
TCMA คว้าสมาคมการค้ายอดเยี่ยมปี 2569 เดินหน้า Net Zero 2050
สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยคว้ารางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยมต่อเนื่องปีที่ 4 ตอกย้ำการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์สู่ Net Zero 2050
KEY
POINTS
- สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ได้รับรางวัล "สมาคมการค้ายอดเยี่ยม" ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากผลงานการบริหารจัดการและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ
- TCMA เดินหน้าตามเป้าหมาย Net Zero 2050 โดยมีผลงานสำคัญคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกได้มากกว่า 800,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
- สมาคมฯ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ และขยายความร่วมมือสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน
สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) รับรางวัล “สมาคมการค้ายอดเยี่ยม” ประจำปี 2569 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนการบริหารงานที่มีระบบ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ต่อเนื่อง และการสร้างผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงทั้งภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย
นายสุรชัย นิ่มละออ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) กล่าวว่า รางวัลดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงการบริหารจัดการองค์กร แต่เป็นผลจากการทำงานร่วมกันของภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ
รวมถึงพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ โดย TCMA ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังมีผลต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก
สำหรับปี 2568 TCMA เดินหน้าตามกรอบ Thailand 2050 Net Zero Cement and Concrete Roadmap โดยหนึ่งในผลการดำเนินงานสำคัญคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกได้มากกว่า 800,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี
พร้อมได้รับการสนับสนุนเงินทุนสีเขียวจากต่างประเทศ ภายใต้โครงการ “Decarbonization of Cement and Concrete Sectors in Thailand” เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตไปสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ
โครงการดังกล่าวครอบคลุมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี มาตรฐาน และการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมภาคอุตสาหกรรมไทยต่อทิศทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ขณะเดียวกัน TCMA ยังมีบทบาทในการขับเคลื่อน “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรม โดยเชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และการดำเนินงานจริงเข้าด้วยกัน
สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Transitioning Industrial Clusters Initiative ของ World Economic Forum ในฐานะคลัสเตอร์อุตสาหกรรมแรกของไทย อันดับที่ 3 ของอาเซียน และอันดับที่ 21 ของโลก
นอกจากนี้ TCMA ยังขยายความร่วมมือระดับภูมิภาคผ่านการริเริ่มจัดทำ 2035 AFCM Decarbonization Roadmap เพื่อสนับสนุนทิศทางการลดการปล่อยคาร์บอนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในภูมิภาคอาเซียน
นายสุรชัยกล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจสีเขียวไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจและบริบทใหม่ของการค้าโลก
การพัฒนาวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ เช่น ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานและระบบการรับรอง จะช่วยเพิ่มความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยรับมือกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมทางการค้าระหว่างประเทศ
ขณะที่การผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Public Procurement) จะช่วยสร้างความต้องการสินค้าคาร์บอนต่ำ และเชื่อมโยงไปสู่เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนสีเขียวในอนาคต
ทั้งนี้ TCMA วางบทบาทการทำงานในลักษณะ Strategic Platform ที่เชื่อมโยงนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโอกาสในการพัฒนาภาคการผลิต การค้า และการลงทุน
การได้รับรางวัล “สมาคมการค้ายอดเยี่ยม” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ยังสะท้อนการดำเนินงานของ TCMA ในมิติที่มากกว่าการเป็นตัวแทนของภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งสร้างความร่วมมือและคุณค่าร่วมให้เกิดขึ้นต่อสมาชิก ภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจไทย
รางวัลดังกล่าวประเมินผลการดำเนินงานตามหลัก Balanced Scorecard และมุ่งเชิดชูสมาคมการค้าที่มีมาตรฐานด้านการบริหารจัดการ รวมถึงมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
นายสุรชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง
สิ่งสำคัญคือการสร้างพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และเปลี่ยนเป้าหมายร่วมให้เกิดการลงมือทำจริง เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่ออุตสาหกรรม การค้า เศรษฐกิจ และประเทศ
TCMA จึงเตรียมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือและต่อยอดผลการดำเนินงาน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยสู่เป้าหมาย “The NEXT Chapter to Net Zero 2050”







