posttoday
คต. พลิกโฉมสู่ “Trade Integrator” งัด FTA-AI นำทัพค้าไทยบุกเวทีโลก

คต. พลิกโฉมสู่ “Trade Integrator” งัด FTA-AI นำทัพค้าไทยบุกเวทีโลก

08 กรกฎาคม 2569

กรมการค้าต่างประเทศ ปรับบทบาทดันระบบดิจิทัลและ AI ช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุน ปลดล็อกสิทธิประโยชน์ FTA พร้อมรับมือมาตรการการค้าโลกใหม่

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ เร่งยกระดับบทบาทจาก “ผู้กำกับดูแลกฎระเบียบ” (Regulator) สู่ “ผู้บูรณาการการค้า” (Trade Integrator)” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี มาตรการทางการค้า และเครือข่ายผู้ประกอบการ มุ่งเสริมศักยภาพภาคธุรกิจไทยให้พร้อมรับมือความท้าทายภายใต้กติกาการค้าโลกใหม่ พร้อมชู FTA – AI - ดิจิทัล เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ลดต้นทุน  และผลักดันการค้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืนในเวทีโลก

การขับเคลื่อนบทบาทดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้เวทีสัมมนาใหญ่ “Winning in Trade under the New World Order: การค้าที่ต้องชนะ ในกติกาโลกใหม่” ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศจัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ โดยมีผู้ประกอบการ SMEs ผู้นำเข้า-ส่งออก นักลงทุน ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนเข้าร่วมกว่า 500 คน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง วิเคราะห์ทิศทางการค้าโลก และเตรียมความพร้อมรับมือความท้าทายใหม่อย่างรอบด้าน

ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกการค้าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเผชิญความไม่แน่นอนรอบด้าน จากทั้งปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ การปรับตัวของห่วงโซ่อุปทานโลก และกฎระเบียบทางการค้าใหม่ ๆ ประเทศไทยจึงต้องปรับตัวเชิงรุก วางบทบาททางการค้าอย่างสมดุล และใช้ประโยชน์จาก FTA เป็นแต้มต่อสำคัญในการลดต้นทุน เปิดตลาดใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย โดยกระทรวงพาณิชย์พร้อมสนับสนุนข้อมูล กฎระเบียบ มาตรการทางการค้า บริการดิจิทัล และกิจกรรมให้คำปรึกษา เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจกติกาการค้าใหม่ ใช้โอกาสทางการค้าเติบโต และแข่งขันได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ “คว้าโอกาส สู่ชัยชนะ : ภายใต้ระเบียบโลกใหม่” โดยนางอารดา
เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจชั้นนำของประเทศ ได้แก่ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายสัทธา วนลาภพัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่กลยุทธ์ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และนายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เพื่อวิเคราะห์ทิศทางการค้าโลกและความเสี่ยง พร้อมชี้ให้เห็นโอกาสสำคัญที่ไทยต้องเร่งคว้าเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ท่ามกลางกติกาการค้าโลกใหม่ ไทยจำเป็นต้องปรับตัวจากการแข่งขันด้วยการลดต้นทุน ไปสู่ความยืดหยุ่น การบริหารความเสี่ยง และการวางตำแหน่งทางการค้าเชิงยุทธศาสตร์ โดยกรมการค้าต่างประเทศพร้อมยกระดับบทบาทสู่ “ผู้บูรณาการการค้า” (Trade Integrator) เพื่อบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นระบบ และจะขับเคลื่อนงานผ่าน 4 มิติ ได้แก่ (1) ความพร้อมรับมือและปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลง (Resilience) (2) การทำการค้าให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ (Compliance), (3) การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย (Competitiveness) และ (4) การปรับทิศทางการค้าให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และสถานการณ์โลก (Strategic Alignment) ควบคู่กับการยกระดับบริการดิจิทัล อาทิ ระบบขออนุญาตนำเข้าและออกหนังสือรับรองทางการค้า (DFT SMART-I) ระบบขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (DFT SMART C/O) ระบบออกใบอนุญาตสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (e-TCWMD) ระบบตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า (ROVERs Plus) เป็นต้น นอกจากนี้ กรมฯ ยังเตรียมนำ AI มาสนับสนุนกระบวนการตรวจสอบ เพื่อลดลดภาระผู้ประกอบการ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และเสริมความน่าเชื่อถือของสินค้าไทย พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก FTA ผ่านโครงการ FTA GO! และ Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA เพื่อขยายโอกาสทางการค้า และผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดสากลได้อย่างยั่งยืน

นางอารดา กล่าวย้ำว่า ความสำเร็จของการค้าไทยในอนาคตไม่ได้วัดจากมูลค่าการส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัว การสร้างความยืดหยุ่น และการใช้กติกาการค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยกรมการค้าต่างประเทศพร้อมเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ “ยืนได้ ปรับได้ และแข่งขันได้” ภายใต้กติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยต้องไม่เพียงแค่รู้กติกา แต่ต้องใช้กติกาให้เป็นประโยชน์ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มโอกาสทางตลาด และสร้างความน่าเชื่อถือให้สินค้าไทยในสายตาคู่ค้า

ด้าน ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยฯ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องมี “จุดยืน” ทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน และขับเคลื่อนในลักษณะ “ทีมไทยแลนด์” ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่าภาครัฐควรเร่งปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ขณะที่ผู้ประกอบการต้องยกระดับเทคโนโลยี มาตรฐานสินค้า ทักษะแรงงาน และรูปแบบธุรกิจ เพื่อให้ไทยแข่งขันได้อย่างมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานโลก

ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า โลกเศรษฐกิจยุคใหม่ไม่ได้แข่งเพียง “ใครผลิตได้มากกว่า” แต่ต้องตอบให้ได้ว่า “ไทยควรผลิตอะไร ส่งออกอะไร และจะสร้างคุณค่าใหม่ให้เศรษฐกิจได้อย่างไร” โดยเฉพาะเมื่อ AI ชิปเซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงาน และเทคโนโลยีขั้นสูง กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ไทยจึงต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ พัฒนาคน ดึงดูดการลงทุน และสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

ปิดท้ายด้วยมุมมองจากภาคอุตสาหกรรม นายสัทธา วนลาภพัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่กลยุทธ์ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไทยต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้รอรับการลงทุน” ไปสู่ “ผู้สร้างโอกาสและออกแบบระบบรองรับการลงทุน” อย่างเป็นรูปธรรม โดยเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด ระบบดิจิทัล และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ เพราะความรวดเร็ว ความชัดเจน และความพร้อมในการให้บริการ คือ ปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน และจะช่วยให้ไทยดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง สร้างงานคุณภาพ และยกระดับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

กรมการค้าต่างประเทศ พร้อมเป็น “พันธมิตรทางยุทธศาสตร์” ของภาคเอกชน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการค้าไทย เปิดโอกาสใหม่ในเวทีโลก และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ปรับตัวได้เร็ว ใช้ประโยชน์จากกติกาการค้าใหม่ได้จริง ดังนั้น หากผู้ประกอบการต้องการข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางการค้า กฎถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการทางการค้า กิจกรรมอำนวยความสะดวกทางการค้า หรือการขอหนังสือรับรองการส่งออก สามารถสอบถามได้ที่ DFT Call Center 1385 เว็บไซต์ www.dft.go.th หรือ Facebook เพจ “กรมการค้าต่างประเทศ DFT”

ข่าวล่าสุด

ทรู ลุย AI for Thailand ชู 6 เสาหลัก สร้างระบบนิเวศ AI ที่น่าเชื่อถือ

ทรู ลุย AI for Thailand ชู 6 เสาหลัก สร้างระบบนิเวศ AI ที่น่าเชื่อถือ