอยู่ต่อไป รวมถึงเป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณค่าและทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมมาโดยตลอด โดยมีผู้สูงอายุในพื้นที่เขตบางกอกใหญ่มาร่วมกิจกรรม จำนวน 400 คน สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหาร และถวายเครื่องไทยธรรม พิธีสรงน้ำพระพุทธรูป พิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ การแสดงบนเวที กิจกรรมให้บริการในด้านต่างๆ อาทิ บริการตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพ บริการ ตรวจวัดสายตา บริการฝึกวิชาชีพระยะสั้น และบริการตัดผม ซึ่งนอกจากวันที่ 13 เม.ย. ของทุกปี เป็นวันผู้สูงอายุแล้ว ดอกลำดวนถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของผู้สูงอายุ เนื่องจากต้นลำดวนเป็นพืชยืนต้นให้ความร่มเย็น ให้ร่มเงา มีอายุยืน มีใบเขียวตลอดปี และดอกมีสีนวล กลิ่นหอม กลีบแข็งไม่ร่วงง่าย เหมือนดั่งผู้ทรงวัยวุฒิ ที่คงคุณธรรมความดีงามไว้ให้เป็นแบบอย่างแก่ลูกหลานตลอดไป

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ จะมีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและสืบสานประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย กิจกรรมการปฏิบัติในวันสงกรานต์ จะมีลักษณะของความเป็นไทยมากกว่ากิจกรรมวันปีใหม่ โดยวันที่ 13 เม.ย. ของทุกปี มีสิ่งที่สำคัญมากกว่าวันขึ้นปีใหม่ คือ เป็นวันผู้สูงอายุ ในช่วงเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร รวมทั้งภาครัฐ ได้ให้ความสนใจ ใส่ใจ และให้ความสำคัญในวันผู้สูงอายุ โดยเฉพาะสำนักงานเขตบางกอกใหญ่ ที่ได้ให้ความสำคัญในวันดังกล่าว โดยจัดกิจกรรมวันผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องทุกปี มีผู้สูงอายุให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ดีผู้สูงอายุที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ เป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ยังมีผู้สูงอายุในพื้นที่เขตบางกอกใหญ่อีกจำนวนมาก ที่อยากมาร่วมกิจกรรม แต่อาจจะติดปัญหาในการเดินทาง ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย อายุมาก หรืออาจจะมีลักษณะการติดเตียง ไม่สามารถออกจากบ้านไปไหนมาไหนได้สะดวก ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว อีกทั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้ความสำคัญในการดูแลผู้สูงอายุ ไม่ใช่ในวันที่ 13 เม.ย. เพียงวันเดียว แต่จะให้ บริการผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในบ้าน ไม่สามารถเดินทางออกมาทำกิจกรรมข้างนอกได้ ทั้งนี้ผู้สูงอายุนับเป็นบุคคลสำคัญที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ มีส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนาเขตบางกอกใหญ่ โดยทุ่มเท เสียสละ และปฏิบัติภารกิจมาไม่น้อยกว่า 60-70 ปี การจัดงานกิจกรรมผู้สูงอายุในวันนี้ เปรียบเสมือนการรำลึกและให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุทุกท่าน ที่มุ่งมั่นทำงาน ทำคุณงามความดี และทำประโยชน์ให้ประเทศชาติมาเป็นเวลานาน อีกทั้งเป็นผู้ทรงความรู้ ภูมิปัญญา และแบบอย่างที่ดีให้ลูกหลานเจริญรอยตามสืบไป

ตัดท่อระบายน้ำ สร้าง 7 บ่อพักทดแทน แก้น้ำท่วมขังจุดก่อสร้างรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน

(10 เม.ย. 61) เวลา 09.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่จุดก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่มีผลกระทบต่อปัญหาน้ำท่วมขังและการระบายน้ำในพื้นที่ บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบางแค ระหว่างซอยเพชรเกษม 62/3-4 เขตบางแค โดยมีข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตบางแค และผู้แทนการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ที่มีผลกระทบต่อปัญหาน้ำท่วมขังและการระบายน้ำในพื้นที่เขตบางแค บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบางแค ถนนเพชรเกษม พบว่าบริเวณดังกล่าวการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ทำการตัดท่อระบายน้ำของกรุงเทพมหานครออกไป และจะดำเนินการก่อสร้างบ่อพักทดแทน จำนวน 7 บ่อ พร้อมทั้งเชื่อมท่อระบายน้ำเดิมกับบ่อพัก เพื่อรองรับน้ำฝนจากสถานีรถไฟฟ้าบางแค อย่างไรก็ตามบริเวณถนนดังกล่าว มีสภาพผิวจราจรเป็นแอ่งกระทะ ประกอบกับซอยเพชรเกษม 62/4 มีระดับสูงกว่าผิวจราจรบนถนนเพชรเกษม เมื่อฝนตกในปริมาณที่เกิน 60 มม. น้ำฝนบนพื้นถนนและในท่อระบายน้ำ จึงไหลมารวมกันบริเวณจุดก่อสร้างดังกล่าว ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังบนพื้นผิวจราจร ที่ผ่านมาสำนักการระบายน้ำได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 2 เครื่อง บริเวณคลองราชมนตรี เพื่อดึงน้ำที่ท่วมขังบนถนนเพชรเกษม ตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าบางแค มาลงที่คลองราชมนตรี อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ และสำนักงานเขตบางแค ประสานกับทาง รฟม. เพื่อติดตามการก่อสร้างบ่อพักในส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จ ตลอดจนการต่อเชื่อมบ่อพักกับท่อระบายน้ำเดิม จากนั้นให้ทดสอบประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ซึ่งหลังจากตัดท่อระบายน้ำออก 1 จุด แล้วสร้างบ่อพักทดแทน 7 บ่อ จะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ นอกจากนี้ให้สำรวจความลาดเอียงของท่อระบายน้ำ เพื่อดูทิศทางการไหลของน้ำ ถ้าท่อระบายน้ำมีประสิทธิภาพในการระบายน้ำได้ดี ก็ไม่มีความจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อดึงน้ำลงคลองราชมนตรี

กทม. เตรียมบรรจุครูกรณีพิเศษ แก้ปัญหาโอนย้าย รุ่นแรก พ.ค. นี้

(10 เม.ย. 61) นางวรรณวิไล พรหมลักขโณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนางฐานิตา แพร่วานิชย์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา นางชมจิตร พงษ์เสมา ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพครู (สอบสัมภาษณ์) ในการคัดเลือกบุคลากรตามโครงการความร่วมมือการผลิตครูกรณีพิเศษ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกรุงเทพมหานคร เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูกรุงเทพมหานครตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ณ โรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ เขตบางกะปิ

สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับมหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยราชภัฏในกรุงเทพมหานคร จำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี เปิดรับนิสิตนักศึกษาครูชั้นปีที่ 5 ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อคัดเลือกเข้ารับบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ จำนวน 5 กลุ่มวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ อนุบาลศึกษา และคณิตศาสตร์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของกรุงเทพมหานคร ที่เกิดจากการโอนย้ายกลับภูมิลำเนา ซึ่งในวันนี้มีสถาบันการศึกษา ที่เข้าร่วมโครงการ 6 สถาบัน คือ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี โดยสถาบันการศึกษาคัดเลือกนิสิตนักศึกษาครูหลักสูตร 5 ปี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และมีผลการเรียนเฉลี่ยวิชาเอก 3.0 ขึ้นไป ซึ่งมีนิสิตนักศึกษาที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์เข้ารับการคัดเลือก รวม 88 คน จากจำนวนทั้งหมด 90 อัตรา ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้บรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูกรุงเทพมหานคร ตำแหน่งครูผู้ช่วย จะต้องปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครครบ 8 ปีก่อนจึงสามารถขอโอนย้ายได้

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การเปิดคัดเลือกครูกรุงเทพมหานครในลักษณะดังกล่าวเป็นการจัดขึ้นครั้งแรก กรุงเทพมหานครรู้สึกยินดีที่นิสิตนักศึกษาทุกคนที่เข้ารับการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพครูในวันนี้อยากจะเข้ามาเป็นครูของกรุงเทพมหานคร ขอให้ทุกคนตั้งใจสอบ การเป็นบุคลากรของกรุงเทพมหานครนั้นมีความก้าวหน้าให้กับทุกคน นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนให้สูงขึ้นต่อไปอีกด้วย โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทุกคนจะเริ่มทำงานในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครในเดือน พ.ค. 61 ซึ่งทันกับการเปิดภาคเรียนหน้า สำหรับการจัดการเรียนการสอนให้เด็กกรุงเทพมานครนั้นนอกจากจะส่งเสริมให้เด็กได้เรียนหนังสือแล้ว ยังสนับสนุนให้เด็กมีความสุขในการเรียนและทำกิจกรรม รวมถึงมีการเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้ทางด้านสายอาชีพควบคู่กับการเรียนตามปกติด้วย ซึ่งเมื่อทุกคนได้รับการคัดเลือกเข้ารับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูกรุงเทพมหานคร ตำแหน่งครูผู้ช่วยแล้ว ก็จะทราบรายละเอียดงานต่างๆ ของกรุงเทพมหานครได้ ขอให้ทุกคนโชคดีและผ่านการคัดเลือกเข้ามาเป็นครูของกรุงเทพมหานครทุกคน

ครบรอบ 19 ปี รพ.ราชพิพัฒน์ เพิ่มประสิทธิภาพการบริการแก่ประชาชนย่านฝั่งธนฯ

(10 เม.ย. 61) เวลา 09.00 น. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ครบรอบ 19 ปี ภายใต้ชื่องาน “เชิดชูคุณธรรม ก้าวล้ำวิทยาการ โรงพยาบาลแห่งครอบครัว” พร้อมมอบของที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการคุณ มอบโล่เชิดชูเกียรติแก่บุคลากรดีเด่นของโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ มอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดีและขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 4 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนราชวินิตบางแคปานขำวิทยา โรงเรียนวัดพรหมสุวรรณสามัคคี โรงเรียนคลองทวีวัฒนา และโรงเรียนหมู่บ้านเศรษฐกิจ อีกทั้งมอบทุนการศึกษาแก่บุตรของบุคลากรโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โดยมี นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร รองผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ และคณะผู้บริหารสำนักการแพทย์ กทม. นางสุรีย์ วาดเขียน ผู้อำนวยการเขตบางแค ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ ร่วมพิธี ณ ห้องประชุม ท.ลดาวัลย์ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ซึ่งในโอกาสนี้โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ยังได้จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ พิธีสรงน้ำพระ และพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นประเพณีวัฒนธรรมไทยแต่โบราณที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โรงพยาบาลราชพิพัฒน์เป็นโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในสังกัดกรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการแก่ประชาชนในย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้ได้รับความสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสามารถดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการพัฒนาเสริมศักยภาพของแพทย์และพยาบาลให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยมุ่งเน้นการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขอย่างครบวงจร และที่สำคัญโรงพยาบาลแห่งนี้ยังมีศูนย์การเรียนรู้การรักษาแบบประคับประคองในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ซึ่งเป็นการบริการแบบพิเศษเพื่อให้ผู้ป่วยมีชีวิตและสุขภาพแข็งแรงโดยเร็ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป จนเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลการให้บริการดีเด่นของกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2560 และในปี 2561 นี้ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เปิดสอนแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ครอบครัวเป็นแห่งแรกในกรุงเทพมหานคร โดยได้รับการอนุมัติจากแพทย์สภา ซึ่งเป็นไปตามนโยบาย Now “ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที” ในนโยบายที่ 4 คุณภาพชีวิตที่ดี (CARE) : ดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน Bangkok Special Care ดูแลผู้สูงอายุเป็นพิเศษ ด้วยการเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว และความใส่ใจเป็นพิเศษ ในการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้ผู้สูงอายุและประชาชนมีสุขภาพดี และคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

กทม. รณรงค์ "สงกรานต์ กทม.ปลอดภัย ไม่ดื่ม ไม่ลวนลาม ไม่ซิ่ง"

(10 เม.ย. 61) นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ "สงกรานต์ กทม. ปลอดภัย ไม่ดื่ม ไม่ลวนลาม ไม่ซิ่ง" ณ ถนนข้าวสาร เขตพระนคร เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงดงามของไทย ควบคู่ไปกับความปลอดภัยของประชาชนที่มาร่วมงานสงกรานต์ ภายใต้นโยบายการจัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ “กทม. ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” โดยมี พญ.วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เขตพระนคร กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กระทรวงสาธารณสุข กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร (ปปส.กทม.) กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานครือข่ายองค์กรงดเหล้า มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเป็นการสืบสานและดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันงดงามของไทย ควบคู่ไปกับความปลอดภัยของประชาชนที่มาร่วมงานสงกรานต์ จึงมีนโยบายการจัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ กทม. ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยให้ทุกสำนักงานเขตและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เข้มงวด กำกับ ดูแลให้การเล่นน้ำสงกรานต์มีความปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปลอดการลวนลาม การกระทำอนาจาร การคุกคามทางเพศ และการใช้ความรุนแรงต่างๆ ทั้งนี้ในปี 2561 กรุงเทพมหานครจะมีการจัดงานเทศกาลมหาสงกรานต์ ณ สวนลุมพินี ระหว่างวันที่ 12–15 เม.ย. 61 นอกจากนี้ยังจัดให้มีพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 79 พื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งการร่วมรณรงค์การจัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ปลอดภัยและปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น กรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้สำนักงานเขต ประกาศใช้มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ กทม. ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2561 และมีการประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือจากประชาชนเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสุภาพ ไม่ใช้ความรุนแรง ห้ามใช้อุปกรณ์ที่ปรับแต่งพิเศษ เช่น ท่อน้ำที่มีแรงดันสูง และห้ามการกระทำอนาจารและคุกคามทางเพศต่อเด็กและสตรี รวมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ประกอบกิจการให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อย่างเคร่งครัดในการไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ไม่ส่งเสริมการขาย จำกัดพื้นที่ในการขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้กรุงเทพมหานครขอขอบคุณหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและ ภาคประชาชน ที่ร่วมสนับสนุนให้กรุงเทพมหานครดำเนินการจัดงานสงกรานต์ กทม. ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่วมกันรณรงค์และสร้างค่านิยมตามวัฒนธรรมการเล่นน้ำที่ดีของไทย ให้ประชาชนทุกคนมีความสุขและความปลอดภัยควบคู่กันไปตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ทั้งในปีนี้และปีต่อๆ ไป

ดุสิตจัดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ สืบสานประเพณีไทย ปี 2561

(10 เม.ย. 61) เวลา 08.30 น. นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ เขตดุสิต ประจำปี 2561 โดยมีนายบรรลือ สุกใส ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเขตดุสิต ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานสภาวัฒนธรรมเขตดุสิต ผู้สูงอายุ ผู้แทนชุมชน ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานีตำรวจนครบาลในพื้นที่ กองพันทหารม้าที่ 4 กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกิจกรรม ณ สำนักงานเขตดุสิต กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การมอบเกียรติบัตรให้ผู้สูงอายุที่สุขภาพแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้บุตรหลาน และผู้สูงอายุที่ทำคุณประโยชน์ให้สังคม จำนวน 9 ราย การสรงน้ำพระพุทธชินสีห์ พระพุทธรูปประจำสำนักงานเขตดุสิต พิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการ ลูกจ้าง และผู้มาร่วมกิจกรรม พิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ และมอบของขวัญให้ผู้สูงอายุในพื้นที่เขตดุสิต จำนวน 60 คน

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวชื่นชมที่ทุกภาคส่วนเล็งเห็นถึงความสำคัญและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทย โดยได้ตระหนักถึงคุณค่าของผู้สูงอายุ รวมถึงการให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุในครอบครัวและชุมชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างชุมชน พร้อมกันนี้ขอความร่วมมือทุกคนร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีไทยให้คงอยู่คู่คนไทย อีกทั้งเล่นน้ำสงกรานต์ตามวิถีไทย ประหยัดน้ำ ปลอดภัย และมีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ผลการเลือกตั้งกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ อย่างไม่เป็นทางการ

(9 เม.ย. 61) นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจหน่วยเลือกตั้งกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ในคณะอนุกรรมการสามัญข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) เขตพระนคร โรงพยาบาลกลาง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โรงเรียนวัดราชผาติการาม (ใต้สะพานซังฮี้) เขตดุสิต และอาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม.2 เขตดินแดง ซึ่งบรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีข้าราชการกรุงเทพมหานคร มาใช้สิทธิลงคะแนนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ในคณะอนุกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ จำนวน 8 คน ผลการลงคะแนนอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่า หมายเลข 1 นายสุพิศ นิจสุนกิจ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญการ สถานีดับเพลิงทุ่งครุ ได้ 3,968 คะแนน หมายเลข 2 นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย ได้ 5,581 คะแนน หมายเลข 3 นายเกรียงไกร จงเจริญ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ได้ 7,881 คะแนน หมายเลข 4 นายชนะพนธิ์ ศรีรัตนพัฒน์ ผู้อำนวยการเขตบางนา ได้ 7,084 คะแนน หมายเลข 5 นายยอดขวัญ จุณณะปิยะ ผู้อำนวยการเขตตลิ่งชัน ได้ 7,470 คะแนน หมายเลข 6 พญ.สิรินาถ เวทยะเวทิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตากสิน ได้ 8,655 คะแนน หมายเลข 7 นางสาวอรัญญา พรไชยะ ผู้อำนวยการกองระบบงาน สำนักงาน ก.ก. ได้ 6,664 คะแนน และหมายเลข 8 นายวุฒิภัทร คำประกอบ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง ได้ 6,046 คะแนน โดยผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 4 อันดับแรก ได้แก่ หมายเลข 6, 3, 5 และหมายเลข 4 เป็นผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ ในคณะอนุกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ

การเลือกตั้งคณะอนุกรรมการฯ ครั้งนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 21,089 คน มาใช้สิทธิลงคะแนน จำนวน 18,989 คน คิดเป็นร้อยละ 90.04 ผู้ไม่มาใช้สิทธิ จำนวน 2,100 คน คิดเป็นร้อยละ 9.96 บัตรดี 18,465 บัตร คิดเป็นร้อยละ 97.24 บัตรเสีย 524 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.76

สำหรับ อ.ก.ก.สามัญข้าราชการสามัญ เป็นองค์กรบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ มีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2554 ดังนี้ 1. พิจารณากำหนดนโยบาย ระบบ และเบียบวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญในกรุงเทพมหานคร ที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานที่ ก.ก. กำหนด 2. เสนอแนะต่อ ก.ก. เพื่อให้ความเห็นชอบในการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงาน การจัด และการพัฒนาหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร 3. พิจารณาเกลี่ยอัตรากำลังระหว่างหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร 4. กำหนดนโยบาย กำกับ ดูแล และส่งเสริมเกี่ยวกับการพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนคติที่ดี คุณธรรม และจริยธรรม อันจะทำให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. พิจารณากำหนดตำแหน่ง จำนวน ประเภทตำแหน่ง สายงาน และระดับของตำแหน่งข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความไม่ซ้ำซ้อน และความประหยัดเป็นหลัก ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ก. กำหนด และเป็นไปตามกรอบอัตรากำลังและมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่ ก.ก. กำหนด และ 6. ปฏิบัติการอื่นตามพระราชบัญญัติ และช่วยเหลือ ก.ก. ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ตามที่ ก.ก. มอบหมาย

กทม. เปิดงาน "ตากสินสุขสราญ สงกรานต์เริงใจ" สืบสานประเพณีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ

(10 เม.ย. 61) เวลา 13.00 น. นพ.พิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน "ตากสินสุขสราญ สงกรานต์เริงใจ" ประจำปี 2561 เพื่อธำรงไว้ซึ่งประเพณีสงกรานต์ปีใหม่ไทย อันเปรียบเสมือนสายใยความผูกพันแห่งอดีตและปัจจุบัน แสดงความรัก เคารพ และให้เกียรติผู้สูงอายุ โดยภายในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การจำหน่ายอาหารคาวหวานรสชาติดีของคลองสาน การแสดงรำสี่ภาคการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งเสียงใส พิธีสรงน้ำพระพุทธพากูลรังสฤษดิ์ (จำลอง) และพิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ โดยมีคณะผู้บริหารสำนักการแพทย์ สำนักการศึกษา ข้าราชการ บุคลากร และชมรมผู้สูงอายุของโรงพยาบาลตากสิน ร่วมพิธี ณ ห้องประชุมลิมอักษร ชั้น 6 อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลตากสิน เขตคลองสาน

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้เห็นถึงความรักความสามัคคีของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตากสินที่ได้ร่วมมือร่วมใจจัดกิจกรรมเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ให้คงไว้ในสังคมไทย สำหรับสังคมไทยไม่มีสิ่งใดจะประเสริฐมากไปกว่าความกตัญญูต่อผู้ใหญ่และผู้มีพระคุณ ซึ่งสังคมไทยแต่เดิมมีความผูกผันกับสมาชิกในครอบครัว ทั้งต่อวงศาคณาญาติและบรรพบุรุษ เมื่อถึงวันสงกรานต์จึงเสมือนวันที่จะแสดงความเคารพ กตัญญูต่อผู้มีพระคุณที่มีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้ว ซึ่งการรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ก็เป็นการแสดงความกตัญญู ความรัก และความเคารพอีกด้วย

กทม. แจ้งแนวทางจัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ กทม. ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นายสุนทร สุนทรชาติ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. เปิดเผยถึงผลการประชุมหารือร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อาทิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 10 สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เพื่อบูรณาการจัดงานสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2561 ให้การจัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่สำนักงานเขต 50 เขต เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีการปฏิบัติที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยได้กำหนดแนวทางการจัดพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ กทม. ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประจำปี 2561 ดังนี้ ให้สำนักงานเขตคัดเลือกพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ กทม. ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เหมาะสม พร้อมทั้งจัดทำประกาศ เรื่อง มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ กทม. ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขอความร่วมมือกับประชาชนที่เข้าร่วมงานงดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การกระทำอนาจาร การคุกคามทางเพศ และการใช้ความรุนแรงต่างๆ รวมถึงประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการ ร้านค้า และประชาชน ไม่ขายหรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาที่ห้ามขาย งดการเร่ขาย โฆษณาส่งเสริมการขาย และห้ามไม่ให้มีการขายและดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ประกอบด้วย วัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา สถานบริการสาธารณสุขของรัฐและร้านขายยา สถานที่ราชการ สถานศึกษา สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง สวนสาธารณะของทางราชการและบนทางสาธารณะ นอกจากนี้ให้ประสานความร่วมมือกับตำรวจนครบาลในพื้นที่ เพื่อร่วมกันปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างบูรณาการ พร้อมทั้งจัดตั้งกองอำนวยการเพื่อเฝ้าระวังเหตุการณ์ต่างๆ และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งนี้สำนักอนามัย กทม. จะร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงการเล่นน้ำสงกรานต์ กทม. ปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ณ ถนนข้าวสาร เขตพระนคร และบริเวณถนนสีลม เขตบางรัก อีกด้วย