เซนต์ บิวตี้ ปั้นสมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก ดึงผู้เยี่ยมชมทะลุแสนในปี 68
เซนต์ บิวตี้ คอสเมติก (ประเทศไทย) พร้อมก้าวสู่ตลาดโลก ตั้งเป้ายอดขาย 270 ล้านในปี 2568 ขยายความร่วมมือกับชุมชนและสถานศึกษา ส่งเสริมการพัฒนาทักษะอาชีพและความยั่งยืน พร้อมคาดการณ์ยอดผู้เยี่ยมชมศูนย์สมุนไพรชีววิถีท่าม่วงทะลุแสนคน
บริษัท เซนต์ บิวตี้ คอสเมติก (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามจากสมุนไพรไทย ภายใต้แบรนด์ ชีววิถี, Sense, และ Sens’e ประกาศเป้าหมายยอดขาย 270 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่ด้านสิ่งแวดล้อมไปจนถึงการสร้างโอกาสให้ชุมชนผ่านคอร์สพัฒนาทักษะอาชีพที่หลากหลาย ณ ศูนย์การเรียนรู้สวนสมุนไพรชีววิถีท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
นางอรประภา พรมรังฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนต์ บิวตี้ คอสเมติก กล่าวว่า บริษัทมีแผนขยายความร่วมมือกับสถานศึกษา ชุมชน และหน่วยงานราชการทั่วประเทศ ผ่านศูนย์การเรียนรู้สวนสมุนไพรชีววิถี เพื่อส่งเสริม CSR และพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมเรียนรู้หลักเศรษฐกิจพอเพียง การใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพ และคอร์สพัฒนาทักษะอาชีพฟรี เช่น การทำเครื่องดื่มสมุนไพร เบเกอรี่และขนมไทย งานมัดย้อม eco print ธาตุเจ้าเรือน การแต่งหน้าพัฒนาบุคลิกภาพ และการใช้เครื่องมือออนไลน์เพื่อส่งเสริมการขาย
“ในปี 2567 ศูนย์การเรียนรู้ได้รับความสนใจจากผู้เยี่ยมชมกว่า 100,000 คน และคาดว่าในปี 2568 ยอดผู้เข้าชมจะเกิน 100,000 คน เนื่องจากการพัฒนาคอร์สเรียนให้ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน” นางอรประภา กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องและได้ร่วมกับสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาสมุนไพรไทยให้ตอบโจทย์ตลาดโลก โดยมีผลิตภัณฑ์เด่นที่คว้ารางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ทรีทเม้นท์บำรุงผมมะพร้าว รางวัลธุรกิจสมุนไพรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2564 เซรั่มรังไหม ได้รับรางวัลเหรียญทองจากงานประกวดสินค้านวัตกรรมโลก ประเทศโปแลนด์ และครีมนวดส้นเท้าแตกสูตรกล้วยหอม คว้ารางวัลเหรียญทอง จากการประกวดสินค้านวัตกรรมและจัดแสดงสินค้าระดับนานาชาติ ประเทศอังกฤษ
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้จากต่างประเทศ 30% ในปี 2568 โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และการรับจ้างผลิต (OEM) ปัจจุบันแบรนด์ชีววิถีมีสินค้าจำหน่ายในกว่า 20 ประเทศ รวมถึงตลาดชั้นนำในไทย เช่น เซเว่น อีเลฟเว่น บิ๊กซี และท็อปส์มาร์เก็ต พร้อมเปิดร้านจำหน่ายสินค้าของตัวเอง 4 สาขา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว
“แม้เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความท้าทาย แต่ความต้องการผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ยั่งยืนและปลอดภัยยังคงเติบโต ธุรกิจของเราไม่ได้มุ่งเพียงตัวเลขยอดขาย แต่เน้นการสร้างคุณค่าให้กับชุมชน ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว” นางอรประภา กล่าว และย้ำว่า บริษัทจะเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


