
เลขาธิการ กพฐ. พร้อมผู้บริหารสำนัก ร่วมประชุมผู้บริหารระดับสูง สพฐ. ครั้งที่ 13/2564
วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ครั้งที่ 13/2564 เพื่อหารือข้อราชการและโครงการต่างๆ ที่ สพฐ. กำลังดำเนินการ
อาทิ การรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การขับเคลื่อน Active Learning โรงเรียนคุณภาพ การพัฒนาเด็กปฐมวัย ระบบวัดแววพหุปัญญา พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Education Sandbox) การบริหารความเสี่ยง ระบบการลงเวลาปฏิบัติราชการ และแผนพัฒนาบุคลากรภาครัฐปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2565 เป็นต้น โดยมีผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และบุคลากร สพฐ. เข้าร่วมประชุม ผ่านระบบห้องประชุมออนไลน์ ZOOM
นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การประชุมวันนี้ได้มีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อสามารถเตรียมการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แก่นักเรียนในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งติดตามการขับเคลื่อนนวัตกรรม Active Learning ในสถานศึกษา รวมถึงการดำเนินงานโรงเรียนคุณภาพ การพัฒนาเด็กปฐมวัย ความคืบหน้าในการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (Education Sandbox) และการพัฒนาบุคลากร ในภาพรวมของปี 2564 จนถึงแผนพัฒนาบุคลากรในปี 2565 ที่จะถึงนี้
สำหรับแนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ มีการจำแนกกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วย ข้าราชการพลเรือนสามัญ บุคลากรทางการศึกษา 38ค(2) ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ จำนวน 42,276 คน และกลุ่มที่ 2 ประกอบด้วย ครูผู้สอน ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา จำนวน 393,512 คน โดยกลุ่มที่ 1 มีแนวทางการพัฒนาตามหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรภาครัฐของสำนักงาน ก.พ. ในทักษะเชิงยุทธศาสตร์ ทักษะด้านภาวะผู้นำ และทักษะตามสายงาน ส่วนกลุ่มที่ 2 มีแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับนโยบายของ รมว.ศธ. (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) ในด้านการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของครูให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล เพื่อให้ครูได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะทั้งด้านการจัดการเรียนรู้ด้วยภาษาและดิจิทัล สามารถปรับวิธีการเรียนการสอน และการใช้สื่อที่ทันสมัย มีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทางการศึกษาที่เกิดกับผู้เรียน
“ในขณะนี้ที่เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ส่วนสำคัญที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จคือโรงเรียนที่มีคุณภาพ ทั้งโรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง หรือโรงเรียนสะแตนด์อะโลน เราต้องการให้โรงเรียนเหล่านี้มีคุณภาพ แต่คนที่จะทำให้โรงเรียนเหล่านี้เกิดคุณภาพได้ก็คือบุคลากร ซึ่งบุคลากรที่มีอยู่ในปัจจุบันเราต้องมาคิดกันว่าจะทำอย่างไรให้เขาเปลี่ยนแปลงความคิดและเกิดวิธีการทำงานใหม่อย่างที่เราคาดหวัง และต้องพัฒนากี่ปีจึงจะครอบคลุมเป้าหมายที่เราตั้งเป้าไว้ ด้วยแนวทางที่ต้องการพัฒนาครูในด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านเจตคติที่มีต่องานในหน้าที่ เราก็ต้องมาดูหลักสูตรการพัฒนาว่าตอบโจทย์ที่จะทำให้โรงเรียนมีคุณภาพหรือไม่ หรือหากจะพัฒนาบุคลากรที่อยู่ในสำนักงานเขตพื้นที่ ต้องดูว่าจะพัฒนาให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร และต้องเสริมอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้เขามีอาวุธในการขับเคลื่อนภารกิจงาน เพื่อให้สามารถต่อยอดและเป็นประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาประเทศชาติได้” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว







