
รพ.กรุงเทพ พลิกโฉมศูนย์ทางเดินอาหาร ชูเทคโนโลยีส่องกล้องขั้นสูง
โรงพยาบาลกรุงเทพปรับโฉมศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับบนพื้นที่กว่า 2,800 ตร.ม. เพิ่มห้องตรวจและเทคโนโลยี หวังยกระดับสู่ศูนย์ความเป็นเลิศระดับภูมิภาค
KEY
POINTS
- โรงพยาบาลกรุงเทพเปิดตัว “ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ” โฉมใหม่ เพื่อยกระดับบริการแบบครบวงจร
- ชูเทคโนโลยีการส่องกล้องขั้นสูง (Advanced Endoscopy) เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการตรวจวินิจฉัยและรักษา
- ออกแบบพื้นที่ใหม่กว่า 2,800 ตร.ม. โดยเน้นเส้นทางการรักษาของผู้ป่วย (Patient Journey) เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว
โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เดินหน้ายกระดับบริการด้านระบบทางเดินอาหารและตับ เปิดโฉมใหม่ “ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ”
ด้วยแนวคิด “Beyond Future - Advanced GI Care and Endoscopy” นำเทคโนโลยีการส่องกล้องขั้นสูงเข้ามาเสริมการตรวจวินิจฉัยและรักษา พร้อมออกแบบกระบวนการดูแลให้ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการฟื้นฟูและป้องกันโรค
การปรับโฉมครั้งนี้ใช้พื้นที่กว่า 2,800 ตารางเมตร โดยนำแนวคิดการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับเส้นทางการรักษาของผู้ป่วย (Patient Journey) และเทคโนโลยีทางการแพทย์มาเชื่อมโยงกัน เพื่อให้การเข้ารับบริการมีความสะดวกและต่อเนื่องมากขึ้น
พญ.เมธินี ไหมแพง ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 1 กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพมุ่งยกระดับระบบบริการสุขภาพในหลายด้าน
ทั้งคุณภาพการรักษาที่ได้รับการรับรองจาก ICHOM ซึ่งสะท้อนแนวทางการรักษาที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์มาใช้
นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังเดินหน้าสู่การเป็น Medical Robot Hub ระดับเอเชียแปซิฟิก รวมถึงพัฒนาช่องทาง Digital Access
เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการและทำนัดแพทย์ได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมให้ความสำคัญกับสุขภาวะของบุคลากร รวมถึงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในการเดินหน้าสู่ Net Zero 2050
ด้าน พญ.บุญธิดา เจริญสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม
ตั้งแต่การป้องกัน ตรวจวินิจฉัย รักษา และฟื้นฟู โดยศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับเป็นหนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศที่มีผู้เข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลสถิติระหว่างปี 2564-2568 ระบุว่า ศูนย์ฯ มีผู้เข้ารับการส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่มากกว่า 54,000 เคส มีการส่องกล้องอัลตราซาวนด์ระบบทางเดินอาหาร 600 เคส
และมีมากกว่า 759 เคสที่ประสบความสำเร็จจากการรักษาด้วยการส่องกล้องตรวจและรักษาบริเวณทางเดินน้ำดีและท่อน้ำดี
ขณะที่อัตราความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนจากการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารอยู่ที่น้อยกว่า 1%
สำหรับศูนย์โฉมใหม่ เพิ่มห้องตรวจรวม 15 ห้อง พร้อมห้องสำหรับหัตถการส่องกล้องขั้นสูง รวมถึงห้องตรวจเฉพาะด้าน
เช่น ห้องประเมินสุขภาพตับด้วย Liver Flex Scan ห้องตรวจหาเชื้อด้วยการเป่าลมหายใจ (13 C-Urea Breath Test) ห้องอัลตราซาวนด์ และห้องทดสอบการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร (GI Motility)
นอกจากนี้ยังมีห้องพักฟื้น 9 ห้อง และห้องพักส่วนตัว โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหาร ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ พยาบาล และทีมสหสาขาวิชาชีพ ร่วมกันวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
“การปรับโฉมใหม่บนพื้นที่กว่า 2,800 ตร.ม. เน้นออกแบบประสบการณ์การดูแลรักษาผู้ป่วย โดยผสานการออกแบบพื้นที่เข้ากับแนวทางการรักษาและเทคโนโลยีการส่องกล้องขั้นสูงไว้ด้วยกัน เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงในทุกขั้นตอน” พญ.บุญธิดา กล่าว
ขณะที่ นพ.จตุรงค์ อมรรัตนโกศล ผู้อำนวยการศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า
ปัจจุบันผู้ป่วยโรคระบบทางเดินอาหารและโรคตับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป การดูแลสุขภาพจึงควรเริ่มจากการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม
ศูนย์ฯ จึงมุ่งให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคู่กับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและส่งเสริมคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ในโอกาสเปิดตัวศูนย์โฉมใหม่ ยังมีการจัดกิจกรรมพูดคุยเรื่องการดูแลสุขภาพระบบทางเดินอาหารและตับ
โดยมี คริส หอวัง และ เชฟอิน-ณรงค์ฤทธิ์ แซ่ขอ จากช่อง “กำลังอิน” ร่วมให้ความรู้ในหัวข้อ “กินอย่างไร...ให้ดีต่อลำไส้และตับในทุกช่วงวัย” พร้อมสาธิตและนำเสนอเมนูอาหารที่เหมาะกับสุขภาพลำไส้
ขณะเดียวกัน ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ ร่วมกับ “อิ่ม by BDMS” จัดเมนูอาหารเพื่อสุขภาพกระเพาะอาหารและลำไส้
มีนักโภชนาการและเชฟคัดเลือกวัตถุดิบและออกแบบเมนูสำหรับผู้ป่วยและผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ เปิดจำหน่ายที่ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลกรุงเทพ ระหว่างวันที่ 24-28 สิงหาคม 2569







