โรงภาพยนตร์ เอ็มบาสซี ดิโพลแมท สกรีน ก้าวสู่ปีที่ 3 แห่งความสำเร็จ

วันที่ 19 ม.ค. 2560 เวลา 16:20 น.
โรงภาพยนตร์ เอ็มบาสซี ดิโพลแมท สกรีน ก้าวสู่ปีที่ 3 แห่งความสำเร็จ
 

โรงภาพยนตร์ เอ็มบาสซี ดิโพลแมท สกรีน การันตีการบริการระดับ 6 ดาว อันดับหนึ่งสุดยอดโรงภาพยนตร์ที่ผสมผสานกันออกมาได้อย่างลงตัว

โรงภาพยนตร์ เอ็มบาสซี่ ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส สุดยอดแห่งความบันเทิง โรงภาพยนตร์ที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่าง การบริการระดับโรงแรมเวิลด์คลาส และโรงภาพยนตร์ส่วนตัวที่มีบริการส่วนตัวระดับ 6 ดาว บริหารงานโดย เอ็กซ์เซกคิวทีฟ ซีนิม่า คอเปอร์เรชั่น จำกัด ที่ผนึกกำลังกับ เอไอเอส และพันธมิตรสปอนเซอร์ โดยปัจจุบันเรามีสมาชิกเพิ่มเติมในปีนี้ คือ แสนสิริ , การบินไทย และ Harrods ที่มาเพิ่มเติมความอบอุ่นกับครอบครัวเรา นอกเหนือจาก ธนาคารกรุงเทพฯ , ธนาคารกรุงศรีฯ , ไฮเนเก้น , เป็ปซี่ อย่างเหนียวแน่น ได้ดำเนินงานและมอบสุดยอดประสบการณ์ความบันเทิงกับผู้ชม ด้วยมาตรฐานความเป็นที่หนึ่งของโรงภาพยนตร์ที่หรูที่สุดในโลก ระดับ เวิลด์คลาส

จากวันแรกในประเทศไทย ที่เปิดให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2557 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นระยะเวลา 2 ปีเต็ม ที่ผ่านมา ‘เอ็มบาสซี่ ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส’ : เอ็กซ์เซกคิวทีฟ ซินิม่า ได้จับมือ พันธมิตรธุรกิจอุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ สร้างสรรค์สิ่งดีๆสำหรับผู้มีอุปการะคุณ , ลูกค้าที่แสนสำคัญ และที่สุด ผู้ชม ที่ทำให้เราเป็นหนึ่งจนถึงทุกวันนี้

นายไบรอัน ฮอลล์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็กซ์เซกคิวทีฟ ซีนิม่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Mr. Brian Hall CEO Executive Cinema Corporation Co.ltd.) ได้เปิดเผยถึงผลการประกอบการว่า...

“ที่ผ่านมา 2 ปี ผลประกอบการของทางโรงภาพยนตร์โตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสวนทางกับเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ที่ไม่ค่อยจะดีนัก การเติบโตของเราเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากปีที่แล้ว ผู้คนเฉลี่ยเข้าชมภาพยนตร์ ประมาณ 9,000 คนต่อเดือน และในปีหน้าคาดว่าจะโตขึ้นอีกมากกว่าร้อยละ 10 เนื่องจากภายในปีหน้าที่จะถึงนี้ มีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์มากมายที่เตรียมจะเข้าฉายตั้งแต่ต้นปี ไปจนถึงปลายปี 2017 ในส่วนของการลงทุนอาจจะเลื่อนช้าออกไปอีก 1-2 ปีเนื่องจากก่อนหน้านี้คิดว่าบริเวณชั้น 6 ของห้างเซนทรัลเอมบาสซี จะพร้อมเปิดให้บริการตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เนื่องจากยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ทำให้มีผลกระทบต่อโรงภาพยนตร์เช่นเดียวกัน แต่คาดว่าภายในปีหน้า ทางศูนย์จะพร้อมและเปิดให้บริการอย่างสมบูรณ์แบบในชั้น 6 และในส่วนของโรงแรม จึงคาดว่าน่าจะทำให้ตัวเลขรายได้โตขึ้นอีก 15% จากลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ รวมไปถึงลูกค้าจากทางส่วนของโรงแรม” โดยตั๋วชมภาพยนตร์ในราคาปกติที่เริ่ม ต้นเพียง 900-1,400 บาทต่อ ที่นั่ง ขึ้นอยู่กับช่วงวีคเอ็น หรือ วีคเดย์ และราคาโปรโมชั่นเพียงเริ่มต้นเพียง 720 บาทต่อที่นั่ง

ในส่วนของแพลนการดำเนินงาน ณ ตอนนี้ จาก 2 ปีที่ผ่านมา และในปี 2017 ที่จะถึง ทางเราต้องการจะเพิ่มจำนวนเก้าอี้ภายในโรงภาพยนตร์ให้ได้มากยิ่งขึ้น ตามความจำนวนลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับจำนวนเก้าอี้ที่เรามีอยู่ โดยปัจจุบัน เรามีทั้งหมด 5 โรงภาพยนตร์ รวมเก้าทั้งสิ้น 208 ที่นั่ง ซึ่งเราได้มีการปรับแผนผังที่นั่งและจำนวนเก้าอี้มาแล้ว 2 ครั้ง เพื่อที่จะได้มีจำนวนเก้าอี้ที่นั่งให้เพียงพอต่อจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ยังคงบรรยากาศคตวามเป็นเอ็กคลูซีฟ แลไพรเวทเช่นเดิม โดยภายในปีหน้า คาดว่าน่าจะเพิ่ม ได้อีก 10 ที่นั่งโดยปรับห้อง ไฮเนเก้นรูมที่อยู่ภายในโรงภาพยนตร์ที่ 1 ให้เป็นไพรเวท เธียเตอร์ สำหรับคนชื่นชอบภาพยนตร์พร้อม ดื่มดำกับเบียร์ ไฮเนเก้นและอาหารแบบไม่อั้น พร้อมทั้งในส่วนของระบบเสียงที่เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย และสามารถเลือกภาษาได้ตามสะดวก อีกทั้งยังเป็นไพรเวท เธียเตอร์ที่แรก ที่เดียวในเมืองไทย ที่จะพร้อมให้บริการระดับ 6 ดาว ราวกับกำลังสังสรรค์พร้อมกับการชมภาพยนตร์อยู่ที่บ้าน กับกลุ่มเพื่อนๆ หรือ ครอบครัว ซึ่งคาดว่า จะทำให้รายได้ และยอดแอดมิชชั้นจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 15%

นอกจากเรื่องของการขยายและปรับเปลี่ยนที่นั่ง ทางเรายังคงยึดมั่นในเรื่องของการบริการให้เป็นอันดับหนึ่ง เรื่องของลูกค้า และการใส่ใจรายละเอียด รู้ถึงความต้องการ ของลูกค้ารายบุคคล ที่มี Personal Butler ได้ริเริ่มทำเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งครบ 1 ปีที่เรามีบริการ Personal butler ผลตอบรับไปในทางที่ดีมาก ลูกค้าชื่นชม และชื่นชอบในเรื่องของการใส่ใจในทุกรายละเอียด และการมี service mind ที่ดี นี้คือจุดแข็งของทางโรงภาพยนตร์ที่ทำให้หลายๆคนเลือกที่จะกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่องรวมไปถึงการบอกต่ออย่างล้นหลามในกลุ่มผู้บริโภคทำให้เกิดลูกค้ารายใหม่ๆมากมาย ส่งผลให้ยอดผู้ชมและรายได้ของโรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในส่วนของเรื่องอาหาร ปัจจุบันเรามีการเปลี่ยนรายการเมนูอาหาร และการตกแต่ง ตามธีมภาพยนตร์ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความแปลกใหม่ และน่าสนใจอยู่และตลอดเวลาในทุกๆครั้งที่มาเยือน โดยไม่สามารถหาได้จากโรงภาพยนตร์อื่นๆ ในเมืองไทย หรือแม้แต่ต่างชาติ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มีบรัษัทชั้นนำจากต่างชาติ และ ในไทยมากมาย ที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับด้านการบริการและการโรงแรม รวมไปถึงร้านอาหารชั้นนำ ได้เข้ามาศึกษาดูงาน ณ โรงภาพยนตร์ของเรา ในเรื่องของการบริการ และ การดูแลเอาใจใส่ลูกค้ารวมไปถึงมาตราฐานในด้านอื่นๆ นอกจากนี้เรายังได้ผู้นำด้านเครื่องดื่มชา จากประเทศอังกฤษ อย่าง แบรนด์ Harrods เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ ในการบริการชาอีกด้วย

ตลอดระยะเวลา 2 ปี การตอบรับของ ลูกค้า ผู้มาใช้บริการที่นี่นับได้ว่าดี ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ในแง่ของความสะดวกสบาย การเอาใจใส่ของพนักงาน และการบริการต่างๆ ตั้งแต่การจองตั๋วชมภาพยนตร์ ไปจนหลังจากที่ชมภาพยนตร์จบเรียบร้อย รวมถึงสถานที่หรูหราที่เป็นที่ชื่นชอบของคนยุค 2016 ที่ไม่สามารถปฎิเสธได้ว่า Life Style เป็นสิ่งสำคัญ การถ่ายรูปเก็บความทรงจำและโพสต์ในอินเตอร์เน็ต ตามสิ่อ social media ต่างๆ จึงนับเป็นอีกเรื่องที่ทางโรงภาพยนตร์ใส่ใจ โดยสามารถดูได้จาก การ Check-in location, การ Tag ภาพ ใน Instagram หรือแม้แต่ #hashtag ที่เกี่ยวกับโรงภาพยนตร์ จึงทำให้ผู้มาใช้บริการประทับใจ ตลอดจนระบบ การฉายภาพยนตร์ แสง สี เสียง ยังมีความคมชัด ที่ได้มาตรฐานทั้งระบบ สองมิติและสามมิติ

สำหรับผลงานตลอด 2 ปี ที่ผ่านมาได้เป็นเครื่องพิสูจน์ และการันตีแล้วว่า เรา "เอ็มบาสซี่ ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส" คืออันดับหนึ่งของสุดยอดโรงภาพยนตร์ที่ผสมผสานกันออกมาได้อย่างลงตัว ระหว่างคลับเอ็กซ์คลูซีฟ และโรงภาพยนตร์ส่วนตัว กับการบริการส่วนตัวระดับ 6 ดาว ที่ได้สร้างความประทับใจ ความสุข ความเพลิดเพลินที่พร้อมให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำ ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการชมภาพยนตร์อย่างเป็นส่วนตัว ที่แสนพิเศษตลอดมา ในอนาคตเราวางเป้าหมายว่า เราจะบริหารงาน ปรับ เพิ่ม เสริมให้ทุกสิ่งในเรื่องงานบริการของเราออกมาให้สมบูรณ์แบบ ให้สมกับความไว้วางใจจากผู้มีอุปการะคุณ ของคนสำคัญที่แสนพิเศษ ของทุกๆท่านครับ โดยเราตั้งใจว่า....

1 การบริการจะพัฒนาไปอีกขั้น ยกระดับมาตรฐานในแง่การบริการลูกค้า แบบใกล้ชิดและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นไป เราจะเทียบเท่ามาตาราฐานและการบริการระดับโรงแรม 6 ดาว ที่มีชื่อเสียง จะมีการเทรนนิ่งตามหลักสูตรให้กับพนักงานทุกคนเพื่อคัดสรร Personal Butler Service ประจำตัวที่เหมาะสม พร้อมที่จะคอยอำนวยความสะดวกให้กับคุณตลอดการชมภาพยนตร์ ตลอดจนการสำรองบัตรชมภาพยนตร์ผ่านช่องทางไลน์ แอพพลิเคชั่น ส่วนตัวที่สะดวกที่สุด ณ

2 ซึ่งปัจจุบัน หากเป็นภาพยนตร์ระดับ Block buster จะต้องจองล่วงหน้ามากกว่า 1-2 เดือน ในการซื้อและจองที่นั่ง โดยปรับวิธีการจองให้เหมือนร้านอาหารมิชลินสตาร์สามดาว เพราะว่าปัจจุบันมีลูกค้าจองล่วงหน้าหนึ่งเดือนจึงต้องปรับกลยุทธ์การจองให้เหมือนร้านอาหารมิชลินโดยมีการทำ เวตติ้งลิสท์(waiting lists)และโทรตามลูกค้าเมื่อมีลูกค้ายกเลิก และหนังใหญ่ทุกเรื่องจะเต็มล่วงหน้าก่อนภาพยนตร์ฉายหนึ่งเดือน

นอกจากนี้ในด้านการพัฒนาพนักงานโดยมีการเทรนนิ่ง ยกระดับคุณภาพพนักงานโดยมีการพัฒนาบุคลิกภาพ และศักยภาพเรื่องภาษาที่สามารถสื่อสารให้ได้อย่างน้อย 4 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ ภาษาจีน และญี่ปุ่น

3. เพิ่มและขยายเก้าอี้ คงจะเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ในการเพิ่มยอด และรายได้ของโรงภาพยนตร์ได้ดีที่สุด เราคาดว่าจะเสร็จภายในปี 2017 กับห้อง ไพรเวท เธียเตอร์ ที่สามารถจุได้มากที่สุด 10 ที่นั่ง ชวนเพื่อนมาดูหนัง และพูดคุยกัน ในห้องชมภาพยนตร์ส่วนตัวแบบสตูบาร์ พร้อมเสิร์ฟด้วยเบียร์และอาหารไม่อั้น และยังมีในส่วนของการบริการ Buter service ที่ประจำตลอดทั้งการฉายภาพยนตร์ พร้อมเครื่องเสียงเทคโนลยีแบบล้ำสมัยและยังเลือกการรับฟังสองภาษาได้อีกด้วย

4. ในปี้นี้ ทางโรงภาพยนตร์เปิดตัว โปรแกรม มูฟวี่ คิวเรเตอร์ เปรียบเสมือน ผู้เชียวชาญด้านภาพยนตร์ที่จะเลือกคัดสรรภาพยนตร์ที่อาจจะออกจากโรงภาพยนตร์ไปแล้วแต่ไม่เกินสามเดือนและสามารถดึงภาพยนตร์ ยอดนิยมกลับมาฉายได้ตามที่ลูกค้าเรียกร้อง โดยโปรแกรมนี้ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ที่จะเข้าชมได้และเมื่อจำนวนผู้เข้าชมมีอย่างน้อย สิบคน หรือ ห้าคู่ทางโรงภาพยนตร์จะเชิญมาชมภาพยนตร์ทันที ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ Personalized service อย่างแท้จริง

5. โรงภาพยนตร์ที่นี้คือ เดสติเนชั่น ในวันหยุดของหลายๆคน อยากให้ทุกคนมาที่นี้เพื่อมาผ่อนคลาย เหมือนรู้สึกพักผ่อนอยู่ที่บ้าน เจอสังคม เจอเพื่อน ที่มีไลฟสไตลที่ชอบเหมือนๆกัน ในทุกๆเสาร์และอาทิตย์ของทุกเดือน เราเตรียมของขวัญพิเศษในทุกๆวันหยุดให้กับผู้มาใช้บริการ และวันสำคัญต่างๆ เพื่อเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณที่มาใช้บริการที่นี้เสมอมา ซึ่งมีความแตกต่างกันไปในแต่ละสัปดาห์ อาทิเช่น ต้อนรับด้วย คัพเค้กตามตัวการ์ตูนภาพยนตร์ อาทิเช่น The secret life of pets, ช้อคโกแลตทรัฟเฟิลทองคำเปลว ชุดชาอาฟเตอร์

นูนทีเซท จาก Harrods และฟรีเบียร์จาก Heineken ซึ่งทั้งหมดนี้ คุณต้องมาลองสัมผัสประสบการณ์ที่นี้และรอรับการเซอไพร์สจากเราในทุกๆสัปดาห์

6. นอกจากนี้ พิ่มความเหนือชั้น และยกระดับสิทธิพิเศษเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า กับโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษและกิจกรรมที่ร่วมกับพันธมิตรทั้ง 8พันธมิตร เอไอเอส, ธนาคารกรุงศรี, ธนาคารกรุงเทพ, การบินไทย, แสนสิริ, ไฮเนเก้น, และเป๊ปซี่ พร้อมที่จะมอบความสุขให้กับผู้ใช้บริการ มากกว่าแค่การมาชมภาพยนตร์ แน่นอน”