posttoday
ชี้แจงกรณีมีข่าวเกี่ยวกับคดีนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ชี้แจงกรณีมีข่าวเกี่ยวกับคดีนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

24 เมษายน 2563

ชี้แจงกรณีมีข่าวเกี่ยวกับคดีนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจต้องรื้อฟื้นคดีใหม่ ปรากฏตามสื่อมวลชน

วันนี้ (23 เมษายน 2563) เวลา 13.30 น. นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า สืบเนื่องจากสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่าสมาคมฯ ได้หนังสือสำคัญจากอดีตประธานกรรมการบริหารและอดีต 2 สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ โดยทั้ง 3 คน ยืนยันตรงกันว่า พวกตน พ้นข้อกล่าวหาจาก ป.ป.ช. ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณี มีผู้กล่าวหาว่าร่วมกันจัดทำหลักฐานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คลองด่าน เพื่อให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างอาคารโครงการจัดการน้ำเสียอันเป็นเท็จ เพื่อนำหลักฐานการพิจารณาอนุญาตดังกล่าวไปใช้ประกอบการเบิกเงินค่าที่ดินให้กับนายวัฒนา อัศวเหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยหนังสือดังกล่าวระบุไว้ชัดเจนว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า จากการไต่สวนข้อเท็จจริง ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่าบุคคลทั้ง 3 คน ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป ตามหนังสือสำนักงาน  ป.ป.ช. ลงวันที่ 30 ก.ย. 62 ที่ผ่านมา ซึ่งนายศรีสุวรรณฯ กล่าวว่า การยกข้อกล่าวหาดังกล่าว จะเป็นผลให้คดีความต่าง ๆ ที่เกี่ยวพันกับการกล่าวหา นายวัฒนา อัศวเหม ในศาลต่าง ๆ ทั้งศาลแพ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาจจะต้องมีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เพราะถือว่าเป็นข้อเท็จจริงใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยที่รัฐบาล กระทรวงยุติธรรม อัยการและองค์กรอิสระทั้งหลายที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความเป็นธรรมต่อบุคคลที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดด้วย เพราะตกเป็นจำเลยของสังคม มานาน นั้น

สำนักงาน ป.ป.ช. เห็นควรแถลงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนทราบ ดังนี้

ชี้แจงกรณีมีข่าวเกี่ยวกับคดีนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กรณีดังกล่าว เป็นเรื่องกล่าวหานายวัฒนา อัศวเหม (เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2540 ถึง 9 กุมภาพันธ์ 2544), นายณรงค์ ยอดศิรจินดา (ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน), นายชะเอม  ปู่มิ้ม (สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน) และนายบุญลือ โพธิ์อรุณ (สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน)  ว่าใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ข่มขืนใจ หรือจูงใจให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน จัดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน เพื่อให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างอาคารโครงการจัดการน้ำเสีย และได้มีการจัดทำหลักฐานการประชุมสภาอันเป็นเท็จ เพื่อนำหลักฐานการพิจารณาอนุญาตดังกล่าวไปใช้ประกอบการเบิกเงินค่าที่ดิน ที่ตนเอง มีส่วนได้เสียและได้รับประโยชน์จากเงินค่าที่ดินดังกล่าว

ซึ่งจากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงว่าโครงการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำรวมเขตควบคุมมลพิษ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ ได้ลงนามในสัญญาจ้างกับกลุ่มกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2540 นั้น ต้องมีการเบิกจ่ายค่าที่ดินสำหรับการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ในวงเงิน 1,956,600,000 บาท ให้แก่กลุ่มกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี จึงมีการเสนออนุมัติเบิกเงินจากสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมเพื่อนำเสนอสำนักงบประมาณพิจารณา โดยการขอเบิกเงินดังกล่าวจะต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้พื้นที่จากองค์การบริหารส่วนตำบล หรือหน่วยราชการท้องถิ่นที่จะเข้าไปดำเนินการก่อสร้างระบบ ว่ายินดีให้ใช้พื้นที่เพื่อก่อสร้างและใช้งานในการกำจัดมูลฝอยหรือบำบัดน้ำเสียตลอดระยะเวลาของโครงการ  เพื่อใช้ประกอบการขอเงินประจำงวดเพื่อจัดซื้อที่ดินตามคำแนะนำของสำนักงบประมาณด้วย ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าว สภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน ได้มีการประชุมสภา สมัยวิสามัญประจำปี 2541 สมัยที่ 1 ครั้งที่ 1/2541 ได้พิจารณาเรื่องขอใช้พื้นที่เพื่อการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย โดยมติ ที่ประชุม ได้ยินยอมให้ใช้พื้นที่เพื่อการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเป็นเอกฉันท์ หลังจากนั้นองค์การบริหารส่วนตำบล คลองด่าน จึงได้มีหนังสือถึงนายอำเภอบางบ่อ แจ้งว่าองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน ได้พิจารณาโครงการดังกล่าวแล้ว ยินดีให้ใช้พื้นที่เพื่อการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียและใช้งานในการบำบัดน้ำเสียตลอดระยะเวลาโครงการ และส่งหนังสือยินยอมขององค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่านให้ใช้พื้นที่เพื่อการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียบริเวณตำบลคลองด่าน ให้แก่กรมกรมควบคุมมลพิษเพื่อประกอบการเบิกเงินค่าจัดซื้อที่ดินต่อไป

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้ว มีมติว่าจากการไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่า นายณรงค์ ยอดศิรจินดา นายชะเอม ปู่มิ้ม และนายบุญลือ โพธิ์อรุณ ได้ร่วมกันจัดทำหลักฐาน การประชุมสภาฯ อันเป็นเท็จ ตามข้อกล่าวหา ให้ข้อกล่าวหาตกไป

สำหรับนายวัฒนา อัศวเหม ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีส่วนในการเร่งรัดหรือข่มขืนใจให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่านลงมติดังกล่าวหรือไม่ ประกอบกับนายวัฒนา อัศวเหม ได้หลบหนีหมายจับตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ อม.2/2551 จนกระทั่งปัจจุบัน เป็นเหตุให้คดีขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีมาอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) จึงมีมติให้ยุติการไต่สวน

สำหรับกรณีดังกล่าวข้างต้นการกระทำของนายวัฒนา อัศวเหม เป็นคนละกรณีกับการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ ที่ อม.2/2550 คดีหมายเลขแดงที่ อม.2/2551 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2551 จำคุกนายวัฒนา อัศวเหม เป็นเวลา 10 ปี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ซึ่งได้กระทำเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่าง พ.ศ. 2531 ถึง พ.ศ. 2535 ได้ใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและเจ้าพนักงานสำนักงานที่ดินจังหวัด สมุทรปราการ สาขาบางพลี ให้ร่วมกันดำเนินการออกโฉนดที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ ในเขตพื้นที่สงวนหวงห้าม ทับที่สาธารณประโยชน์ ให้แก่นายวัฒนา อัศวเหม ในนามของบริษัท ปาล์มบีช ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด โดยมิชอบ และยังเป็นคนละกรณีกับกรณีที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา ที่ 8064/2560 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 จำคุกนายวัฒนา อัศวเหม เป็นเวลา 3 ปี ในความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (เดิม) ซึ่งนายวัฒนา อัศวเหม กับพวกได้ร่วมกันรวบรวมที่ดิน แล้วนำมาเสนอขายกรมควบคุมมลพิษ (เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2540) โดยหลอกลวงและปกปิดข้อเท็จจริงที่ว่าที่ดินที่มีเนื้อที่ไม่ครบ เนื่องจากมีการออกโฉนดโดยมิชอบออกทับคลองและถนนสาธารณะ

จึงแถลงมาให้ทราบโดยทั่วกัน

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์