สื่อสารมวลชนฯ มธบ. นำธรรมะอบรมเด็ก หวัง "เยาวชนรู้เท่าทันสื่อ"

  • วันที่ 19 ก.ย. 2559 เวลา 17:30 น.

สื่อสารมวลชนฯ มธบ. นำธรรมะอบรมเด็ก หวัง "เยาวชนรู้เท่าทันสื่อ"

เด็กไทยยุค 4G เกิดมาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย การติดต่อสื่อสารรวดเร็ว เข้าถึงสถานการณ์แม้อยู่กันคนละซีกโลกก็สามารถรับรู้ได้ แต่นั้นเป็นเพียงคมดาบเพียงด้านเดียว ส่วนอีกด้านที่หันเข้าหาตัวเองนั้น แม้จะรู้ถึงอันตรายแต่วัยรุ่นไทยก็ยังใช้สื่ออย่างขาดสติอยู่

ไม่นานมานี้ ภาควิชาการสื่อสารมวลชนและนวัตกรรมสื่อ (MI) คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ร่วมมือกับกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรมเดินสายสัญจร “เยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ” โครงการนำร่องกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย โรงเรียนราชวินิตบางเขน และโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ ในระหว่างวันที่ 25 สิงหาคมถึง 6 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา

ภายในกิจกรรมการอบรมทีมงานสังเกตเห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากน้องๆ นักเรียนและพี่ๆ นักศึกษาภาควิชาการสื่อสารมวลชนและนวัตกรรมสื่อร่วมกันทำกิจกรรมสันทนาการ เกมส์ชิงรางวัลตอบคำถามจากแฟนเพจและเกมส์ “ต่อปาก ต่อคำ” ที่เรียกเสียงฮาและข้อคิดจากการสื่อสาร ที่ส่งต่อข้อมูลไปสู่ผู้คนจำนวนมากจนทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนของข้อความ และการอบรมจากนักวิชาชีพสื่อที่สอดแทรกข้อคิดเกี่ยวกับการมีสติและรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์อย่าง เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ ร่วมถึงการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การแชร์ข้อมูลอย่างไรไม่ให้ถึงมือมิจฉาชีพและการถูกทำร้ายในโลกโซเซียล (hate speech)

ฝ่ายทางธรรมก็ได้ข้อคิดอารมณ์ดีจากพระอาจารย์นักพูด “พระมหาชาครินทร์จากวัดยานนาวา” ที่ทำให้บรรยากาศการฟังเทศน์ดูแปลกใหม่ ทันสมัย เรียกรอยยิ้มปนเสียงหัวเราะให้กับวัยรุ่นยุคใหม่ห่างไกลวัดได้เป็นอย่างดี

ผศ.ชาติณรงค์ วิสุตกุล หัวหน้าภาควิชาการสื่อสารมวลชนและนวัตกรรมสื่อ (MI) คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “เยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ” ว่า เป็นโครงการนำร่องครั้งแรกที่ภาควิชาสื่อสารมวลชนและนวัตกรรมสื่อได้จัดขึ้นร่วมกับกรมการศาสนาเข้าไปอบรมเชิงปฏิบัติการกับนักเรียนมัธยมปลาย โดยมีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนได้รู้ ได้ดู ได้เสพสื่ออย่างมีสติ ได้รู้ว่าสื่อไหนให้คุณประโยชน์ สื่อไหนที่ดูแล้วมันเป็นโทษหรือเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี โดยภาพรวมแล้ว นักเรียนได้ความรู้และความสนุกสนาน คือกิจกรรมของเราไม่ใช่เป็นการบรรยายตลอดทั้ง 3 ชม.ส่วนใหญ่มากกว่าครึ่งเป็นการเล่นเกมส์และสันทนาการโดยพี่ๆนักศึกษาภาควิชาสื่อสารมวลชนและนวัตกรรมสื่อ มีการแจกของรางวัล ให้ดูคลิป สลับกับการบรรยายจากอาจารย์ จากพระนักพูดรวมถึง นักวิชาชีพสื่อด้วย

“ตอนนี้ดูที่การอบรม ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงคงจะเปลี่ยนที่รูปแบบการจัดการอบรมให้สนุกสนานและทันสมัยมากกว่านี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณด้วย ถ้าเพียงพอก็จะสามารถเพิ่มสีสันได้มากขึ้น ดึงดูดความสนใจของเด็กๆได้มากกว่า อย่างที่ทราบ เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยสนใจอะไรนานๆต้องมีกิจกรรมเข้ามาแทรก” ผศ.ชาติณรงค์ กล่าว

ด้านเสียงตอบรับจากน้องๆ นักเรียนก็ดูจะได้รับความสนใจเป็นอย่างดี โดยนางสาวลิปรางศ์ จีนวงศ์ นักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยกล่าวว่า “รู้สึกดีค่ะ กิจกรรมสนุก ได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับรู้เท่าทันสื่อมากมาย โดยปกติแล้วเป็นคนชอบแชร์มาก เห็นอะไรก็แชร์ แต่พอได้เข้ามาอบรมครั้งนี้แล้วก็ทำให้มีสติในการแชร์สิ่งต่างๆ มากขึ้น”

“ตอนก่อนอบรมผมมีความรู้เกี่ยวกับการรู้เท่าทันสื่อพอประมาณ แต่ก็ไม่ได้มากอะไร แต่พอได้มาฟังอบรมวันนี้ก็ทำให้ผมมีความรู้เรื่องนี้มากขึ้นเยอะเลยครับ” นายชุติพงศ์ เครือเอี่ยม โรงเรียนราชวินิตบางเขนกล่าว

นางสาววิราวรรณ พุ่มเทพ จากโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ให้สัมภาษณ์พร้อมรอยยิ้มว่า “ดีใจมากค่ะที่ได้เข้าอบรมในวันนี้ เพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนอ่านข่าวทางอินเตอร์เน็ต สมัยนี้ก็จะมีทั้งข่าวจริงข่าวปลอมปนๆ กันไป แต่พอได้เข้ารับการอบรมแล้วก็ทำให้สามารถแยกแยะได้ว่า ข่าวไหนจริงข่าวไหนปลอมทำให้มีสติในการแชร์มากขึ้นค่ะ”

เรื่องเทคโนโลยี ความทันสมัย เป็นของคู่กันกับวัยรุ่นวัยเรียน แม้เรื่องการใช้สื่อและการสื่อสารจะเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังคงใช้กันอย่างไม่ระมัดระวังและขาดสติ จนทำให้เกิดอันตรายอย่างที่เห็นได้ตามข่าวหน้าเพจโซเซียล สิ่งที่ควรแนะนำกลุ่มหัวนำสมัยไม่ใช่แค่เขียนตำราบอกเตือน แต่ต้องแนะนำให้เกิดความเข้าใจและคำนึงถึงผลเสียก่อนการกระทำ เพราะโลกออนไลน์แค่คลิ๊กเดียวอาจทำให้ชีวิตคนๆ หนึ่งเปลี่ยน ซึ่งเป็นเรื่องที่หยิบยกมาพูดได้ตลอดไม่เก่าเลย

 

 

 

 

  

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ