ไทยซัมซุงจัดเสวนาแนะเด็กไทยเสริมทักษะรับยุคจักรกลอัตโนมัติ

  • วันที่ 23 พ.ย. 2560 เวลา 16:20 น.

ไทยซัมซุงจัดเสวนาแนะเด็กไทยเสริมทักษะรับยุคจักรกลอัตโนมัติ

"ไทยซัมซุง"จัดเสวนาปฏิรูปการเรียนรู้ก้าวสู่ยุคจักรกลอัตโนมัติ สร้างวิสัยทัศน์ใหม่ เตรียมเด็กไทยเพื่อทศวรรษหน้า

เวทีระดมสมอง “Job Security and Human Skills in the Age of Automation” ผนึกทุกภาคส่วนกำหนดวิสัยทัศน์ด้านการศึกษา ยกระดับทักษะแรงงานขณะที่โลกเคลื่อนสู่ยุคจักรกลอัตโนมัติอีก 5-10 ปีข้างหน้า กระทบบางสาขาอาชีพหายไป  ILO หวั่นคนไทย 17 ล้านคนเสี่ยงถูกเลิกจ้าง ด้านนักวิชาการและภาคเอกชนแนะเด็กไทยเรียนรู้ทักษะศตวรรษที่ 21 เป็น Active Learner และสถาบันการศึกษาต้องมีพลวัตในการปรับตัว

การเสวนาทางวิชาการ Job Security and Human Skills in the Age of Automation “ความมั่นคงทางอาชีพและทักษะที่จำเป็นของมนุษย์ในยุคจักรกลอัตโนมัติ” จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ โครงการ Samsung Smart Learning Center “ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” โครงการเพื่อสังคมของ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ร่วมกับ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาสังคม คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  หลักสูตรการพัฒนาระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รองศาสตราจารย์ ดร. เอก ตั้งทรัพย์วัฒนา คณบดีคณะรัฐศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคจักรกลอัตโนมัติมาทำงานแทนที่มนุษย์ ทำให้แรงงานในบางสาขาอาชีพอาจไม่มีอีกต่อไป ประเทศไทยจึงต้องกำหนดทิศทางใหม่ในอนาคต ปรับระบบการศึกษาและทักษะแรงงานให้ทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว

“ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐ สถาบันการศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ และภาคเอกชน จะร่วมมือกันเตรียมเด็กไทยให้พร้อมกับโลกแห่งเทคโนโลยีและอาชีพใหม่ๆ รับมือกับปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืน”

นายฟุ เหวียน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจ้างงาน องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สะท้อนมุมมองจากผลศึกษา “อาเซียนในยุคเปลี่ยนผ่าน : อนาคตตลาดงานท่ามกลางความเสี่ยงจากจักรกลอัตโนมัติ” (ASEAN in Transformation : The Future of Jobs at Risk of Automation) ที่สำรวจความคิดเห็น 4,000 บริษัท และนักเรียนนักศึกษา 2,700 คน ในภูมิภาคอาเซียน

“ระบบจักรกลอัตโนมัติจะมาทดแทนแรงงานคน ปรากฎชัดในประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ส่วนประเทศไทยก็มีแนวโน้มเช่นกัน เพราะกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยและต้องการเพิ่มกำลังการผลิต เราคาดว่าจะมีแรงงานในภูมิภาคโดยเฉลี่ย 40% เสี่ยงจะได้รับผลกระทบนี้”

สำหรับประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญจาก ILO กล่าวว่า อาจมีแรงงานถึง 17 ล้านคน เสี่ยงจะถูกระบบจักรกลอัตโนมัติเข้ามาแทนที่และมีโอกาสเกิดกับแรงงานผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 50% และแรงงานที่จบระดับประถมศึกษาเสี่ยงตกงานมากกว่าระดับปริญญาตรีถึง 90%

ทักษะการทำงานที่คนรุ่นใหม่ควรมี คือความสามารถที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ การปรับตัวให้ทำงานได้ในขอบเขตงานและสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ การทำงานร่วมกับผู้อื่น ความสามารถในการสื่อสาร พร้อมมีทักษะด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

อาจารย์ ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการ โครงการความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์กับภาคอุตสาหกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ยุคโรโบติกส์และปัญญาประดิษฐ์ (Ai) มาเร็วและแรงกว่าที่คิด ปัจจุบันในห้องทดลองสมัยใหม่ใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนคน ธุรกิจe-commerce ยักษ์ใหญ่ amazon.com ใช้เทคโนโลยีบริหารคลังสินค้า กลุ่ม Alibaba ใช้ระบบประมวลผลปล่อยกู้แก่ร้านค้า และนักกฎหมายในสหรัฐ ใช้เว็บไซด์วิเคราะห์แนวโน้มคำตัดสินของผู้พิพากษา ฯลฯ

“ปัจจัยที่เร่งให้ยุคโรโบติกส์และปัญญาประดิษฐ์เกิดขึ้นเร็ว ก็คือแรงกดดันของการแข่งขันทางธุรกิจ ที่ต้องแข่งกันลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และคนรุ่นใหม่ที่กับคุ้นเคยเทคโนโลยีอย่างดี”

ดร.สุพจน์ เสนอว่า ระบบการศึกษาของประเทศจำเป็นต้องก้าวตามให้ทัน ไม่เน้นเพียงความเป็นเลิศทางวิชาการ แต่ต้องยกระดับการศึกษาเฉพาะบุคคล เฉพาะสาขา และต่อเนื่องตลอดชีวิต เพราะอนาคตแรงงานหนึ่งคนจะไม่ได้ทำอาชีพเดียวแต่อาจต้องทำถึง 3-4 อาชีพ ทักษะการเรียนรู้สิ่งใหม่จึงสำคัญ สถาบันการศึกษาเองก็ต้องปรับเพื่อพัฒนาคนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ใกล้เข้ามา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สินีนาฏ เสริมชีพ รองคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี เช่น ธนาคารพาณิชย์ปิดสาขาไปถึง 200 แห่ง และแนวโน้มบริษัทข้ามชาติที่เคยผลิตในประเทศที่ต้นทุนค่าแรงงานถูก ก็จะย้ายกลับไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว เพราะหุ่นยนต์และ Ai ทำหน้าที่แทนมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ และการย้ายกลับก็ทำให้อยู่ใกล้ชิดผู้บริโภคมากกว่า ประเทศไทยต้องเผชิญความท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

รองศาสตราจารย์ แล ดิลกวิทยรัตน์ ศาสตราภิชาน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปรียบเทียบโลกยุค 4.0 ว่าเหมือนกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมรอบใหม่ที่ต้องลดจำนวนแรงงานลง ดังนั้นเพื่อไม่ให้คนเกิดความรู้สึกว่าถูกคุกคามหรือเป็นปฏิปักษ์กับเครื่องจักรกล ก็ควรปรับให้เกิดสมดุล โดยให้แรงงานได้เข้าถึงผลประโยชน์ที่เกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยี ไม่ใช่เป็นประโยชน์เฉพาะเจ้าของทุน สหภาพแรงงานต้องมีความเข้มแข็งสามารถต่อรองเรื่องหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อยกระดับทักษะให้แรงงาน รัฐบาลควรมีนโยบายเพิ่มเงินชดเชยประกันการว่างงาน และใช้มาตรการภาษีเพื่อจูงใจนายจ้างให้พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน และต้องปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานในอนาคตด้วย

นายวาริท จรัณยานนท์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ในฐานะภาคเอกชนผู้ทำโครงการเพื่อสังคมด้านการศึกษา พบว่าเด็กรุ่นใหม่มีความสามารถในการเรียนรู้และใช้งานเทคโนโลยีได้ดี แต่ยังขาดทักษะที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่ หากต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มต้นจากการปลูกฝังทักษะศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นสำหรับโลกอนาคตให้กับเด็กๆ

ในฐานะเอกชน ซัมซุงได้ริเริ่มโครงการ Samsung Smart Learning Center “ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” ตั้งแต่ปี 2556 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21  ให้กับนักเรียน โดยเด็กๆจะได้เรียนรู้ในแบบ Active Learning ลงมือทำงานร่วมกับเพื่อนๆ ได้คิดวิเคราะห์ ทำงานสร้างสรรค์ และเพิ่มทักษะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ด้วยตนเอง

นอกจากนั้น สิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กรุ่นใหม่สามารถปรับตัวและเติบโตได้ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คือการค้นพบศักยภาพและความสนใจของตัวเองให้พบและพัฒนาศักยภาพของตนเองให้เข้ากับตลาดงานในอนาคต นวัตกรรมเว็บแอปพลิเคชั่น Samsung Career Discovery ‘ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ’ จะช่วยให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักศักยภาพของตัวเองมากขึ้น พร้อมๆกับข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพใหม่ๆ ในปัจจุบัน จึงเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเตรียมเด็กไทยให้พร้อมรับมือยุคจักรอัตโนมัติ

ผู้สนใจสามารถติดตามโครงการ Samsung Smart Learning Center “ซัมซุง สร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” ได้ที่ www.samsungslc.org หรือ www.facebook.com/samsungslc และนวัตกรรม Samsung Career Discovery ได้ที่ www.samsungslc.org/scd

ข่าวอื่นๆ