posttoday
อูอาร์-112 แอกกริเกต โอดิสซีย์ ผลงานล่าสุดแห่งประกายแสงอันเจิดจรัสของอูร์เวิร์ก

อูอาร์-112 แอกกริเกต โอดิสซีย์ ผลงานล่าสุดแห่งประกายแสงอันเจิดจรัสของอูร์เวิร์ก

25 กุมภาพันธ์ 2565

เจนีวา - วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 ท่ามกลางท้องฟ้าอันเงียบสงัดและแสนสงบของโลกแห่งเครื่องบอกเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) วัตถุบินซึ่งไม่อาจระบุได้ค่อยๆ ปรากฏเลือนลางบนเส้นขอบฟ้า นั่นอาจเป็นการประกาศถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่กำลังใกล้เข้ามา หรืออาจเป็นการหยั่งรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงแห่งความรู้สึกที่กำลังจะเกิดขึ้น ด้วยแสงแวววาบพาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน และนั่นคือผลงานเรือนเวลารุ่นใหม่ของ อูอาร์-112 แอกกริเกต โอดิสซีย์ (UR-112 Aggregat Odyssey) ที่ปรากฏภายใต้โลหะเสมือนโปรยปรายจากท้องฟ้า จากวิวัฒนาการล่าสุดของ อูอาร์-112 (UR-112) ซึ่งมาพร้อมโครงร่างใหม่ทำจากไทเทเนียมและสตีล และด้วยรุ่นผลิตจำนวนจำกัดนี้ อูร์เวิร์ก (URWERK) ในฐานะนักสร้างสรรค์นาฬิการาวดั่ง ‘บันเทิงคดีแนวอวกาศ’ (‘space opera’) ได้ก้าวผ่านขีดข้อจำกัดของตนไปมากกว่าที่เคย... สู่ความไม่สิ้นสุดและเหนือยิ่งกว่า!

แวววาวราวกับยาน เจ-ไทป์ 327 (J-type 327) ขององค์ราชินีแพดเม่ อมิดาลา (Padme Amidala) พร้อมทั้งติดตั้งด้วยหน้าต่างทรงกลมคล้ายกับดวงตาขนาดใหญ่สองดวงเสมือนกับอาร์ชี (Archie) หรือ ‘ยานอเนกประสงค์’ (owl ship) จากวอทช์เม็น (Watchmen) ภายใต้ความปราดเปรียวคล้ายกับยานอวกาศกลิงออน เบิร์ด ออฟ เพรย์ (Klingon Bird of Prey) และร่องโพรงที่คล้ายกับลำเรือของยานอวกาศ แบทเทิลสตาร์ กาแลคติกา (Battlestar Galactica) ที่ อูอาร์-112 แอกกริเกต โอดิสซีย์ ได้ปรากฏโฉมจากอู่เรืออูร์เวิร์ก ภายในรุ่นผลิตจำนวนจำกัดซึ่งถ่ายทอดความโดดเด่นของจำนวนอันนับไม่ถ้วนของพื้นผิวแบบเรียบแบน โค้ง เซาะโพรง สลัก หมุนเกลียวและเชื่อมกัน โดยทั้งหมดผสานไว้ด้วยการตกแต่งอันก้าวล้ำสมัยที่สลับระหว่างมิติแบบด้านและเงาวาว ขัดแต่งแซนด์บลาสต์ (sandblasted) และขัดเงา โดยงานฝีมืออันละเอียดอ่อนและอาศัยซึ่งความอดทนทุ่มเทและความเชี่ยวชาญนี้ได้มอบห้องนักบินขนาดใหญ่สองห้อง ที่ซึ่งรูปทรงปริซึมหมุนอันเป็นตัวแทนของกระบวนการทำงานที่เป็นสัญลักษณ์เฉพาะหนึ่งเดียวของอูอาร์-112 นั้นดูคล้ายกันกับฐานสังเกตการณ์สองท่าสุดล้ำสมัย

ลวดลายพื้นผิวอันซับซ้อน

อูอาร์-112 แอกกริเกต โอดิสซีย์ คือผู้สืบทอดความสำเร็จจาก อูอาร์-112 แอกกริเกต ทู-โทน (UR-112 Aggregat Two-Tone) โดยส่วนด้านบนสุดของยานอวกาศบนข้อมือนี้เหมาะสำหรับการขัดเงา ขณะที่เครื่องกำบังหรือตัวปิดทำจากสตีลถูกเซาะโพรงเปิดในแนวตั้ง เพื่อมอบการมองเห็นสำหรับการแสดงพลังงานสำรองชั้นรองและการแสดงวินาทีด้วยตัวเลข โดยด้านบนสุดซึ่งตกแต่งด้วยงานขัดเงาแบบกระจกยังเพิ่มมิติด้วยขอบขัดแต่งแบบบีดบลาสต์ (beadblasted) ส่วนลำตัวกลางไทเทเนียมตกแต่งด้วยงานปัดด้านแบบซาติน ผสมผสานกับการเซาะโพรง ขัดแซนด์บลาสต์และบีดบลาสต์ จึงสร้างรูปของสนามไมโครดอท (microdots) แบบย่อส่วนขนาดเล็ก สำหรับฟังก์ชันการใช้งาน พร้อมทั้งปีกสตีลสองชิ้นของ อูอาร์-112 โอดิสซีย์ ซึ่งติดตั้งลงในลำตัวกลางนี้

แต่ละโซน แต่ละพื้นที่ แต่ละองค์ประกอบนั้นล้วนมีลวดลายพื้นผิวเฉพาะของตนเอง รวมถึงงานตกแต่งและภาษาการออกแบบและสร้างสรรค์เฉพาะของตน โดยมาร์ติน ไฟร (Martin Frei) ผู้ร่วมก่อตั้งของอูร์เวิร์ก และหัวหน้านักออกแบบ กล่าวว่า “ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสสัมผัสและมีประสบการณ์กับการถือกำเนิดผลงานสร้างสรรค์ของเราเป็นคนแรกๆ ทั้งในห้องปฏิบัติการ และด้วยความใกล้ชิดกับทีมช่างนาฬิกาของเรา ผมจึงได้เห็นการประกอบในขั้นตอนสุดท้าย ได้เห็นวัสดุค่อยๆ มีชีวิต และสำคัญมากไปกว่านั้นคือ การตกแต่งซึ่งอาจเคยอยู่เฉพาะในใจของผมที่ได้กลายเป็นรูปธรรมให้เห็นตรงหน้า เหมือนกับภาพร่างที่วาดด้วยดินสอ และค่อยๆ บรรจงตกแต่งโครงร่างและเส้นลายของเรือนเวลาบนแผ่นกระดาษ ตามมาด้วยขั้นตอนของการผลิตขึ้นรูปด้วยเครื่องจักรบนไทเทเนียมและสตีลที่ทำให้กระบวนการสร้างสรรค์นั้นสามารถมองเห็นได้ และจากนั้น จึงใช้ความชำนาญราวกับมายากลและความเชี่ยวชาญทั้งหมดจากมือของช่างฝีมือ ที่คัดลอกและถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกอันน่าตื่นเต้นนี้มาสู่ผลงานชิ้นสำเร็จ ซึ่งผ่านทั้งเทคนิคการตกแต่งด้วยงานขัดบีดบลาสต์ ปัดด้านแบบซาตินและขัดเงา โดยเฉพาะในรุ่น อูอาร์-112 นี้นับเป็นกระบวนการทำงานที่ยาวนานและใช้ความพยายามอุตสาหะอย่างมาก จึงนับเป็นมหากาพย์การผจญภัยที่แท้จริง และท้ายที่สุดนั้นยังทำให้เราสามารถเปลี่ยนความแข็งแกร่งของวัตถุดิบไปสู่ความประณีตของผลงานซึ่งผ่านการตกแต่งนี้ได้อย่างงดงาม” 

อนุกรมตัวเลข

อูอาร์-112 นั้นเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชัน สเปเชียล โปรเจกต์ (Special Project) โดยเป็นรุ่นแยกมาจากคอนเซปต์นับตั้งแต่แรกเริ่มของการแสดงชั่วโมงแบบการโคจร (wandering-hour indication) ของอูร์เวิร์ก แต่ปรากฏบนสเกลใหม่อย่างสิ้นเชิง ซึ่งไม่มีทั้งลูกบาศก์ ไม่มีกรงหมุนพร้อมก้านแขน ไม่มีการแสดงแบบส่วน 120 องศา เหมือนกับรุ่นอื่นๆ อีกมากมายที่เคยสร้างหน้าสำคัญในประวัติศาสตร์ของอูร์เวิร์กมาแล้วกว่า 25 ปี โดย อูอาร์-112 แอกกริเกต โอดิสซีย์ นี้แสดงชั่วโมงแบบจั๊มปิ้งอาวร์ (jumping hours) และแสดงนาทีแบบเทรลลิ่งมินิท (trailing minutes) บนปริซึม โดยย้ายมายังด้านหน้าของนาฬิกา ที่การแสดงเหล่านี้สามารถมองเห็นได้ใต้การบรรจุภายในกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ขนาดใหญ่ ซึ่งขณะที่ชั่วโมงกระโดดในด้านหนึ่ง นาทีก็ขยับไปข้างหน้าครั้งละห้านาทีบนอีกด้าน ส่วนตัวแสดงแบบลากหรือเทรลลิ่งเพิ่มเติมนี้จะแสดงหน่วยนาทีที่แม่นยำ ซึ่งฟีลิกซ์ โบมการ์ตเนอร์ (Felix Baumgartner) ผู้ร่วมก่อตั้งของอูร์เวิร์ก และช่างนาฬิการะดับมาสเตอร์ กล่าวว่า “นับเป็นอีกครั้งที่เราได้ปล่อยให้ความกล้าหาญได้พูดแทนเราในการสร้างสรรค์ซึ่งยานอวกาศแห่งเวลา เหมือนกับ ยูเอฟโอ (UFO) ที่เป็นความท้าทายทางเทคนิค ซึ่ง อูอาร์-112 นี้เป็นความบ้าอันบริสุทธิ์ในแง่ของจักรกลและการตกแต่ง เราจึงสามารถสร้างสรรค์ขึ้นได้เพียงจำนวนจำกัดมากๆ และอาจจะได้เพียงห้าเรือนเท่านั้น แต่นี่คือความเด็กที่ไม่ยอมโตเป็นผู้ใหญ่ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาและความใฝ่ฝันของการประดิษฐ์สร้างสรรค์เรือนเวลา!”

หัวใจของเครื่องปฏิกรณ์

ลำตัวกลางของตัวเรือนนาฬิกานี้บรรจุไว้ด้วยชิ้นส่วนสำหรับขับเคลื่อนและควบคุมของกลไก อูอาร์-13.01 คาลิเบอร์ (UR-13.01 caliber) ซึ่งมีกระปุกลานขนาดใหญ่ที่มอบพลังงานสำรองได้ 48 ชั่วโมง และเชื่อมโยงเข้ากับโรเตอร์ไขลานอัตโนมัติ โดยการกดปุ่มสองปุ่มบนด้านข้างของนาฬิกานั้น จะเป็นการเปิดเครื่องกำบังหรือตัวปิด เพื่อเผยให้เห็นการแสดงพลังงานสำรองและการแสดงวินาทีเล็กอันน่าตื่นเต้น ซึ่งสำหรับการแสดงวินาทีเล็กนี้ประกอบด้วยดิสก์ซิลิคอนแบบสเกเลตัน ที่เชื่อมต่อเข้ากับสะพานจักรอลูมิเนียมอโนไดซ์สีแดง อันเป็นงานออกแบบต้นตำรับของอูร์เวิร์ก

โมดูล ช่วงเวลาในเชิงพื้นที่ (Spatio-temporal)

ลวดเส้นยาวและบางโดดเด่นอยู่ ณ ใจกลางของยานอวกาศอันน่าทึ่งนี้ ด้วยความยาวหลายเซนติเมตร และอาจนับได้ว่าเป็นชิ้นส่วนที่ยาวที่สุดในการประดิษฐ์นาฬิการ่วมสมัย และเพื่อรับประกันถึงความเบาและแข็งแกร่งทนทาน เพลาขับ (cardan shaft) นี้จึงทำขึ้นจากไทเทเนียม และมั่นใจได้ว่าจะสามารถจับคู่เข้ากับโมดูลการแสดงซึ่งวางตำแหน่งไว้บนด้านหน้าของตัวเรือด้านนอกได้ โดยการเชื่อมโยงอันมั่นคงนี้เป็นผลลัพธ์มาจากการวางลำดับและความต่อเนื่องใหม่ของชุดเฟือง ที่ขับการเคลื่อนที่ของปริซึมชั่วโมงและนาทีผ่านชุดเฟืองในมุมเอียง 90 องศาสองชุด โดยปริซึมอลูมิเนียมสีดำที่ผ่านการเซาะโพรงบนด้านข้างต่างๆ นั้นได้เสริมความโดดเด่นดึงดูดสายตาด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNovaTM) พร้อมทั้งยึดอย่างปลอดภัยด้วยระบบขบวนเฟืองแพลเนต (planetary systems) ที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าพวกมันจะหมุนได้ทั้งบนแกนของตนเองและภายในพื้นที่เฉพาะ โดยการบรรลุผลด้านจลนศาสตร์นี้จำเป็นต้องอาศัยซึ่งความแม่นยำอย่างมาก และได้มอบเป็นคุณลักษณะความโดดเด่นของ อูอาร์-112 แอกกริเกต โอดิสซีย์ ด้วยงานออกแบบอันมีเอกลักษณ์เฉพาะและเหนือกว่าประเพณีใดๆ อย่างแท้จริง ซึ่งนั่นคือวิถีแห่งอูร์เวิร์ก

อูอาร์-112 แอกกริเกต โอดิสซีย์รุ่นผลิตจำนวนจำกัดราคา: CHF 250,000.00 (สวิสฟรังก์ / ไม่รวมภาษี)

อูอาร์-112 แอกกริเกต โอดิสซีย์ ผลงานล่าสุดแห่งประกายแสงอันเจิดจรัสของอูร์เวิร์ก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท