posttoday
เล่นกับมิติอันลุ่มลึก การกลับมาของสีขาว  สำหรับนาฬิกา บิ๊ก แบง แซง เบลอ ทู

เล่นกับมิติอันลุ่มลึก การกลับมาของสีขาว สำหรับนาฬิกา บิ๊ก แบง แซง เบลอ ทู

24 กันยายน 2563

บิ๊ก แบง แซง เบลอ ทู (Big Bang Sang Bleu II) จะดูคล้ายว่าซับซ้อนและยากจะเข้าใจ แต่ด้วยรูปทรงเรขาคณิตของนาฬิการุ่นนี้ยังคงสะท้อนถึงความสมดุลได้อย่างกลมกล่อม และสำหรับนักสร้างสรรค์ อย่าง แม็กซิม เพลสเซีย-บุชชี (Maxime Plescia-B?chi) แล้ว

ผลงานนี้ยังแสดงออกถึงความเรียบง่าย ด้วยการกลับมาทำใหม่ที่ศิลปินนักสักคนนี้ได้ย้ำให้เราเห็นว่า สีขาวนั้นเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ทั้งมวล และเป็นพื้นฐานของความไร้สีที่ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญแห่งรูปทรงและรูปแบบของศิลปินเอง โดยเป็นอีกครั้งที่ภายในผลงานรุ่นนี้ เขาได้รังสรรค์รูปทรงเรขาคณิตในแบบสามมิติ จากการผสมผสานระหว่างความนูนต่ำและมิติอันลุ่มลึก ที่ซึ่งในแต่ละรายละเอียดยังได้ถูกเซ็นกำกับไว้ด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ของอัจฉริยะศิลปินด้านการสักรูปและลวดลายพิมพ์ผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์คนนี้้

ติดตามความเคลื่อนไหวของเราได้ทาง: @Hublot #Hublot #BigBangSangBleu

บิ๊ก แบง แซง เบลอ ทู ไวท์ ในตัวเรือนไทเทเนียม

แม็กซิม เพลสเซีย-บุชชี เชี่ยวชาญในการรังสรรค์ลายสักด้วยความมั่นใจ กับเส้นสายอันสมบูรณ์แบบ และวิสัยทัศน์ที่ประกอบไปด้วยเทคนิคแห่งการสร้างสรรค์ภาพต่างๆ ที่ซึ่งทุกๆ จุดดูราวกับว่าบรรจบกันได้อย่างเป็นธรรมชาติไปสู่องค์ประกอบอื่นๆ ที่วาดออกมาเป็นเค้าโครงของรูปทรง ซึ่งพร้อมจะสะกดสายตาและสะท้อนถึงสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่เช่นกัน

และ ณ เบื้องหลังมุม เหลี่ยมด้าน รวมถึงเส้นสายต่างๆ ทั้งหมดของเรือนเวลา บิ๊ก แบง แซง เบลอ ทู นักสักผู้เชี่ยวชาญคนนี้ยังได้สร้างซึ่งรอยแกะสลักอันเฉียบคมลงในวัสดุ นับจากตัวเรือนไปจนถึงขอบตัวเรือนทรงหกเหลี่ยม จากกระจกแซฟไฟร์ไปจนถึงเข็มชี้ และภายใต้ตัวเรือนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 45 มม. ที่เผยให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบและความสมดุลของรูปทรงอย่างแท้จริง ทั้งยังชวนให้หวนนึกถึงสายตาซึ่งจับจ้องและปฏิกิริยาของผู้คนผู้ซึ่งหลงใหลในสุนทรียะแห่งงานศิลป์ 

ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันเป็นที่จดจำของจิตวิญญาณแห่งการสร้างรูปสี่เหลี่ยมซ้อนให้กับวงกลม ซึ่งถือกำเนิดขึ้นนับจากผลงานนาฬิการุ่นแรกที่รังสรรค์ขึ้นจากความร่วมมือของ อูโบลท์ (Hublot) และสตูดิโอ แซง เบลอ (Sang Bleu) โดยใน บิ๊ก แบง แซง เบลอ ทู นี้ยังคงใช้ทั้งรูปทรงหกเหลี่ยม สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน และสามเหลี่ยมต่างๆ มาเล่นกับรูปทรงกลมในแบบสามมิติ พร้อมทั้งเสริมด้วยฟังก์ชั่นโครโนกราฟที่ตอกย้ำถึงวิถีดั้งเดิมในการบอกเวลาของนาฬิกา โดยปราศจากการปรับเปลี่ยนซึ่งประสิทธิภาพของการอ่านค่าได้อย่างชัดเจน ที่นับเป็นหัวใจสำคัญของสไตล์แห่ง แม็กซิม เพลสเซีย-บุชชี นั่นคือความสมดุลและความกลมกลืนระหว่างเส้นสาย ซึ่งเขาบรรจงวาดขึ้นในวิถีและรูปแบบเดียวกันกับที่รังสรรค์งานสักบนผิวหนัง ขณะที่การเล่นระหว่างวัสดุขัดเงาและขัดตกแต่งแบบซาตินยังย้ำถึงสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมไปด้วยความหมายของชิ้นงาน ส่วนการสลับระหว่างรูปเรขาคณิตต่างๆ ซึ่งตกแต่งอยู่บนแต่ละพื้นที่ของนาฬิกานั้นยังทำหน้าที่ในการบอกเล่าถึงเรื่องราวของเวลาเรื่อยไปจนถึงหัวใจของจักรกลภายใน ที่ในรุ่นนี้ติดตั้งด้วยกลไก ยูนิโค แมนูแฟคเจอร์ เอชยูบี1240 (Unico manufacture HUB1240) กลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติโครโนกราฟซึ่งเปิดโชว์ความซับซ้อนของจักรกลผ่านบนหน้าปัดแบบสเกเลตันและฝาหลังแบบโปร่งใส พร้อมทั้งการจับเวลาวินาทีอย่างแม่นยำบนเข็มชี้แนวเส้นตรง ส่วนการจับเวลานาทีแสดงผ่านหนึ่งในดิสก์หมุนสองชิ้นบนหน้าปัด โดยการทำงานของกลไกที่ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง และสำรองพลังงานได้นาน 72 ชั่วโมง ขณะที่ในแง่ของวัสดุ ยังนับเป็นอีกครั้งที่ผลงานรุ่นนี้รังสรรค์ขึ้นจากไทเทเนียม และคิง โกลด์ (King Gold) พร้อมทั้งตัวเลือกของรุ่นประดับเพชรหรู ประกอบคู่มากับสายยางสีขาว แต่งขอบกลมมนด้วยสีดำ และติดตั้งด้วยระบบ วัน คลิก (One Click) ผ่านการจดสิทธิบัตรโดยอูโบลท์

นาฬิกา บิ๊ก แบง แซง เบลอ ใหม่ เปรียบดั่งคู่ที่หล่อหลอมระหว่างประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกาและศิลปะแห่งการสักด้วยความเที่ยงตรงอันเหนือกาลเวลา และนับเป็นผลลัพธ์แห่งการผสมผสานระหว่างวัสดุและความเชี่ยวชาญด้านรูปทรงเชิงเรขาคณิตของผู้ก่อตั้งแห่ง แซง เบลอ เช่นเดียวกัน

เล่นกับมิติอันลุ่มลึก การกลับมาของสีขาว  สำหรับนาฬิกา บิ๊ก แบง แซง เบลอ ทู

อูโบลท์

ก่อตั้งขึ้นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี ค.ศ. 1980 อูโบลท์ (HUBLOT) ได้สร้างนิยามใหม่ขึ้นด้วยนวัตกรรมของตน ซึ่งเริ่มต้นจากการผสมผสานระหว่างทองและยาง นำมาสู่ปรัชญา "ศิลปะแห่งการผสมผสาน" (“Art of Fusion”) ที่เกิดจากแนวคิดและจินตนาการของประธานบริษัทผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ อย่าง ฌ็อง-โคลด บีเวอร์ (Jean-Claude Biver) รวมถึงพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าอันเปี่ยมด้วยพลังของ ริคาร์โด กัวดาลูเป (Ricardo Guadalupe) ซีอีโอของแบรนด์ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012

การเปิดตัวของนาฬิการะดับไอคอนที่กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย อย่าง บิ๊ก แบง (Big Bang) ในปี ค.ศ. 2005 ได้วางเส้นทางให้กับการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นระดับแฟล็กชิพใหม่ๆ ของแบรนด์ขึ้นตามมา (เช่น คลาสสิค ฟิวชั่น (Classic Fusion), สปิริต ออฟ บิ๊ก แบง (Spirit of Big Bang)) พร้อมด้วยหลากหลายความสลับซับซ้อน นับตั้งแต่แบบเรียบง่ายไปจนถึงความซับซ้อนทันสมัยสูงสุด ที่ได้ร่วมสร้างรากฐานให้กับดีเอ็นเอ (DNA) พิเศษของโรงงานการผลิตนาฬิกาสวิสแห่งนี้ และทำให้มั่นใจได้ถึงการเติบโตอย่างน่าประทับใจของแบรนด์เช่นกัน 

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะธำรงรักษาไว้ซึ่งประเพณีและความเชี่ยวชาญอันล้ำสมัยของตน รวมถึงการนำโดยปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า "เป็นที่หนึ่ง แตกต่าง และมีเอกลักษณ์" (“Be First, Different and Unique”) ผู้ผลิตนาฬิกาสวิสรายนี้ยังคงเดินนำหน้าเสมอ ผ่านการสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมแห่งวัสดุ (อาทิ เมจิก โกลด์ (Magic Gold) กันรอยขีดข่วน, เซรามิกในหลากหลายโทนสี และแซฟไฟร์) ไปจนถึงการสร้างสรรค์กลไกซึ่งผลิตขึ้นภายในโรงงานของตนเอง (เช่น ยูนิโค (Unico), เมกา-10 (Meca-10), ทูร์บิญอง (Tourbillon)) 

อูโบลท์ ยังอุทิศตนอย่างมุ่งมั่นให้กับการสร้างสรรค์แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) ด้วยอนาคตอันเปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ อนาคตซึ่งผสมผสานเข้ากับงานสำคัญระดับโลกต่างๆ ในช่วงยุคสมัยของเรา (ทั้ง ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ (FIFA World CupTM), ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก (UEFA Champions LeagueTM), ยูฟ่า ยูโร (UEFA EUROTM) และเฟอร์รารี (Ferrari)) เช่นเดียวกันกับความร่วมมือของเหล่าแอมบาสซาเดอร์ชั้นยอดของยุคนี้ (อาทิ กีลียาน อึมบาเป (Kylian Mbappé), ยูเซน โบลต์ (Usain Bolt), เปเล่ (Pelé))

ร่วมค้นพบไปกับจักรวาลแห่งอูโบลท์ได้ที่เครือข่ายบูติกของเรา ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหลักทั่วโลก ได้แก่ เจนีวา ปารีส ลอนดอน นิวยอร์ก ฮ่องกง ดูไบ โตเกียว สิงคโปร์ ซูริก และที่ HUBLOT.com

บิ๊ก แบง ยูนิโค แซง เบลอ ทู ไทเทเนียม ไวท์ และ คิง โกลด์ ไวท์

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค

หมายเลขอ้างอิง

ไทเทเนียม ไวท์: 418.NX.2001.RX.MXM20

ผลิตจำนวนจำกัด 200 เรือน

คิง โกลด์ ไวท์:

418.OX.2001.RX.MXM20

ผลิตจำนวนจำกัด 100 เรือน

ตัวเรือน

ไทเทเนียม ไวท์:

ไทเทเนียม ขัดด้านซาตินและขัดเงา

คิง โกลด์ ไวท์:

คิง โกลด์ ขัดด้านซาตินและขัดเงา

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง: 45 มม.

หนา: 16.50 มม.

การกันน้ำ: 10 เอทีเอ็ม (100 เมตร)

ฝาหลัง

ไทเทเนียม ไวท์:

ไทเทเนียม ขัดด้านซาติน

แกะสลักคำว่า "LIMITED EDITION”

คิง โกลด์ ไวท์:

คิง โกลด์ ขัดด้านซาติน

แกะสลักคำว่า "LIMITED EDITION”

ขอบตัว

เรือนไทเทเนียม ไวท์:

ไทเทเนียม ขัดด้านซาตินและขัดเงา

คิง โกลด์ ไวท์:

คิง โกลด์ ขัดด้านซาตินและขัดเงา

หน้าปัด

สเกเลตัน สีขาวแบบด้าน

กลไก

เอชยูบี1240.MXM

กลไก ยูนิโค จักรกลไขลานอัตโน-มัติโครโนกราฟฟลายแบ็ก พร้อมด้วยคอลัมน์วีล ผลิตในโรงงานของตนเอง

ความถี่: 4 เฮิรตซ์ (28,800 ครั้ง/ชั่วโมง)

สำรองพลังงาน: 72 ชั่วโมง

จำนวนชิ้นส่วน: 330

ทับทิม: 38

สายและหัวเข็มขัด

สายยางสีขาวและดำ

ไทเทเนียม ไวท์:

ตัวพับล็อกแบบหัวเข็มขัดปรับระดับได้ทำจากไทเทเนียม ออกแบบโดยแซง เบลอ

คิง โกลด์ ไวท์:

ตัวพับล็อกแบบหัวเข็มขัดปรับระดับได้ทำจากคิง โกลด์ ออกแบบโดยแซง เบลอ 

ราคา

ไทเทเนียม ไวท์:

23’900 สวิสฟรังก์

24’800 ยูโร

25’200 ดอลลาร์สหรัฐ

20’800 ปอนด์สเตอร์ลิง

คิง โกลด์ ไวท์:

44’900 สวิสฟรังก์

46’600 ยูโร

47’300 ดอลลาร์สหรัฐ

39’100 ปอนด์สเตอร์ลิง

เล่นกับมิติอันลุ่มลึก การกลับมาของสีขาว  สำหรับนาฬิกา บิ๊ก แบง แซง เบลอ ทู

ติดตามเราได้ทาง #Hublot

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา