posttoday
พันธมิตรนาฬิกาอย่างเป็นทางการ ตูร์บิญอง วิท ทรี ฟลายอิ้ง บริดจ์ส – แอสตัน มาร์ติน เอดิชั่น

พันธมิตรนาฬิกาอย่างเป็นทางการ ตูร์บิญอง วิท ทรี ฟลายอิ้ง บริดจ์ส – แอสตัน มาร์ติน เอดิชั่น

02 มิถุนายน 2564

วันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2021, ลา โชซ์-เดอ-ฟองด์: เรือนเวลารุ่นแรกที่ถือกำเนิดจากการประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรเมื่อเร็วๆ นี้ ระหว่าง จีราร์ด-แพร์โกซ์ (Girard-Perregaux) และแอสตัน มาร์ติน (Aston Martin) ได้เผยโฉมขึ้นแล้ว ภายในผลงานรุ่น ตูร์บิญอง วิท ทรี ฟลายอิ้ง บริดจ์ส – แอสตัน มาร์ติน เอดิชั่น (Tourbillon with Three Flying Bridges – Aston Martin Edition) กับการผนึกรวมเป็นหนึ่งของความเชี่ยวชาญในการประดิษฐ์สร้างสรรค์นาฬิกาแห่งจีราร์ด-แพร์โกซ์ เข้ากับองค์ความรู้เฉพาะหนึ่งเดียวแห่งความหรูหราและสมรรถนะของแอสตัน มาร์ติน

โดยทั้งสองแบรนด์ได้แสดงออกถึงความหลงใหลในงานฝีมืออันประณีตและการทำงานร่วมกัน รวมถึงแลกเปลี่ยนซึ่งความเข้าใจอย่างแท้จริงถึงหัวใจของงานออกแบบ วัสดุ และเทคโนโลยี ซึ่งในผลงานรุ่นล่าสุดนี้ยังได้ร่วมเฉลิมฉลองให้กับนาฬิกาพก ทรี

บริดจ์ส (Three Bridges) อันเป็นไอคอนิกจากศตวรรษที่ 19 ภายใต้วิถีอันร่วมสมัยและเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดแม้จุดที่เล็กที่สุด รวมไปถึงสายนาฬิกาซึ่งเป็นสายใหม่ที่เปิดตัวขึ้นครั้งแรกในโลก โดยนำเสนอด้วยหนังวัวสีดำ พร้อมคุณสมบัติของยางอัลลอย หรือจีราร์ด-แพร์โกซ์ รับเบอร์ อัลลอย (Girard-Perregaux Rubber Alloy) ที่เป็นนวัตกรรมการฉีดแทรกเข้ากับยางด้วยไวท์โกลด์ ภายใต้งานออกแบบของสายซึ่งตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อชวนให้หวนนึกถึงเหล่ารถสปอร์ตเรซิ่งหรูของแอสตัน มาร์ติน ในอดีต

พันธมิตรนาฬิกาอย่างเป็นทางการ ตูร์บิญอง วิท ทรี ฟลายอิ้ง บริดจ์ส – แอสตัน มาร์ติน เอดิชั่น

พร้อมทั้งยกระดับซึ่งประเพณีของจีราร์ด-แพร์โกซ์ ที่รุ่นนี้ยังเล่นกับสัดส่วนและรูปทรงด้วยทักษะความเชี่ยวชาญ ซึ่งมอบความประทับใจแห่งสุนทรียะความสวยงามได้อย่างมาก

โดยตัวเรือน 44 มิลลิเมตรของ ตูร์บิญอง วิท ทรี ฟลายอิ้ง บริดจ์ส – แอสตัน มาร์ติน เอดิชั่น ขึ้นรูปมาจากไทเทเนียม เกรด 5 ซึ่งเป็นโลหะผสมอันแข็งแกร่งทนทานและไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหรือแพ้ ที่เลือกสรรโดยแอสตัน มาร์ติน ด้วยคุณสมบัติเด่นของความมีน้ำหนักเบา และยังหุ้มด้วยการเคลือบ ดีแอลซี (DLC) สีดำ ซึ่งมอบภาพลักษณ์ของนาฬิกาอันลึกลับแบบสเตลท์ (stealth) อย่างแท้จริง และที่น่าสนใจคือกลุ่มแร่ไทเทเนียมนั้นถูกค้นพบในสหราชอาณาจักรซึ่งเป็นบ้านเกิดของแอสตัน มาร์ติน นับย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1791 โดยนักบวชชาวอังกฤษ วิลเลียม เกรเกอร์ (William Gregor) ซึ่งนั่นเป็นปีเดียวกับที่ จีราร์ด-แพร์โกซ์ ได้ก่อตั้งขึ้น

ส่วนกระจกแซฟไฟร์ทรง 'กล่อง' ที่จัดวางอยู่ด้านหน้า เช่นเดียวกับด้านหลังของนาฬิกายังดึงดูดให้แสงส่องเรืองรองสู่ภายในตัว-เรือน จึงช่วยเสริมซึ่งความสามารถในการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน ส่วนกลไกนั้นเลี่ยงที่จะใช้แท่นเครื่อง แต่เป็นการติดตั้งไว้ระหว่างแผ่นกระจกแซฟไฟร์ทั้งสองแผ่น จึงดูคล้ายกับกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ขณะที่สะพานจักรสามชิ้นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ไอ-คอนิกของ จีราร์ด-แพร์โกซ์ ได้แผ่ขวางไปบนหน้าปัด และสร้างรูปขึ้นจากไทเทเนียม พร้อมทั้งเคลือบ พีวีดี (PVD) สีดำ รวมถึงมุมต่างๆ ผ่านการขัดเงา ส่วนงานออกแบบคงอุทิศให้กับเรือนเวลาด้วยภาพลักษณ์ของความบางเบาดุจอากาศ และมอบภาพอันน่าทึ่งของชิ้นส่วนกลไก ที่โดยปกติแล้วจะถูกซ่อนไว้จากการมองเห็น จากการที่จีราร์ด-แพร์โกซ์ มีประวัติศาสตร์ความเชี่ยวชาญอันยาวนานในการสร้างสิ่งที่ไม่อาจมองเห็นให้สามารถมองเห็นได้ เหมือนดังเช่นในตัวอย่างของรุ่นนี้ที่ท้าทายกับทุกความเสี่ยง โดยการสร้างสรรค์นาฬิกาซึ่งมีกลไกที่ปรากฏให้เห็นเสมือนกำลังลอยอย่างไร้น้ำหนักภายในตัวเรือน ซึ่งบรรลุผลสำเร็จได้โดยการตัดส่วนของกลไกด้านหลังออก จึงดูเหมือนไร้ซึ่งแท่นเครื่อง และสร้างภาพลวงตาของกลไกที่ดูราวกับกำลังลอยอยู่ภายในตัวเรือนนาฬิกา นับเป็นคุณลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่กลายมาเป็นชื่อซึ่งเรียกขานกันว่า 'ฟลายอิ้ง บริดจ์ส' ('Flying Bridges')

ส่วนกรงของตูร์บิญองซึ่งจัดวางอยู่ในส่วนล่างของหน้าปัด ออกแบบด้วย 'รูปทรงไลร์' (lyre-shaped) ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่พบได้ในนาฬิกาตูร์บิญองรุ่นต่างๆ ของบริษัทย้อนกลับไปตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 พร้อมทั้งเข็มชี้ทำให้เป็นสีน้ำเงินที่เพิ่มเข้ามาในกรงตูร์บิญองซึ่งทำหน้าที่แสดงวินาทีต่อเนื่อง ขณะที่กรงตูร์บิญองเองซึ่งวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางได้เพียง 10 มม. นั้นประกอบด้วยชิ้นส่วนถึง 79 ชิ้น และมีน้ำหนักรวมอยู่ที่เพียง 0.25 กรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักเบาอันน่าทึ่งเพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน

พันธมิตรนาฬิกาอย่างเป็นทางการ ตูร์บิญอง วิท ทรี ฟลายอิ้ง บริดจ์ส – แอสตัน มาร์ติน เอดิชั่น

โดยกระปุกลานซึ่งติดตั้งอยู่ ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เป็นแบบเปลือยโปร่งหรือโอเพ่นเวิร์ก (openworked) ทำให้มองเห็นบางส่วนของเมนสปริง และไมโคร-โรเตอร์ไวท์โกลด์ ที่วางตำแหน่งอยู่ใต้กระปุกลานและสร้างพลังงานให้กับเมนสปริง ทั้งยังแตกต่างไปจากนาฬิกากลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติส่วนใหญ่ ที่ไมโคร-โรเตอร์นี้ไม่บดบังหรือเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นการขับเคลื่อนของกลไก ขณะที่ชื่อของแอสตัน มาร์ติน ได้แกะสลักไว้บนขอบข้างแนวตั้งของไมโคร-โรเตอร์ และเติมด้วยการเคลือบสารเรืองแสงสีขาวซึ่งปรากฏเป็นแสงเรืองสีฟ้าภายใต้สภาวะแสงน้อยหรือแสงจำกัด เช่นเดียวกันกับเครื่องหมายหลักบอกเวลาและเข็มชี้ที่ผ่านการเคลือบด้วยสารเรืองแสงสีขาว และเป็นอีกครั้งที่ปล่อยแสงเรืองสีฟ้าในที่มืดสลัวหรือแสงน้อย

แพทริค ปรูโนซ์ (Patrick Pruniaux) ผู้อำนวยการบริหารใหญ่ของจีราร์ด-แพร์โกซ์ เผยว่า “เราดีใจที่ได้เป็นพันธมิตรร่วมกับแอสตัน มาร์ติน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทีมของพวกเขาด้วยเรือนเวลาอันเป็นไอคอนิกสูงสุดของเราอย่างแท้จริง พร้อมทั้งส่งมอบซึ่งมุมมองอันสดใหม่ในเครื่องบอกเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) ซึ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรอื่นๆ ในการตีความใหม่ให้กับนาฬิกา ทรี บริดจ์ส ของเรา อย่างไรก็ดี ในโอกาสพิเศษเช่นนี้ เราได้มอบข้อยกเว้น และอุทิศอย่างตั้งใจให้กับความก้าวหน้าล้ำสมัยด้านงานออกแบบของ แอสตัน มาร์ติน

“ซึ่งเมื่อมองงานออกแบบของแอสตัน มาร์ติน แล้ว คุณจะสังเกตเห็นผลงานกระจังหน้าอันโดดเด่นของผู้ผลิตรถหรูแห่งนี้ ซึ่งมีให้เห็นครั้งแรกในรุ่น ดีบี มาร์ก ทรี (DB Mark III) ช่วงปลายยุค 50s เช่นเดียวกับจมูกช่องลมและชุดด้านข้างกระโปรงที่พบได้ในรถรุ่นสมัยใหม่ของบริษัทที่ล้วนเป็นองค์ประกอบทางฟังก์ชั่น และตั้งใจผลิตขึ้นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการระบายอากาศ และเสริมภาพลักษณ์ความโดดเด่นโดยภาพรวมทั้งหมดของรถแต่ละคัน

“ณ จีราร์ด-แพร์โกซ์ เราได้แลกเปลี่ยนซึ่งปรัชญาเดียวกันนี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเมซง (Maison) ได้เปิดตัวนาฬิกา ตูร์บิญอง วิท ทรี โกลด์ บริดจ์ส ที่กลายเป็นตำนานของวันนี้เมื่อปี ค.ศ. 1867 ถือเป็นการเปลี่ยนรูปให้กับองค์ประกอบทางฟังก์ชั่นทั้งสามองค์-ประกอบนี้ไปสู่คุณสมบัติแห่งความสวยงามอันเย้ายวนดึงดูดใจ และแสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงซึ่งหัวใจหลักที่เรานั้นยังคงนำมาประยุกต์และใช้ในทุกวันนี้ และในที่สุด สัมพันธภาพครั้งล่าสุดนี้ก็ได้มอบซึ่งบทใหม่อันน่าหลงใหลให้กับประวัติศาสตร์อันยาวนาน 230 ปีของจีราร์ด-แพร์โกซ์ เช่นกัน”

ขณะที่ มาเรก ไรค์แมน (Marek Reichman) รองประธานบริหารและผู้อำนวยการบริหารใหญ่ของ แอสตัน มาร์ติน กล่าวเสริมว่า “ความท้าทายอันยิ่งใหญ่สูงสุดที่เราเผชิญกับการออกแบบเรือนเวลาใหม่รุ่นนี้คือเรื่องของขนาด อย่างที่ใครก็อาจนึกภาพตามออก  เพราะเราจำเป็นต้องพิจารณาถึงเส้นสายและสัดส่วนบนขนาดที่เล็กกว่าอย่างมากของนาฬิกาข้อมือ เมื่อเทียบกับสิ่งเราคุ้นเคยและใช้ในอาณาจักรการออกแบบของยนตรกรรม แต่นั่นก็สะท้อนถึงงานออกแบบที่ดีก็คืองานออกแบบที่ดี ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาหรือรถยนต์ หลักการเหล่านี้ก็ยังคงเหมือนกัน ผมรู้สึกดีใจกับผลลัพธ์อันสมบูรณ์แบบของนาฬิกา และขอแสดงความยินดีกับทุกๆ คนที่ได้ร่วมทำงานในโปรเจ็กต์นี้ เพราะความร่วมมือครั้งนี้ได้สร้างสรรค์ซึ่งเรือนเวลาอันสวยงามอย่างที่สุด”

ตูร์บิญอง วิท ทรี ฟลายอิ้ง บริดจ์ส – แอสตัน มาร์ติน เอดิชั่น ซึ่งผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 18 เรือน จะมีจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลก ณ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการและที่ได้รับการแต่งตั้งของ จีราร์ด-แพร์โกซ์ ทุกแห่ง

เกี่ยวกับจีราร์ด-แพร์โกซ์

ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1791 จีราร์ด-แพร์โกซ์ (Girard-Perregaux) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาชั้นสูงเก่าแก่ที่สุดที่ยังคงดำเนินกิจการและได้รับการยกย่องชื่นชมโดยเหล่านักสะสมและผู้หลงใหลในเรือนเวลาตราบจนวันนี้ และปีนี้ บริษัทได้เฉลิมฉลองครบรอบ 230 ปีที่เป็นเสมือนบทพิสูจน์อันเหมาะสมยิ่งถึงความเชี่ยวชาญในโลกแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาของแบรนด์ ที่แท้จริงแล้ว ประวัติศาสตร์ของบริษัทได้ปักหมุดไว้ด้วยผลงานสร้างสรรค์อันแสนพิเศษมากมาย ที่เชื่อมโยงระหว่างความสวยงามและฟังก์ชั่นอันเปี่ยมด้วยทักษะ ผลงานรุ่นต่างๆ เหล่านี้ยังรวมไปถึงไอคอนิก อย่าง ลอรีอาโต (Laureato) ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1975 เช่นเดียวกับตำนานแห่ง ตูร์บิญอง 'วิท ทรี โกลด์ บริดจ์ส' (Tourbillon 'With Three Gold Bridges') นาฬิกาที่ได้สร้างสิ่งที่ไม่อาจมองเห็นให้สามารถมองเห็น โดยเปลี่ยนรูปสะพานจักรจากองค์-ประกอบทางเทคนิคไปสู่ชิ้นส่วนผสมผสานของเรือนเวลาซึ่งนับเป็นครั้งแรกในโลกแห่งการประดิษฐ์นาฬิกา ตำแหน่งระดับแถวหน้าของ      จีราร์ด-แพร์โกซ์ในโลกแห่งนวัตกรรมการประดิษฐ์เครื่องบอกเวลานี้ยังยืนยันด้วยสิทธิบัตรที่ได้รับการบันทึกไว้กว่าหนึ่งร้อยฉบับ รวมถึงรางวัลและความโดดเด่นอีกมากมาย โดยบริษัทยังคงเป็นหนึ่งในช่างนาฬิกาเพียงไม่กี่รายผู้ซึ่งรักษาไว้ด้วยสถานะของการเป็น โรงงานการผลิต (Manufacture) มาอย่างยาวนานกว่าสองศตวรรรษ จากความเชี่ยวชาญในทุกๆ ทักษะที่จำเป็นในการสร้างสรรค์เครื่องบอกเวลาภายในโรงงานของตนเองที่ผสมผสานเข้ากับระดับสูงสุดของความเป็นต้นตำรับขนานแท้ ขณะเดียวกัน จีราร์ด-แพร์โกซ์ยังเคารพต่อมรดกของตนและพัฒนาความก้าวล้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งหลอมรวมไว้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ วัสดุอันล้ำสมัย และการสร้างสรรค์ความ      สดใหม่ให้กับรูปทรงการออกแบบที่ล้วนเป็นไอคอนิก

จีราร์ด-แพร์โกซ์เป็นส่วนหนึ่งของแคริ่ง กรุ๊ป (Kering Group) บริษัทชั้นนำแห่งโลกลักชัวรี

www.girard-perregaux.com/press 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท