
PDPA พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 สิทธิที่ทุกคนต้องรู้!
ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เราคงจะได้ยินชื่อ PDPA หรือพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งหลังจากนั้นตามเว็บไซต์ต่างๆ ก็มีขึ้นแบนเนอร์ให้เรากดยินยอมให้สามารถนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ได้
แต่หลายคนยังคงไม่รู้ว่า PDPA หรือพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร? วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟัง
รู้จัก PDPA
PDPA ย่อมาจาก Personal Data Protection Act เป็นพ.ร.บ.ที่ออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 โดยมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สาเหตุที่เราจะต้องมีพ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมา เป็นเพราะว่าการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของบุคคลนั้นง่ายและสะดวกสบายกว่าในยุคเก่าๆ และมีหลากหลายช่องทางให้เข้าถึง รวมถึงสามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับผู้บริโภคไปใช้ในแง่การตลาดและวางแผนต่างๆ จำนวนมาก ทำให้เกิดความไม่พอใจของผู้บริโภคที่ถูกนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการร่างกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค PDPA หรือพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ขึ้นมา เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคล และป้องกันความเดือดร้อนและรำคาญต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึงอะไรบ้าง
ข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ใน PDPA หรือพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบไปด้วยข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของเราทั้งหมด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งชื่อ เลขบัตรประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์ ข้อมูลทางด้านการเงิน ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ความเห็นในเรื่องต่างๆ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรา
นั่นหมายความว่า ไม่ว่าข้อมูลอะไรที่สามารถเชื่อมโยงหรือระบุได้ว่าเป็นตัวเรา จะได้รับการคุ้มครองทั้งหมด หากว่าผู้ใดละเมิด หรือนำข้อมูลของเราไปใช้ทั้งในแง่การตลาด หรือการแสวงหารายได้ มีความผิดหมดทุกคน
แบรนด์ต่างๆ ทำอย่างไร
แน่นอนว่า PDPA หรือพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ล้วนกระทบต่อแบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการข้อมูลของผู้บริโภคในการมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการตลาด ดังนั้น จึงต้องทำการแจ้งสิทธิพร้อมขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล โดยให้บุคคลยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลผ่านทางช่องทางต่างๆ ที่หลายคนเห็นบ่อยๆ ก็คงจะเป็นตามเว็บไซต์ที่มีการขอให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบว่าจะนำข้อมูลที่ได้ไปนั้นไปทำอะไร และมีวัตถุประสงค์อะไรที่เป็นอันตรายหรือเปล่า ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนนำข้อมูลส่วนบุคคลของคนอื่นไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม จะมีโทษตั้งแต่ จำคุก 6 เดือนถึง 1 ปี และโทษปรับตั้งแต่ 5 แสนบาทจนถึง 5 ล้านบาท แล้วแต่ประเภทของข้อมูลความผิด
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะให้ความยินยอมในการใช้ข้อมูลไปแล้ว ไม่ว่าทางใด หากว่าเราต้องการยกเลิกหรือถอนความยินยอมเมื่อไรก็ตาม เว้นแต่บางกรณีเท่านั้นที่ยกเลิกไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ PDPA หรือพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงออกมาเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแท้จริง สิ่งสำคัญที่เราจะต้องรู้คือ เราควรจะดูรายละเอียดทุกครั้งก่อนได้รับความยินยอม เพื่อรักษาข้อมูลส่วนตัวของเราเอง







