posttoday

Lumentum ผนึก อว. ปั้นไทยศูนย์กลาง R&D โฟโตนิกส์ รับยุคทองแห่ง AI

10 เมษายน 2569

Lumentum จับมือกระทรวง อว. และ ม.มหานคร เร่งสร้างบุคลากรทักษะสูง 1.2 หมื่นคนต่อปี พัฒนาหลักสูตรวิจัยเทคโนโลยีแสงเพื่อการสื่อสารและ AI มุ่งยกระดับไทยจากฐานผลิตสู่ผู้นำนวัตกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่บทบาทศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ด้านอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและโฟโตนิกส์ จากความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างบริษัท ลูเมนตั้ม ประเทศไทย จำกัด (Lumentum) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) โดยมีเป้าหมายยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนา ควบคู่กับการสร้างกำลังคนคุณภาพสูงรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ความร่วมมือนี้สะท้อนทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในการขยับจากฐานการผลิตไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดย “โฟโตนิกส์” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแกนหลักของระบบ AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีต่อประเทศไทย “ความร่วมมือนี้เป็นการยืนยันศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากร ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว”

หัวใจสำคัญของความร่วมมืออยู่ที่การแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทักษะสูง โดยแม้ไทยจะมีฐานวิศวกรด้านการผลิตที่แข็งแกร่ง แต่ยังขาดบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาในสาขาเฉพาะทาง โดย Lumentum ประเมินว่าอุตสาหกรรมในประเทศต้องการแรงงานกลุ่มนี้สูงถึงประมาณ 12,000 คนต่อปี

นายไมเคิล เฮอร์ลสตัน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lumentum กล่าวว่า
“แม้สำนักงานใหญ่จะอยู่ในสหรัฐฯ แต่ประเทศไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ของบริษัท บริษัทไม่ได้เน้นแค่เพียงการผลิต แต่ต้องการลงทุนระยะยาวในด้าน R&D บุคลากร และการมีส่วนร่วมเชิงนโยบาย”

นายก๊ก เว่ย ฮู รองประธานอาวุโสสายปฏิบัติการ Lumentum เน้นย้ำบทบาทของบริษัทในระดับนโยบาย ว่า “ต้องการมีส่วนช่วยกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

ภายใต้ความร่วมมือนี้ Lumentum จะมีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถาบันการศึกษา สนับสนุนห้องปฏิบัติการด้านโฟโตนิกส์ และถ่ายทอดองค์ความรู้จากภาคอุตสาหกรรมสู่ภาคการศึกษา เพื่อให้กำลังคนที่ผลิตออกมาตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกอย่างแท้จริง

ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ผู้อำนวยการ TMEC กล่าวว่า “โฟโตนิกส์ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับประเทศไทย การสร้างห้องปฏิบัติการและแพลตฟอร์มการเรียนรู้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว”

ในมุมของภาคการศึกษา รศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ชี้ว่า
“มหาวิทยาลัยกำลังปรับบทบาทจากการเรียนการสอนแบบเดิม ไปสู่การเป็นศูนย์เชื่อมโยงงานวิจัยกับการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้นวัตกรรมสามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้”

ข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลา 5 ปีนี้ ถือเป็นกรอบการทำงานระยะยาวที่ครอบคลุมทั้งการพัฒนาบุคลากร การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการต่อยอดงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายสร้างระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม การศึกษา และการวิจัยเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

ในเชิงเศรษฐกิจ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนความพยายามของประเทศไทยในการยกระดับบทบาทในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์โลก จากเดิมที่เน้นการประกอบและการผลิต ไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการออกแบบ วิจัย และเทคโนโลยีขั้นสูง

ท่ามกลางการเติบโตของความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก ความสำเร็จของความร่วมมือนี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถของไทยในการเร่งสร้างบุคลากรและผลักดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ หากสามารถทำได้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยยกระดับบทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับภูมิภาคและระดับโลกในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ลดแรงรับสงกรานต์! กบน. หั่นราคาดีเซล-เบนซินทุกชนิด สูงสุด 6 บาท