
กรมศุลกากรจัดพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ทางทะเล “ศุลกากร 807” ลงน้ำ เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บในการปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางทะเล
กรมศุลกากรจัดพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ทางทะเล “ศุลกากร 807” ลงน้ำ เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บในการปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางทะเล
กรมศุลกากรจัดพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ทางทะเล “ศุลกากร 807” ลงน้ำ เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บในการปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางทะเล
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00 น. นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานในพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ทางทะเล “เรือศุลกากร 807” ลงน้ำ โดยได้รับเกียรติจากนางปานทิพย์ ศรีพิมล รองปลัดกระทรวงการคลัง กลุ่มภารกิจด้านรายได้ เป็นสุภาพสตรีประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำตามโบราณประเพณี และได้รับเกียรติจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ คณะผู้บริหารกรมศุลกากร คณะผู้บริหารบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในพื้นที่ ตลอดจนสื่อมวลชนเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก ณ อู่ต่อเรือบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
นายกฤษฎา กล่าวว่า กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง มีพันธกิจในการอำนวยความสะดวกทางการค้าและส่งเสริมระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศด้วยมาตรการทางศุลกากรและข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ ปกป้องสังคมให้ปลอดภัยด้วยระบบควบคุมทางศุลกากร จัดเก็บภาษีอย่างเป็นธรรมโปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้เสริมเขี้ยวเล็บในการปฏิบัติภารกิจด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางทะเลตามนโยบายกระทรวงการคลัง โดยได้รับอนุมัติงบประมาณในการต่อสร้างเรือตรวจการณ์ “เรือศุลกากร 807” มีความยาวตลอดลำ 25.6 เมตร ความเร็วต่อเนื่อง 30 นอต ระยะปฏิบัติการไม่น้อยกว่า 600 ไมล์ทะเล สามารถปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ของกรมศุลกากร ทั้งด้านการป้องกันและปราบปราม การลักลอบนำสินค้าหลบหนีภาษีเข้ามาในราชอาณาจักร การปกป้องสังคมจากสินค้าหรือกลุ่มขบวนการที่ทำลายความสงบสุขหรือเป็นภัยต่อสังคม การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ การกำกับควบคุมดูแลโครงการน้ำมันเขียว การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติทางทะเล
และการสนธิกำลังร่วมกับกองทัพเรือที่อยู่ภายใต้การประสานงานของศูนย์ประสานงานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งมีภารกิจในการปกป้องรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงทางทะเล
โดยกรมศุลกากรได้เริ่มทำสัญญาต่อสร้างกับบริษัท มาร์ซัน จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 ใช้งบประมาณในการต่อสร้าง เป็นเงิน 161 ล้านบาท และได้ทำพิธีวางกระดูกงูเรือ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 อนึ่ง ในการนำเรือลงน้ำหรือเคลื่อนเรือออกจากอู่ต่อเรือจะต้องทำพิธีตามโบราณประเพณีของชาวเรือ กล่าวคือ จะต้องเชิญสุภาพสตรีที่ถึงพร้อมด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ พรั่งพร้อมด้วยบารมี มาประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำจากอู่ต่อสร้างเรือ รวมถึงเป็นผู้อัญเชิญแม่ย่านางมาสถิตประจำเรือ กรมศุลกากรจึงได้เรียนเชิญ นางปานทิพย์ ศรีพิมล รองปลัดกระทรวงการคลัง กลุ่มภารกิจด้านรายได้ ซึ่งมีความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงมาเป็นสุภาพสตรีผู้ประกอบพิธี อันจะเป็นสิริมงคลแก่ตัวเรือและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำเรือต่อไป
ทั้งนี้ ในปัจจุบันกรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปราม ส่วนสืบสวนปราบปราม 2 มีเรือตรวจการณ์พร้อมปฏิบัติการครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกและตะวันออกของประเทศไทย รวมจำนวนทั้งสิ้น 34 ลำ ประกอบด้วยเรือตรวจการณ์ขนาด 50-110 ฟุต จำนวน 15 ลำ เรือตรวจการณ์ขนาด 30 ฟุต จำนวน 11 ลำ เรือตรวจการณ์ขนาด 20 ฟุต จำนวน 8 ลำ
กรมศุลกากร จะปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ และมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการดำเนินงานของกรมศุลกากรในการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นธรรม อำนวยความสะดวกทางการค้า สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยและการเชื่อมโยงการค้าโลก รวมทั้งเน้นย้ำนโยบายด้านการควบคุมทางศุลกากร เพื่อปกป้องสังคมควบคู่ไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม







