
Verily Vision แม่นยำ ต้นทุนต่ำ ทำได้จริง
ในวันที่หลายคนไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะยินดีกับการตอบรับ ‘นวัตกรรม’ ขององค์กร หรือยินร้ายกับความเป็นไปได้ที่จะตกงาน ความขัดแย้งเช่นนี้เกิดขึ้นในทุกยุคทุกสมัยที่มีการปฏิวัติเกษตรกรรมไปถึงปฏิวัติอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นยุคการใช้แรงงานสัตว์ทดแทนแรงงานคน หรือในวันที่เครื่องจักรถูกนำมาใช้ทดแทนแรงงานสัตว์ แต่สำหรับยุคโควิด-19 แล้ว ‘เทคโนโลยี’ ได้กลายเป็นสมองที่หลายองค์กรตอบรับเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ในขณะที่อีกหลายอุตสาหกรรมยังไม่แน่ใจว่าพร้อมแล้วหรือไม่กับการพึ่งพาเทคโนโลยี
“นอกเหนือจากเรื่องเงินทุนแล้ว ระดับการเปิดรับนวัตกรรมของแต่ละองค์กรก็แตกต่างกัน เมื่อเทคโนโลยีคือสิ่งใหม่ แน่นอนว่า ความกลัวผลลัพธ์ที่ไม่คุ้นเคย หรือกลัวการต้องเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการใหม่ คือ อุปสรรคที่หลายองค์กรยังลังเลในการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีใหม่” คุณปิยะวัฒน์ แสงประเสริฐกฤต ผู้บริหารฝ่ายการตลาด และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง บริษัท เวริลี วิชั่น จำกัด กล่าว
บริษัท เวริลี วิชั่น จำกัด คือ ผู้พัฒนานวัตกรรมระบบอัตโนมัติด้านการขนส่งและกระจายสินค้า (Logistic and Supply Chain Automation) โดยการนำหลักการทางวิศวกรรมมาพัฒนาเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลักดันให้องค์กรเข้าสู่ยุคดิจิทัล ผ่านการใช้ภาพถ่าย (Computer Vision) เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเครือข่าย Internet of Things (IoT) และมีการประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)
ปัจจุบัน เทคโนโลยีของเวริลี วิชั่น ได้นำมาช่วยในการบันทึกข้อมูลรถบรรทุกที่ผ่านเข้าออกด่านท่าเรือศุลกากร ด้วยกล้องถ่ายภาพอัตโนมัติ และส่งต่อเข้าระบบเพื่ออ่านข้อมูลในภาพ ซึ่งประกอบไปด้วย ตัวหนังสือ และตัวเลข โดย AI จะทำหน้าที่ในการแปลงภาพถ่ายเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ใช้จัดเก็บได้ในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งในอดีตนั้น ต้องใช้แรงงานคนจดข้อมูลต่างๆ ลงบนกระดาษ แล้วจึงนำไปบันทึกลงในระบบคอมพิวเตอร์
“เราก็ต้องยอมรับว่า ความแม่นยำในการบันทึกข้อมูล เป็นด่านแรกที่จะก่อให้เกิดการปฏิวัติทางอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง เนื่องจากเทคโนโลยีสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ทำให้ช่วยลดเวลาในการผ่านด่าน เพิ่มเวลาในการขนถ่ายสินค้าเข้าคลัง และส่งเสริมให้การทำงานทั้งระบบมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”
นอกเหนือจากเป็นผู้ช่วยท่าเรือหน้าด่านแล้ว เทคโนโลยีของเวริลี วิชั่น ยังมีบทบาทในการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลคลังสินค้าในโรงงาน รวมไปถึงการจัดการของฝ่ายจราจร ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งการได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการระบบขนส่งและกระจายสินค้าให้กับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สืบเนื่องมาจากการที่บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการ NIA Deep Tech Incubation Program @EEC ที่จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นโครงการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมสำหรับสตาร์ทอัพ สาย Deep Tech ให้เติบโตในพื้นที่ EEC อย่างแท้จริง โดยเน้นสร้างความร่วมมือระหว่างสตาร์ทอัพ และหน่วยงานพันธมิตรในพื้นที่
“ประเทศไทยมีภูมิประเทศที่ได้เปรียบด้านยุทธศาสตร์ เรามีท่าเรือที่มีศักยภาพสูงหลายแห่งในประเทศ เวริลี วิชั่น จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีของเราให้รองรับภาคอุตสาหกรรมการท่าเรือมากยิ่งขึ้น เช่น การอ่านมิเตอร์ และความดันเกจ (Gauge Pressure) ต่างๆ ที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรม”
ในระยะ 4 ปีที่ผ่านมา บริษัท เวริลี วิชั่น เริ่มต้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีเล็กๆ ได้แก่ ‘เซ็นเซอร์วัดความอ่อนแก่ของทุเรียน’ ด้วยคลื่นไมโครเวฟ ซึ่งเป็นพื้นฐานเทคโนโลยีด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม นำมาพัฒนาให้เป็นการรวมระบบเพื่ออ่านค่าตัวเลข ตัวอักษร ตามที่ได้สร้างโปรแกรมไว้ในระบบการเรียนรู้ของ AI โดยปัจจุบัน เวริลี วิชั่น ได้กลายเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้กับบริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นท่าเรือเพียงหนึ่งเดียวที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และคลังสินค้า SCG Logistics
“จากจุดนี้ เราเล็งเห็นโอกาสในนำเทคโนโลยีที่เรามีมาประยุกต์เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาในระดับที่มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรม หรืออุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์ เช่น การตรวจสอบความเสียหายของตู้ขนสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสอนให้ AI เรียนรู้อย่างไร”
สิ่งสำคัญที่เป็นแรงผลักดันให้ เวริลี วิชั่น ไม่หยุดกับความสำเร็จในวันนี้ และก้าวต่อไปก็คือเป้าหมายที่วางไว้อย่างชัดเจนในพัฒนาคุณภาพของเทคโนโลยีให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ แต่แตกต่างด้วยการมอบบริการให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีกับลูกค้าเพื่อประโยชน์สูงสุด และการให้บริการซ่อมบำรุงรักษาอย่างครบวงจร
“เราจะต้องไม่หยุดอยู่กับความสำเร็จที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้ว่า แต่ละงาน แต่ละโครงการมีความแตกต่างกัน การสำรวจพื้นที่ ลักษณะ ประเภทของงาน ณ สถานที่จริง มีผลต่อการพัฒนาคุณภาพของงานเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ที่ช่วยตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละราย ในขณะเดียวกัน ธุรกิจของเราก็จะเติบโตไปทิศทางเดียวกัน และมีส่วนช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่มีท่าเรือ รวมไปถึงระบบขนส่งและกระจายสินค้าที่เทียบเท่าท่าเรือชั้นนำระดับโลก”
แม้ในวันนี้ เวริลี วิชั่น จะมีคู่แข่งทางธุรกิจในตลาดเกิดขึ้นมากมาย แต่ก็นับเป็นสัญญาณที่ดีในการบ่งชี้ให้เห็นถึงการตอบรับจากองค์กรต่างๆ ในประเทศ ที่พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว เมื่อประสิทธิภาพทำให้สามารถทำงานได้มากขึ้น เกิดความผิดพลาดน้อยลง มีความรวดเร็วในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลไปสู่ต้นทุนที่ต่ำลง ไม่ว่าวันนี้ประเทศไทยจะอยู่ ณ พิกัดใดกลางทะเลลึก แต่เมื่อมองเห็นฝั่งแล้ว ก็คงต้องไปต่อให้ถึง
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Startup Thailand Marketplace ของ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)







