SCOPE อวดความสำเร็จปี 68 ยอดขายทะลุ 2,600 ล้าน ตอกย้ำอสังหาฯ Ultra Luxury คือ Safe Haven ของเศรษฐี
SCOPE ตอกย้ำความแข็งแกร่งตลาด Ultra Luxuryยอดขายปี 2568 กว่า 2,600 ล้านบาท สะท้อนอสังหาริมทรัพย์ระดับบนยังเป็น Safe Havenของนักลงทุน
บริษัท สโคป จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับอัลตร้าลักชัวรี เปิดเผยผลการดำเนินงานปี 2568 สามารถสร้างยอดขายรวมกว่า 2,600 ล้านบาท สวนทางกับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญความผันผวน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของตลาดระดับบนที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มองอสังหาริมทรัพย์คุณภาพเป็นสินทรัพย์ระยะยาว
Ultra Luxury Market: Safe Haven ของนักลงทุน
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury ยังคงมีเสถียรภาพสูง เมื่อเทียบกับตลาดระดับกลางและระดับล่าง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด โดยเฉพาะโครงการในทำเล Prime Location ใจกลางเมือง
กลุ่มลูกค้าหลักของตลาดนี้ประกอบด้วยผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง นักธุรกิจระดับบน รวมถึงนักลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีมูลค่าคงที่ในระยะยาว ขณะเดียวกันยังมีแรงซื้อจากชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักระยะยาวในประเทศไทย
ในมุมมองของนักลงทุน อสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury ในทำเลศักยภาพยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนทั้งความหายากของที่ดินใจกลางเมือง การพัฒนาที่มีมาตรฐานสูง และความต้องการจากกลุ่มผู้ซื้อระดับบนทั่วโลก
นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด กล่าวว่า “ลูกค้ากลุ่ม Ultra Luxury ตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์บนพื้นฐานของคุณค่าในระยะยาว ไม่ใช่เพียงเรื่องของราคา แต่รวมถึงคุณภาพของทำเล มาตรฐานการพัฒนา และศักยภาพของสินทรัพย์ในการรักษามูลค่า จึงทำให้อสังหาริมทรัพย์ระดับนี้ยังคงถูกมองเป็น Safe Haven สำหรับการลงทุน แม้ในช่วงเศรษฐกิจที่มีความผันผวน
Think Sharp, Live Distinct: แนวคิดเบื้องหลังมาตรฐานการอยู่อาศัยของ SCOPE
จากแนวโน้มของตลาด Ultra Luxury ที่ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินทรัพย์ในระยะยาว การพัฒนาโครงการของ SCOPE ยังสอดรับกับทิศทางของตลาดดังกล่าว ภายใต้แนวคิด “Think Sharp, Live Distinct” สะท้อนวิธีคิดของแบรนด์ในการยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยที่ผ่านการคิดอย่างรอบด้านและใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างคุณค่า ของที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้ชีวิตและการลงทุนในระยะยาว แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่าน 3 แกนหลักในการพัฒนาโครงการ ได้แก่
Design – การคัดเลือกทำเลระดับ Prime Location และการออกแบบร่วมกับสถาปนิกระดับโลก เพื่อสร้างคุณภาพงานออกแบบที่มีมาตรฐานสากล
Lifestyle – การออกแบบโปรดักต์และพื้นที่ใช้สอยที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง ทั้งความเป็นส่วนตัว การใช้ชีวิตระยะยาว และความสมดุลของคุณภาพชีวิต
Hospitality – การยกระดับการอยู่อาศัยผ่านบริการระดับโรงแรม 5 ดาว ภายใต้การบริหารโดย ACQUA ซึ่งดูแลประสบการณ์การอยู่อาศัยตั้งแต่บริการในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการดูแลรายละเอียดด้านไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยให้สะดวกสบายและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
เอกลักษณ์ที่ทำให้ SCOPE โดดเด่นในตลาด Ultra Luxury
หนึ่งในโครงการสำคัญของบริษัทคือ SCOPE Thonglor ซึ่งพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ All-Penthouse Residence แห่งแรกในประเทศไทย โดยออกแบบให้ 1 ชั้น มีเพียง 1 ยูนิต ทั้งโครงการมีเพียง 18 ยูนิต เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุดให้กับผู้อยู่อาศัย และยังสร้างมาตรฐานใหม่ในการอยู่อาศัยสำหรับเซกเมนต์ Ultra Luxury
โครงการยังสะท้อนแนวคิด World-Class Collaboration ที่เลือกทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก อาทิ Thomas Juul-Hansen ดีไซเนอร์เจ้าของผลงานเพนต์เฮาส์ระดับมูลค่าสูงในนิวยอร์กและลอนดอน พร้อมคัดสรรเฟอร์นิเจอร์และวัสดุจากแบรนด์ชั้นนำ เพื่อสร้างโครงการที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนและมีมาตรฐานระดับสากล
อีกหนึ่งความสำคัญคือ Social Health หรือ สุขภาวะทางสังคม ซึ่งให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยท่ามกลางผู้คนที่มีไลฟ์สไตล์และมุมมองใกล้เคียงกัน ภายในชุมชนของ International Premium Residents ที่ให้คุณค่ากับรสนิยม คุณภาพชีวิต และความเป็นส่วนตัว
ทั้งนี้ SCOPE ยังเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกในตลาดที่นำแนวคิดการบริหารไลฟ์สไตล์มาใช้จริงในโครงการที่อยู่อาศัย ครอบคลุมตั้งแต่บริการดูแลชีวิตประจำวัน เช่น แม่บ้านประจำสัปดาห์ บริการกาแฟและมัทฉะ (First Sip) ไปจนถึงแนวคิด Pet-Friendly ถือเป็น Bangkok’s Most Pet-Welcoming Residence สำหรับผู้รักสัตว์อย่างแท้จริง โดยมีพื้นที่และบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น Pet Daycare และ Pet Grooming Services พร้อมสร้างสังคมของผู้พักอาศัยที่รักสัตว์ (Pet-Loving Community) และเปิดโอกาสให้เลี้ยงสัตว์ได้โดย ไม่จำกัดขนาดและน้ำหนัก
SCOPE เดินหน้าตลาด Ultra Luxury
สำหรับปี 2569 บริษัทมีแผนปิดการขายโครงการ SCOPE Langsuan และ SCOPE Promsri ภายในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมเดินหน้าตอกย้ำตลาด Ultra Luxury เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าInternational Premium
อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนตลาดคือความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการพำนักในประเทศไทยระยะยาว ซึ่งบริษัทเตรียมรองรับผ่านบริการอำนวยความสะดวกด้านการยื่นขอวีซ่าระยะยาวร่วมกับ Thailand Longstay
นายยงยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งที่ทำให้ตลาด Ultra Luxury มีศักยภาพในระยะยาว คือความหายากของที่ดินในทำเลดีที่สุดของเมือง และความต้องการจากลูกค้าระดับบนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มองหาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงเพื่ออยู่อาศัยและลงทุน สโคปจึงยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่ยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัย และสร้างสินทรัพย์ที่มีคุณค่าในระยะยาวให้กับลูกค้า”
ด้วยศักยภาพของตลาดและแนวคิดการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าในระยะยาว SCOPE ยังคงเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับ Ultra Luxury ในประเทศไทย พร้อมตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยและการลงทุนของลูกค้าระดับบนจากทั่วโลก


