
กศน. ฉลองครบรอบ 13 ปี ชูนโยบายดิจิทัล ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มีฐานะเป็นสำนักงานหนึ่งภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2551 ชื่อเดิมคือ กรมการศึกษานอกโรงเรียนซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2522 โดยสำนักงานกศน. มีภารกิจหลักในการให้บริการทางการศึกษาสำหรับผู้ด้อยและขาดแคลนโอกาส รวมถึงการส่งเสริมคุณภาพทางการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น
นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการ กศน. กล่าวถึงการดำเนินงานและภารกิจหลักของกศน. ว่า “หน้าที่หลักของเราคือ การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้กับผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้ทุกคน โดยปัจจุบันเราดูแลผู้เรียนกว่าแปดแสนรายทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็น การศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐาน การศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษาต่อเนื่อง”
“การศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐานเน้นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดเนื้อหา และหลักสูตรให้สอดคล้องกับปัญหา และความต้องการของแต่ละบุคคลและชุมชน ในขณะที่การศึกษาตามอัธยาศัยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส ทั้งนี้ กศน. ได้จัดแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดประชาชนประจำอำเภอ ห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ส่วนการศึกษาต่อเนื่องจะเน้นการฝึกทักษะอาชีพ การสร้างงาน การสร้างรายได้ ให้กับประชาชน และการส่งเสริมการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนต่างๆ ของรัฐบาลในแต่ละยุคสมัย”
ในปี พ.ศ. 2563 ประเทศไทยเผชิญกับการระบาดของเชื้อโควิด-19 การปฏิบัติภารกิจของ กศน. จึงเน้นนโยบายเพื่อช่วยเหลือแรงงานที่ต้องออกจากงานในช่วงวิกฤตโรคระบาดนี้ โดยนายวรัทฯ กล่าวว่า “สำหรับการศึกษาในระบบของ กศน. ต้องถือว่าเราได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากทาง กศน. เน้นความยืดหยุ่นในการเรียนการสอนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอนซึ่งเน้นการนัดเฉพาะกลุ่มย่อยภายในแต่ละชุมชน และการนำเครื่องมือทางออนไลน์ เช่น Google Classroom เข้ามาช่วย แต่เรื่องที่เร่งด่วนสำหรับปีที่ผ่านมาคือการเข้าช่วยเหลือแรงงานในกรุงเทพฯ ที่ต้องกลับบ้านต่างจังหวัด ซึ่ง กศน. ได้พยายามเน้นการฝึกทักษะอาชีพในหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงานของแต่ละพื้นที่ และการเพิ่มทักษะใหม่ๆ ให้กับกลุ่มที่ขาดรายได้จากวิกฤตโรคระบาด”
ปัจจุบัน กศน. ภายใต้การนำของเลขาธิการวรัทฯ ได้มีการช่วยเหลือกลุ่มผู้ขาดโอกาสทางการศึกษาที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้พิการ เด็กเร่ร่อน ชาวเขา ชาวมอแกน ผู้เรียนในเรือนจำ ไปจนถึงทหารเกณฑ์ ในค่ายทหาร
นายวรัทฯ กล่าวต่อว่า “แผนงานในอนาคต ของ กศน. ตอนนี้ คือ การปรับปรุงหลักสูตรทั้งหมดให้ทันสมัย โดยยังเน้นความยืดหยุ่นและหลากหลาย ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) นอกจากนี้ ยังมีการปรับโครงสร้างองค์กรและปรับปรุงภารกิจอื่นๆ ให้สอดคล้องกับการทำงานในปัจจุบันมากขึ้น” สำหรับนโยบายการรับมือกับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน นายวรัทฯ กล่าวว่า “ผมเน้นนโยบายในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลต่างๆ ให้อยู่ในระบบออนไลน์มากขึ้น ใช้สื่อการเรียนการสอนเป็นดิจิทัลมากขึ้น พัฒนาครูและบุคลากรในระบบให้มีความเข้าใจในเรื่องนี้ เพราะระบบออนไลน์จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนสื่อการเรียนการสอน และทำให้การปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องติดต่อสื่อสารกันทั่วทั้งประเทศเป็นระบบและสะดวกมากยิ่งขึ้น”
ในวาระครบรอบ 13 ปี เลขาธิการ กศน. กล่าวปิดท้ายว่า “กศน. มีหน้าที่ลดความเหลื่อมล้ำและเติมโอกาสให้กับคนทุกช่วงวัย ซึ่งเป็นภารกิจที่เราภูมิใจและพร้อมดูแลอย่างเต็มที่ ผมอยากเน้นย้ำให้บุคลากรของ กศน. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเห็นว่า ทุกท่านเปรียบดังฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนงานของ กศน. ให้มีคุณภาพอย่างแท้จริง ในส่วนของภาคเอกชน กศน. อยากเชิญชวนให้ทุกท่านเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายในการจัดการศึกษาต่างๆ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้กับประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป”







