นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี ตรวจติดตามการดำเนินงานการขับเคลื่อนงานนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมมอบนโยบายการทำงานให้แก่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

วันที่ 30 มี.ค. 2561 เวลา 18:44 น.
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี ตรวจติดตามการดำเนินงานการขับเคลื่อนงานนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมมอบนโยบายการทำงานให้แก่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
 

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2561 เวลา 09.30 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี ตรวจติดตามการดำเนินงานการขับเคลื่อนงานนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมมอบนโยบายการทำงานให้แก่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประธานสภาท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ท้องถิ่นจังหวัด ท้องถิ่นอำเภอ ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ณ อาคารรวมใจ เทศบาลเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี จากนั้นในเวลา 11.00 น. ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงสุนัข สังกัดเทศบาลเมืองสระบุรี ตำบลพุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี โดยมีนายบัณฑิต เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ให้การต้อนรับ

อธิบดีกล่าวถึงการดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายฉบับได้กำหนดอำนาจหน้าที่ในการป้องกันและระงับโรคติดต่อ หรืออำนาจหน้าที่ในด้านการสาธารณสุขไว้อย่างชัดเจน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดในการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า และยังได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานฯ โดยมีการบรรจุหรือปรับแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี ให้มีโครงการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า และตั้งงบประมาณการดำเนินงานโครงการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าไว้ในหมวดค่าใช้สอยด้วย ดังนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับสัตว์จรจัดและสัตว์ในที่หรือทางสาธารณะได้ ซึ่งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์นั้น หมายรวมถึงสัตว์ที่สามารถเป็นพาหะของเชื้อพิษสุนัขบ้าทุกชนิด ทั้งแมว และสุนัข ซึ่งในขณะนี้ กรมปศุสัตว์ได้ประกาศกำหนดเขตท้องที่ทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่สัตว์ควบคุม โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม มาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 และเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อแจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทราบและดำเนินการ รวมถึงหนังสือแจ้งจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปตามโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้าตามพระปณิธาน ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 ที่กำหนดให้เงินอุดหนุนสำหรับสำรวจข้อมูลสัตว์และขึ้นทะเบียน ตามโครงการสัตว์ปลอดโรคฯ จัดสรรให้ ตัวละ 3 บาท และเงินอุดหนุนเพื่อขับเคลื่อนโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากพิษสุนัขบ้า จัดสรรให้ตัวละ 30 บาท เพื่อดำเนินการป้องกันควบคุมโรค โดยสนับสนุนเป็นค่าวัคซีนพร้อมวัสดุ และอุปกรณ์ในการฉีด กรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับเงินอุดหนุนตามโครงการฯ ไม่เพียงพอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ยังสามารถใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองได้ด้วยเช่นกัน ก็ขอให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมมือกันในทุกๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นการจัดอบรมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า และสำหรับกรณีที่เกิดปัญหาวัคซีนขาดแคลนนั้น กรมฯ จะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ช่วยเร่งรัดเรื่องการนำเข้าวัคซีนให้ต่อไป

อธิบดีกล่าวต่อถึงนโยบายในการบริหารจัดการขยะ ที่ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันขับเคลื่อนให้สัมฤทธิ์ผล ช่วยกันเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่ดี ที่ส่งผลต่อการทำลายสิ่งแวดล้อม โดยให้อาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ในทุกๆ พื้นที่ ร่วมเป็นผู้นำในการสร้างจิตสำนึกให้เกิดการมีส่วนร่วมด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมถ่ายทอดความรู้ในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ ทางด้านระเบียบของอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกนั้น กำลังอยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการร่างกฎหมายกระทรวงมหาดไทย ซึ่งระเบียบนี้ จะส่งผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถดำเนินการในด้านการสนับสนุนการทำงานของอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกได้อย่างเต็มที่ เช่น จัดอบรมอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) โดยกรมฯ จะดำเนินการส่งแนวทางการจัดอบรมฯ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เป็นแนวทางต่อไป นอกจากนี้ ขอฝากในเรื่องของการบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง (ครัวเรือน) ที่ท่าน ดร.ปฤถา พรหมเลิศ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้เชิญชวนให้กรรมการแม่บ้านมหาดไทย ช่วยจัดทำ "ถังขยะอินทรีย์หรือขยะเปียกครัวเรือน" เพื่อหมักเป็นปุ๋ยภายในบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัด และนำหลักการ 3Rs หรือ 3ช : Reduce (ใช้น้อย) Reuse (ใช้ซ้ำ) และ Recycle (นำกลับมาใช้ใหม่) ไปใช้เป็นแนวทาง ก็ต้องขอความกรุณาผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน รวมทั้งผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ร่วมกันจัดทำ "ถังขยะอินทรีย์หรือขยะเปียกครัวเรือน" ในครัวเรือนของตนด้วย

ในตอนท้าย อธิบดีได้ฝากถึงการดำเนินการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ที่มีหน้าที่ในการสำรวจและลงทะเบียนรับเรื่องขอความช่วยเหลือของประชาชน รวบรวมข้อมูลของประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือเดือดร้อนมาเป็นเวลานาน มาจัดทำเป็น Big Data แล้วนำเสนอต่อคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีและรวดเร็ว และสำหรับศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สถานที่กลาง) นั้น ก็จะเป็นการทำงาน ในลักษณะของหน่วยบูรณาการการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาพรวม โดยเชื่อมต่อกับจังหวัดและส่วนกลาง เพื่อประโยชน์ในการวางแผนการช่วยเหลือประชาชนและเป็นการเพิ่มช่องทางในการอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนได้มีที่พึ่งพิงสามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือได้อีกช่องทางหนึ่งนั่นเอง