
ซีอีโอ แฟคตอรี่ ชูกลยุทธ์ CEO Influencer ดันอาหารเสริมสู่โลก
ซีอีโอ แฟคตอรี่ ไทยแลนด์ เปิดเกมรุกตลาดอาหารเสริมโลก ชูกลยุทธ์ CEO Influencer สื่อสารความรู้คู่มาตรฐาน R&D และเครือข่ายซัพพลายเชนระดับโลก สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค
บริษัท ซีอีโอ แฟคตอรี่ (ไทยแลนด์) จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไทยสู่ตลาดสากล ภายใต้การนำของ “ฝ้าย-ศดานันท์ ทองหนูนุ้ย” ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่วิจัยและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ โดยชูกลยุทธ์ “CEO Influencer”
นำความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) นวัตกรรม และเครือข่ายซัพพลายเชนระดับโลก มาสื่อสารให้ความรู้แก่ผู้บริโภคท่ามกลางตลาดที่มีการแข่งขันสูง
นางสาวศดานันท์ เปิดเผยว่า รากฐานของบริษัทเริ่มจากงาน R&D ที่ร่วมพัฒนาสูตรกับเจ้าของแบรนด์ ตั้งแต่การวางคอนเซ็ปต์ การคัดเลือกสารสกัด ตลอดจนการทำงานร่วมกับผู้ผลิตวัตถุดิบทั่วโลก โดยหลักคิดของงาน R&D ของบริษัทครอบคลุม 3 มิติสำคัญ ได้แก่:
ถอดรหัสจากปัญหาสุขภาพจริง: ออกแบบสูตรตามโจทย์ของผู้ประกอบการและผู้บริโภค โดยอ้างอิงหลักการทางวิทยาศาสตร์และมีงานวิจัยรองรับ
เจาะลึกฐานข้อมูลสารสกัดระดับโลก: ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ผู้ผลิตวัตถุดิบทั่วโลก ทำให้สามารถคัดเลือกสารสกัดที่ลงลึกถึงแหล่งที่มา ฟอร์มของสาร และเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ
คัดสรรซัพพลายเชนและต่อยอดนวัตกรรม: เดินทางไปประเมินมาตรฐานโรงงานซัพพลายเออร์ในต่างประเทศด้วยตนเอง เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มายกระดับผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ
ต่อยอดองค์ความรู้สู่กลยุทธ์ CEO Influencer
จากพื้นฐานการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางด้านสุขภาพและโภชนาการอย่างต่อเนื่อง นำมาสู่การสร้างความต่างผ่านกลยุทธ์ CEO Influencer
โดยศดานันท์ได้เปิดพื้นที่บนแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อถ่ายทอดความรู้และสื่อสารข้อมูลด้านสุขภาพอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคได้กลายเป็นแรงส่งสำคัญให้บริษัทต่อยอดสู่การพัฒนาเฮาส์แบรนด์ (House Brand) ภายใต้ชื่อ "ซีอีโอ แฟคตอรี่" ในปัจจุบัน
“การสื่อสารของเราตั้งอยู่บนความซื่อสัตย์และให้ข้อเท็จจริงเป็นหลัก การพูดความจริงช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์ และความไว้วางใจนี้คือฐานสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเติบโตอย่างยั่งยืน”
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการควบคุมกระบวนการผลิตต้นน้ำถึงปลายน้ำ เนื่องจากมีโรงงานเป็นของตนเอง จึงสามารถตรวจสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ร่วมกับองค์กรภายนอก (Third Party) เพื่อการันตีมาตรฐานความปลอดภัย
ศดานันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไทยมีศักยภาพสูงในการก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งมาตรฐานและคุณภาพที่แข็งแรงจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของแบรนด์ไทยในตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน







