posttoday
“โอทอปรุ่นเยาว์” สุดเจ๋ง คว้าแชมป์ OTOP Junior Contest 2019

“โอทอปรุ่นเยาว์” สุดเจ๋ง คว้าแชมป์ OTOP Junior Contest 2019

17 ธันวาคม 2562

ทีมโอทอปเยาวชน 5 จังหวัดคว้ารางวัลชนะเลิศ OTOP Junior Contest 2019 ภายในงาน OTOP City 2019 โชว์ก้าวแรกสู่การเป็นผู้ประกอบการโอทอปรุ่นเยาว์

ทีมโอทอปเยาวชน 5 จังหวัดคว้ารางวัลชนะเลิศ OTOP Junior Contest 2019 ภายในงาน OTOP City 2019 โชว์ก้าวแรกสู่การเป็นผู้ประกอบการโอทอปรุ่นเยาว์

นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ สมาชิกวุฒิสภา และประธานที่ปรึกษามูลนิธิสถาบันพัฒนาวิสากิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวด OTOP Junior Contest 2019 โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมเป็นเกียรติและมอบรางวัล พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นางรชตพร โตดิลกเวชช์ ประธานคณะกรรมการบริหารสภาสตรีแห่งชาติฯ สื่อมวลชนและสักขีพยานจากหลายหน่วยงาน ภายในงาน OTOP City 2019 ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี

“โอทอปรุ่นเยาว์” สุดเจ๋ง คว้าแชมป์ OTOP Junior Contest 2019

นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ สมาชิกวุฒิสภา และประธานที่ปรึกษามูลนิธิสถาบันพัฒนาวิสากิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประกวดในครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ (E3) คณะทำงานด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (E5) โดยจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและสร้างเสริมวิชาชีพให้กับเยาวชนในโรงเรียน เป็นการค้นหาผู้ประกอบการโอทอปรุ่นเยาว์ ที่สามารถประยุกต์วิชาการมาริเริ่มการค้าขาย

ทั้งนี้ เน้นการทำงานเป็นทีมและการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ผู้ประกอบการ และคนในชุมชน ในการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ คุณภาพ มาตรฐาน ของผลิตภัณฑ์ OTOP ทั้ง 5 ประเภท ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม ผ้าและเครื่องแต่งกาย ของใช้ของตกแต่งของที่ระลึก และสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร รวมทั้งต้องใช้วัตถุดิบหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น และประเด็นสำคัญคือ ต้องสามารถเชื่อมโยงช่องทางการตลาดเข้าสู่โรงเรียน เพื่อให้มีแนวทางในการพัฒนาอาชีพและรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว

สำหรับ กลุ่มเป้าหมายของโครงการเป็นกลุ่ม/ชมรมของโรงเรียนระดับประถมศึกษา (ป.4 – ป.6) หรือชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1 – ม.3) โดยในปีนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมการประกวดทั้งสิ้น 167 โรงเรียน 172 กลุ่ม/ชมรม จาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ โดยการประกวดผลงานระดับประเทศรอบแรก และได้คัดเลือกผลงานทั้งหมดให้เหลือ 20 กลุ่ม/ชมรม เพื่อเข้าร่วมประกวดระดับประเทศรอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา

ขณะที่ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า โครงการนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม เพราะช่วยให้น้องๆ อนาคตของชาติมีความเข็มแข็งในการปลูกฝั่งและพัฒนาสู่การเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถดูแลตนเองและครอบครัวในอนาคต สิ่งหนึ่งที่ได้เห็นคือใบหน้าเปื้อนยิ้มและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

“โอทอปรุ่นเยาว์” สุดเจ๋ง คว้าแชมป์ OTOP Junior Contest 2019

“ผมมั่นใจว่าทุกคนทุกโรงเรียนล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ชนะในหัวใจของกรรมการทุกคน ขอชื่นชมและขอแสดงความยินดีกับน้องๆ ทุกคน ที่ส่งผลงานทั้ง 5 ประเภท อยากเห็นความยั่งยืน เราจะชนะได้ต่อเมื่อเราไม่หยุดยั้งในการศึกษาหาความรู้ ในการคิดค้นและต่อยอด ถ้าเราไม่หยุดยั้งการพัฒนาตัวเอง มั่นใจและเชื่อมั่นว่าน้องๆ จะประสบผลสำเร็จในชีวิต และสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดและอำเภอได้ต่อไป” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวย้ำอย่างมั่นใจ

ทั้งนี้ ผลการประกวด OTOP Junior Contest 2019 พร้อมรางวัลพิเศษ มีผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 26 รางวัล โดย รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และประกาศนียบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และประกาศนียบัตร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และประกาศนียบัตร รางวัลชมเชย ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร

อย่างไรก็ตาม ผลการประกวดประเภทอาหาร ชนะเลิศ ได้แก่ ชมรมแปรรูปตะไคร้ คุณค่าอยู่ใกล้ตัว โรงเรียนบ้านคลองเรียงงาม จ.อุตรดิตถ์ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ชมรมข้าวหมากรสสวรรค์ โรงเรียนดงสวรรค์วิทยา จ.หนองบัวลำภู รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ กลุ่มกิจกรรมอาหารไทยสร้างอาชีพ โรงเรียนห้วยน้ำนักวิทยา จ.ตาก และชมเชย ได้แก่ ชมรมบางจานอาหารพื้นบ้าน โรงเรียนบางจานวิทยา จ.เพชรบุรี

ผลการประกวดประเภทเครื่องดื่ม ชนะเลิศ ได้แก่ โครงการทำมาค้าขาย (กาแฟ) โรงเรียนบ้านมูเซอ จ.ตาก รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ชมรมทำมาค้าขาย โรงเรียนอนุบาลแคนดง จ.บุรีรัมย์ รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ชมรมรักษ์ใบฟักข้าว โรงเรียนบ้านหนองไหล (พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์) จ.อุบลราชธานี และชมเชย ได้แก่ ชมรมสมุนไพร PKC โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม จ.บุรีรัมย์

“โอทอปรุ่นเยาว์” สุดเจ๋ง คว้าแชมป์ OTOP Junior Contest 2019

ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ชนะเลิศ ได้แก่ ชุมนุมหัตถกรรมไทพวนบ้านเชียง โรงเรียนบ้านเชียง (ประชาเชียงชิด) จ.อุดรธานี รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ชุมนุมอนุรักษ์หัตถกรรมจักสานไม้ไผ่รมควัน โรงเรียนเหมืองแบ่งวิทยา จ.เลย รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ กลุ่มนักธุรกิจน้อยมีคุณธรรม นำสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โรงเรียนชุมชนวัดจงโกมิตรภาพที่ 157 จ.ลพบุรี และชมเชย ได้แก่ กลุ่มทอรักษ์ โรงเรียนดงดาวแจ้งพัฒนศึกษา จ.นครพนม

ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก ชนะเลิศ ได้แก่ กลุ่มไทลื้อคิดส์ โรงเรียนริมโขงวิทยา จ.เชียงราย รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ชมรมต้นกล้าโกสัมพีวิทยา โรงเรียนโกสัมพีวิทยาจ.กำแพงเพชร รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ กลุ่มตาโขนรักษ์โลก โรงเรียนศรีสองรักษ์วิทยา จ.เลย และชมเชย ได้แก่ ภูมิพัฒน์ กลุ่มผ้าครามด้นมือ โรงเรียนสกลนครพัฒนศึกษา จ.สกลนคร

ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร ได้แก่ ชุมนุมหม่อนไหม สายใยเปือยหัวดง โรงเรียนอนุบาลลืออำนาจ (ชุมชนเปือยหัวดง) จ.อำนาจเจริญ รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ชมรมแก้วเก้าเซียน โรงเรียนวัดดอนทรายแก้ว จ.ชุมพร รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ชมรม OSOP หนึ่งโรงเรียนหนึ่งผลิตภัณฑ์ โรงเรียนบ้านสระมาลาจ.ปัตตานี และชมเชย ได้แก่ กลุ่มส่งเสริมอาชีพนักเรียนโรงเรียนเทศบาล2 วัดโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

นอกจากนั้น ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับโอทอปจูเนียร์ปีที่ 1 - 2 ที่ยังคงผลิตและจำหน่ายสินค้าอย่างต่อเนื่อง คือ รางวัลความยั่งยืน สู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ OTOP Junior 2017 จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ ชมรมเรารักขนมไทย โรงเรียนวัดกระทุ่ม (โสมประชาสรรค์) จ.ฉะเชิงเทรา ชุมนุมนักธุรกิจน้อย โรงเรียนบ้านเมืองกาญจน์ จ.เชียงราย และชมรมจักรสานไม้ไผ่ โรงเรียนพังทุยพัฒนศึกษา จ.ขอนแก่น ส่วนรางวัลความยั่งยืน สู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ OTOP Junior 2018 จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ ชมรมกลุ่มไส้เดือนตัวน้อย โรงเรียนท่าแร่ศึกษา จ.สกลนคร ชมรมกลุ่มทอผ้า โรงเรียนหนองขาวโกวิทพิทยาคม จ.กาญจนบุรี และชมรมแปรรูปอาหารจากเสาวรสและฟักข้าว โรงเรียนหนองไหล จ.อุบลราชธานี

“โอทอปรุ่นเยาว์” สุดเจ๋ง คว้าแชมป์ OTOP Junior Contest 2019

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก