posttoday
วัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้บนขอบฟ้า คุณเชื่อเรื่อง ยูเอฟโอ ไหม

วัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้บนขอบฟ้า คุณเชื่อเรื่อง ยูเอฟโอ ไหม

19 พฤษภาคม 2564

รัดเข็มขัดให้แน่น เพราะยูลิส นาร์แดง กำลังพาคุณออกเดินทางผ่านห้วงเวลาไปสู่อีกมิติ ที่ซึ่งนาฬิกาโครโนมิเตอร์บนยานลำนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรือนเวลาอันเรียบง่าย แต่เป็นการเดินทางผ่านประวัติศาสตร์การทำนาฬิกาคล็อก และจินตนาการอันกล้าหาญแห่งอนาคต

ยูเอฟโอ (UFO) ที่เห็นนี้คือของจริง ทว่า ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องบอกเวลาอันเรียบง่าย หรือวัตถุแปลกประหลาด แต่คือผลงานแห่งศิลปะ ในฐานะชิ้นงานแห่งการออกแบบ ที่เชื่อมโยงถึงสถาปัตยกรรม รวมทั้งคลื่นแห่งจักรกล และเป็นดั่งมหากาพย์การเดินทางผจญภัยครั้งใหม่ของแบรนด์ สู่พรมแดนเหนือผืนน้ำแห่งเครื่องบอกเวลาที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

เลอโลค, วันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2021 – เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 175 ปี ยูลิส นาร์แดง (Ulysse Nardin) จะนำพาประเพณีการสร้างสรรค์นาฬิกาคล็อกไปสู่ดินแดนแห่งจินตนาการ ด้วยการประดิษฐ์คิดค้นนาฬิกาโครโนมิเตอร์ขึ้นใหม่ในผลงานรุ่น ยูเอฟโอ (UFO) ที่เป็นทั้งนาฬิกาตั้งโต๊ะหรือนาฬิกาคล็อกสำหรับโต๊ะทำงาน ทว่า ยังมีอีกหลายสิ่งที่พิเศษนอกเหนือไปจากนั้น ด้วยการแกว่งของจักรกลที่จำลองมาจากการเคลื่อนไหวของคลื่น ภายใต้การผสมผสานของสามไทม์โซนเวลาแห่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต และเป็นอีกครั้งที่ ยูลิส นาร์แดง ได้เปิดตัวสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย กับการเพิ่มสมาชิกใหม่เข้าสู่ห้องสารภัณฑ์ (cabinet of curiosities) ของแบรนด์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากนวัตกรรมและการสำรวจ เช่นเดียวกันกับท้องทะเลและท้องฟ้า โดย ยูเอฟโอ นี้ยังบรรจุด้วยประวัติศาสตร์แห่งเครื่องบอกเวลาทั้งหมดของยูลิส นาร์แดง ไว้ภายใต้วัตถุเพียงชิ้นเดียว นับจากนาฬิกามารีน โครโนมิเตอร์ (marine chronometers) แห่งศตวรรษที่ 19 และ 20 สู่นาฬิกา ฟรีค (Freak) ในปี ค.ศ. 2001 จวบจนถึง บลาสต์ (Blast) ในปี ค.ศ. 2020 ซึ่งนั่นได้สร้างความแปลกใหม่ให้กับโลกใบนี้อย่างสิ้นเชิง

มารีน โครโนมิเตอร์ แห่งอนาคต

175 ปีก่อน ยูลิส นาร์แดงได้สร้างชื่อเสียงจากการรังสรรค์นาฬิกาและนาฬิกามารีน โครโนมิเตอร์ สำหรับการแล่นเรืออันเที่ยงตรงแม่นยำน่าทึ่งและไว้วางใจเชื่อถือได้สูง โดยผลงานจักรกลเหล่านี้ยังชนะรางวัลอันทรงเกียรติ โดยเฉพาะรางวัลอันดับหนึ่งมากมายในการแข่งขันด้านความเที่ยงตรง ทั้งของหอสังเกตการณ์แห่งเจนีวา (Geneva) และเนอชาแตล (Neuchâtel) พร้อมทั้งหน่วยงานด้านกองทัพเรือสี่สิบห้าหน่วย ที่ได้ออกเดินทางและนำทางบนท้องทะเลโดยผลงานสร้างสรรค์ของเหล่าช่างนาฬิกาผู้เปี่ยมด้วยทักษะฝีมืออันเหนือล้ำของยูลิส นาร์แดง 

ดังนั้น เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับอนาคตของแบรนด์ ขณะเดียวกันก็ธำรงรักษาไว้ซึ่งความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างสรรค์อุปกรณ์วัดค่าเวลาที่ดีที่สุด ซึ่งนับเป็นความท้าทายที่ยูลิส นาร์แดง เองได้ตั้งไว้นับจากปี ค.ศ. 1846 “การผลิตขึ้นใหม่ของนาฬิกาจากอดีต โดยนำเอารหัสวินเทจกลับมาใช้ใหม่นั้น ไม่ใช่ส่วนหนึ่งในความตั้งใจของเราในการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์แห่งการเฉลิมฉลองนี้ แต่ในทางตรงกันข้าม เราต้องการที่จะสวนทางเทรนด์ และสร้างซึ่งการก้าวกระโดดไปข้างหน้าครั้งใหม่แห่ง 175 ปี มากกว่าการกระโดดถอยหลัง ซึ่งเรามักมองไปข้างหน้าเสมอ และเพียงสงสัยว่ามารีน โครโนมิเตอร์ จะถูกออกแบบเป็นหน้าตาเช่นไรต่อไปในปี ค.ศ. 2196” แพรทิค ปรูโนซ์ (Patrick Pruniaux) ซีอีโอแห่งยูลิส นาร์แดง อธิบาย

ด้วยชิ้นส่วน 663 ชิ้น และการแสดงเวลาผ่านหน้าปัดสามไทม์โซน นาฬิกา ยูเอฟโอ คือการตีความแห่งอนาคตของสิ่งที่เหล่านักออกแบบ วิศวกร และช่างนาฬิกาของยูลิส นาร์แดงจินตนาการร่วมกันว่ามารีน โครโนมิเตอร์จะมีหน้าตาเป็นอย่างไรในอีก 175 ปี โดย ยูเอฟโอ ได้ออกแบบขึ้นเพื่อนำทางเหล่านักสำรวจแห่งโลกอนาคต ไม่ว่าพวกเขาจะแล่นเรือออกเดินทางไปสู่ห้วงมหาสมุทรแห่งหนใดก็ตาม

วัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้บนขอบฟ้า คุณเชื่อเรื่อง ยูเอฟโอ ไหม

โคลงเคลงและแปรปรวน

มหาสมุทรคือแรงบันดาลใจสูงสุดที่นำมาสู่การเคลื่อนไหวของ ยูเอฟโอ ที่เปรียบดั่งคลื่นแห่งจักรกล โดยโครงสร้างทั้งหมดของนาฬิกาเรือนนี้ถูกสร้างขึ้นบนความไม่สมดุล บนการแกว่งอย่างนุ่มนวล ซึ่งชวนให้นึกถึงการขึ้นและลงของกระแสน้ำ ที่เป็นการเคลื่อนไหวไม่สิ้นสุดของมหาสมุทร โดยความลับแห่งความสมดุลนี้ได้ซ่อนไว้บนฐานอลูมิเนียมครึ่งทรงกลมสีน้ำเงิน ซึ่งบรรจุด้วยตุ้มเหวี่ยงทังสเตน ส่วนฐานและแก้วครอบรูปทรงระฆังถูกเชื่อมต่อกันผ่านระบบสลักหรือลิ้น ซึ่งคล้ายกับระบบเก่าแก่ที่พบได้ในบรรดานาฬิกามารีน โครโนมิเตอร์ ด้วยกระจกแก้วที่ขันสกรูออกได้

ขณะที่นาฬิกามารีน โครโนมิเตอร์มักบรรจุภายในกล่องไม้และติดตั้งบนเพลา เพื่อลดผลกระทบจากการโคลงไปมาอย่างต่อเนื่องของเรือ ซึ่งยูลิส นาร์แดงได้กลับด้านแนวคิดนี้ โดยให้วัตถุสร้างคลื่นขึ้นได้เอง เมื่อมันถูกดันหรือผลักเบาๆ และด้วยน้ำหนัก 7.2 กิโลกรัม ยูเอฟโอจะแกว่งได้สูงสุด 60 องศาจากแกน ด้วยช่วงกว้าง 120 องศา ซึ่งทีมวิศวกรได้คำนวณอย่างแม่นยำถึงจุดศูนย์ถ่วงของอัตราระหว่างแรงโน้มถ่วง/น้ำหนัก/แรงเฉื่อย ที่ช่วยให้ ยูเอฟโอ ไม่แกว่งช้าหรือเร็วเกินไป และไร้ซึ่งผลกระทบใดๆ ต่อการทำงานของบาลานซ์

ไม่ใช่เพียงกลไกของ ยูเอฟโอ เท่านั้นที่ได้แรงบันดาลใจมาจากมหาสมุทร แต่ยังรวมถึงสถาปัตยกรรมโครงสร้าง โดยด้านใต้ระฆังแก้วซึ่งบรรจุไว้ด้วยผลงานสร้างสรรค์อันน่าทึ่งนี้ ยังได้มอบภาพเสมือนทุ่นลอยสีดำและสีเหลือง ซึ่งเป็นวัตถุที่มอบแรงบันดาลใจให้กับการติดตั้งสัญลักษณ์ เอ็กซ์ (X) ไว้บนแกนของนาฬิกาตั้งโต๊ะนี้ และจากด้านบน โครงสร้างของ ยูเอฟโอ ยังดูคล้ายกับกล้องสลับลายหรือคาไลโดสโคปิก (kaleidoscopic) พร้อมทั้งปรากฏสัญลักษณ์สมอเรือที่ครอบครองกลางหัวใจของลวดลายดอกกุหลาบ

จักรวาลรูปไข่

ยูเอฟโอ ไม่เพียงสร้างความน่าตื่นตะลึง แต่ยังน่าสนใจ โดยเฉพาะจากระฆังแก้วรูปไข่ ที่ด้านใต้นั้นมีวัตถุจักรกลแกว่งอยู่ โดยผ่านการรังสรรค์ของ โรแมง มอนทีโร (Romain Montero) ศิลปินช่างเป่าแก้ววัย 26 ปี ผู้ซึ่งทำงานให้กับ แวร์เร เอต ควอตซ์ (Verre et Quartz) ห้องปฏิบัติการทางเทคนิคเป่าแก้วที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบเนอชาแตล (Lake Neuchâtel) ของสวิตเซอร์แลนด์ โดยเขาได้รับหน้าที่รังสรรค์แก้วครอบทุกๆ ชิ้นขึ้นด้วยมือให้กับผลงาน ยูเอฟโอ รุ่นนี้ ซึ่งจะผลิตขึ้นพร้อมทั้งหมายเลขกำกับในจำนวนจำกัดเพียง 75 เรือน

“ความท้าทายที่สุดนั้นคือการคำนึงถึงความสวยงามในภาพรวมของหลอดแก้วนี้ และเพื่อให้ได้ระฆังแก้วใสไร้จุดด่าง 50 ชิ้น ผมจำเป็นต้องเป่ามากขึ้นเป็นสามเท่า ซึ่งนั่นเท่ากับระฆังแก้ว 150 ชิ้น โดยต้องอาศัยการเป่าเบาๆ ราวกับกำลังเป่าฟองสบู่ กระนั้น แก้วที่ได้ย่อมอาจไม่สมบูรณ์บนตัวฐาน และความมีอ่อนไหวต่อการสั่นสะเทือนแม้เพียงเล็กน้อยในระหว่างการเป่า แต่ก็มีความสวยงามในความไม่สมบูรณ์แบบ หรือจากตำหนิเล็กน้อยเหล่านั้น" มอนทีโร อธิบาย

เพื่อผลิตหลอดแก้วหนา 3 มม. แต่ละชิ้น จำเป็นต้องยืดแก้วเมื่อมันยังร้อนอยู่ เป็นเวลามากกว่า 45 นาที โดยใช้เพียงตาเปล่า และบนเครื่องกลึงโบราณของช่างเป่าแก้ว ณ อุณหภูมิสูงสุด 1,500 องศา โดยขณะที่เผา แก้วจะเปลี่ยนรูปและกลายเป็นสีส้ม สีแดง สีขาว จากนั้นจึงเปลี่ยนรูปผ่านเหลือบสีทั้งหมดของสีชมพู โดยกระบวนการทั้งหมดนี้จะใช้เวลาเกือบครึ่งวันในการทำงาน นับตั้งแต่การตัดแก้ว การเป่า เช็คการเป่า และวัดขนาด พร้อมทั้งผ่านขั้นตอนการอบไฟอ่อนในเตาเผา การตัดอีกครั้ง ก่อนจะทำให้เป็นชั้นบางๆ รวมถึงตรวจสอบคุณลักษณะในขั้นตอนสุดท้าย จากนั้นจึงทำความสะอาด

“ในช่วงที่เผาแก้ว จะทำให้อะตอมแยกตัว และด้วยความร้อนนี้เองที่สร้างการแตกตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งยังสร้างความเปราะบางของวัสดุที่อาจนำไปสู่การแตกหักได้ทันที ซึ่งนั่นย่อมไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องค่อยๆ ปล่อยแรงดึง เพื่อให้ได้มาซึ่งความสมบูรณ์แบบ" มอนทีโร อธิบายต่อ

วัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้บนขอบฟ้า คุณเชื่อเรื่อง ยูเอฟโอ ไหม

กองปืนใหญ่อันหนักแน่น

เหมือนกับทุกๆ ครั้งของความสำเร็จสูงสุดในการเดินทาง ที่จำเป็นต้องอาศัยลูกเรือผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์ และสำหรับการเดินทางอันแสนพิเศษนี้ ยูลิส นาร์แดงได้ตัดสินใจร่วมมือกับช่างทำนาฬิกาคล็อกชื่อดัง อย่าง เมซง เลเป (Maison L'Epée) ผู้ซึ่งสร้างสรรค์นาฬิกาคล็อกตามประเพณีเก่าแก่มายาวนานนับจากปี ค.ศ. 1839 และปัจจุบันยังคงมีชื่อเสียงในการนำซึ่งจินตนาการอันแสนวิเศษของ แม็ก บุซเซอร์ (Max Busser) ซีอีโอแห่ง เอ็มบีแอนด์เอฟ (MB&F) ให้กลายเป็นจริงและมีชีวิตชีวาขึ้นมา

โดยประกอบด้วยชิ้นส่วนถึง 663 ช้ิน และสำรองพลังงานได้ยาวนานหนึ่งปี ที่ส่งมอบโดยกระปุกลานขนาดใหญ่พิเศษหกตัว และขอบบาลานซ์วีลที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางอันน่าทึ่งถึง 49 มม. นาฬิกา ยูเอฟโอ แสดงเวลาบนหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมคางหมูสามหน้าปัดซึ่งมีความซับซ้อนของโครงสร้าง โดยใช้เวลาถึง 28 ชั่วโมงในการผลิตได้เพียง 8 ชิ้น และการบรรจุด้วยหน้าปัดสามวง ยังช่วยให้เจ้าของสามารถเลือกแสดงเวลาสามไทม์โซนที่แตกต่างได้พร้อมกัน และมองเห็นได้จากมุมที่ต่างกันสามมุม

ส่วนบาลานซ์วีลทองเหลืองขนาด XXL นั้นทำงานด้วยความถี่ 0.5 เฮิรตซ์ และมอบซึ่งคุณสมบัติด้านฟังก์ชั่นหลักๆ สองด้าน คือเพื่อรักษาพลังงานสำรองได้ยาวนานหนึ่งปีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และเพื่อสร้างการเคลื่อนไหวของวัตถุให้เหมือนกับการเข้าฌาน ด้วยความนุ่มนวลและราบรื่นของการแสดงเวลา และเปิดโอกาสให้ได้ชื่นชมการแกว่งสลับหนึ่งครั้ง (ครึ่งการแกว่ง) ต่อวินาที นอกจากนี้ ฟังก์ชั่นเดดบีต เซคกั้นด์ (deadbeat second) ยังเสริมสัมผัสของนาฬิกาตั้งโต๊ะนี้ให้ดูเหมือนการเข้าฌานอยู่กับเวลา พร้อมทั้งแสดงการเดินผ่านของแต่ละวินาทีได้อย่างสม่ำเสมอ

หีบและกุญแจแห่งขุมทรัพย์

ยูเอฟโอ มาพร้อมกับหีบไม้แห่งขุมทรัพย์โบราณ ราวกับว่าเพิ่งถูกค้นพบหลังกระแสน้ำซัดเซาะเกยหาด และปรากฏราวกับมาจากอดีต ทว่า บรรจุภายในไว้ด้วยข้อความจากอนาคต และข้างในนี้ คุณจะพบกับ ยูเอฟโอ เช่นเดียวกับคู่มือแนะนำการทำงานของวัตถุปริศนานี้ รวมทั้งใบรับประกัน และพื้นที่พิเศษสำหรับเก็บกุญแจไขลาน โดยอาศัยการหมุนไขลานทั้งหมด 40 รอบด้วยกุญแจสเตนเลสสตีลปลายทรงสี่เหลี่ยม ที่ใช้สำหรับไขลานจักรกลเพื่อให้ทำงานต่อไปได้หนึ่งปี ขณะที่แต่ละหน้าปัดยังมีรอยบากสำหรับไขลาน และสามารถใช้สำหรับปรับตั้งเวลา (รอยบากทั้งหมดสี่รอย รอยหนึ่งสำหรับไขลาน และอีกรอยหนึ่งสำหรับไขลานแต่ละไทม์โซน โดยใช้กุญแจเพียงดอกเดียว)

ขอต้อนรับสู่โลกใบใหม่อันกล้าหาญของ ยูลิส นาร์แดง

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค

หมายเลขอ้างอิง 9023-900LE-3A-BLUE          

กลไก คาลิเบอร์ ยูเอ็น-902

      นาฬิกาตั้งโต๊ะ

คุณสมบัติ กลไกจักรกลไขลานด้วยมือ

            แสดงเวลา 3 ไทม์โซน / บอกชั่วโมง, นาที

            เดดบีต เซคกั้นด์

            ชิ้นส่วนประกอบ 663 ชิ้น

            ออสซิลเลเตอร์ขนาดใหญ่พิเศษ (49 มม.)

            0.5 เฮิรตซ์ / 3,600 ครั้ง/ชั่วโมง

สำรองพลังงาน 1 ปี, กระปุกลาน 6 ตัว

ตัวเรือน อลูมิเนียม และแก้วเป่า  

ขนาด 263 (สูง) x 159 (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง) มม.

หนัก 7.2 กิโลกรัม

ผลิตจำนวนจำกัด 75 เรือน

ราคา 39,000 สวิสฟรังก์

     35,900 ยูโร

     41,100 ดอลลาร์สหรัฐ

เกี่ยวกับ ยูลิส นาร์แดง – ผู้ผลิตแห่งจิตวิญญาณอันเป็นอิสระ

ยูลิส นาร์แดง (Ulysse Nardin) เป็นแบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกานักบุกเบิก (Pioneering Manufacture) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากท้องทะเล และมอบซึ่งเครื่องบอกเวลาอันเปี่ยมด้วยนวัตกรรมจากจิตวิญญาณการสร้างสรรค์อันเป็นอิสระ

ก่อตั้งขึ้นโดย มร. ยูลิส นาร์แดง (Mr. Ulysse Nardin) ในปี ค.ศ. 1846 และเป็นหนึ่งในสมาชิกอันภาคภูมิใจของกลุ่มบริษัทสินค้าลักชัวรีระดับโลก แคริ่ง (Kering) นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2014 ยูลิส นาร์แดงได้เขียนหน้าประวัติศาสตร์อันงดงามสูงสุดไว้มากมายในโลกแห่งเครื่องบอกเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) ด้วยชื่อเสียงจากยุคแรกเริ่มของบริษัทที่ได้มาจากความเชื่อมโยงกับโลกแห่งท้องทะเลของเหล่านาฬิกามารีน โครโนมิเตอร์ (marine chronometers) ที่นับเป็นหนึ่งในอุปกรณ์การเดินทางซึ่งไว้วางใจเชื่อถือได้สูงสุดเท่าที่เคยมีมา และยังคงเป็นที่นิยมของบรรดานักสะสมทั่วโลก ในฐานะนักบุกเบิกซึ่งเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและการใช้นวัตกรรมวัสดุ อย่าง ซิลิคอน (silicon) โดยแบรนด์ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตชิ้นส่วนและกลไกด้วยความแม่นยำสูงภายในโรงงานของตนเอง และด้วยระดับพิเศษแห่งความล้ำเลิศในการประดิษฐ์สร้างสรรค์นาฬิกานี้เอง ที่ได้มอบสถานะให้ยูลิส นาร์แดง เป็นหนึ่งในสมาชิกของผู้ประดิษฐ์นาฬิกาสวิสชั้นสูงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อย่าง ฟอนเดชัน เดอ ลา โอต์ ออร์โลเฌอรี (Fondation de la Haute Horlogerie) ยูลิส นาร์แดงยังคงทุ่มเทให้กับสองวิถีหลักในการพิทักษ์รักษาซึ่งมหาสมุทร นั่นคือ การลดมลพิษของขยะพลาสติกทางทะเล และการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในการอนุรักษ์ฉลาม สัตว์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ และวันนี้ จากโรงงานการผลิตทั้งในเลอโลค (Le Locle) และลา โชซ์ เดอฟองด์ (La Chaux-de-Fonds) ของสวิตเซอร์แลนด์ ยูลิส นาร์แดงยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาความความสมบูรณ์แบบของเครื่องบอกเวลาชั้นสูงขึ้นรายล้อมสี่เสาหลักของตน ได้แก่ มารีน (Marine), ไดเวอร์ (Diver), บลาสต์ (Blast) และฟรีค (Freak) และในปี ค.ศ. 2021 ยูลิส นาร์แดงเฉลิมฉลองครบรอบ 175 ปี พร้อมทั้งนำเสนอให้กับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาได้ร่วมออกสำรวจสู่มหากาพย์การเดินทางผจญภัยในแนวดิ่งอย่างไร้ขอบเขต นับจากใต้ท้องทะเลลึกไปจนถึงเหนือชั้นบรรยากาศ www.ulysse-nardin.com

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ