
“กรมศุลกากร หนุนเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง ตามนโยบายรัฐบาล จัด “ตลาดประชารัฐศุลกากร เพื่อชุมชน” ณ ด่านพรมแดนแม่สาย จังหวัดเชียงราย
“กรมศุลกากร หนุนเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง ตามนโยบายรัฐบาล จัด “ตลาดประชารัฐศุลกากร เพื่อชุมชน” ณ ด่านพรมแดนแม่สาย จังหวัดเชียงราย
“กรมศุลกากร หนุนเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง ตามนโยบายรัฐบาล จัด “ตลาดประชารัฐศุลกากร เพื่อชุมชน” ณ ด่านพรมแดนแม่สาย จังหวัดเชียงราย
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากรเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ตลาดประชารัฐศุลกากร เพื่อชุมชน” ร่วมด้วยนายชูชัย อุดมโภชน์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร นายธวัช เพ่งพินิจ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 นายศิริชัย คุณาบุตร นายด่านศุลกากรแม่สาย และด่านศุลกากรในสังกัดสำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 โดยกรมศุลกากรได้เปิดพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ต่างๆ ในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง ได้นำสินค้ามาวางจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และ SMEs
อีกทั้ง ยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการในชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลังเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารกระทรวงการคลังจังหวัดเชียงราย นายอำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลแม่สาย สถานีตำรวจภูธรแม่สาย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 2 หน่วยงานประสานงานชายแดนท้องถิ่นไทย-เมียนมา ด่านตรวจพืชแม่สาย ด่านอาหารและยาแม่สาย ด่านควบคุมโรคแม่สาย ด่านกักสัตว์เชียงราย ด่านตรวจสัตว์น้ำเขต 1 เชียงราย อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง ด่านศุลกากรท่าขี้เหล็ก นายด่านศุลกากรในสังกัดสำนักงานศุลกากรภาคที่3 ผู้แทนหอการค้าจังหวัดเชียงราย และสื่อมวลชนทุกท่านมาร่วมเป็นสักขีพยาน
ทั้งนี้ กรมศุลกากร ได้จัดโครงการ “ตลาดประชารัฐศุลกากร เพื่อชุมชน” ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยส่วนภูมิภาคได้จัดโครงการดังกล่าว ในระหว่างวันที่ 16-24 พฤศจิกายน 2562 ณ ด่านศุลกากรแม่สาย สำนักงานศุลกากรภาคที่ ๓ แห่งนี้ เป็นครั้งแรก จากนั้นจะได้มีการจัดในส่วนภูมิภาคอื่น ได้แก่ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 จะจัดขึ้น ณ ด่านศุลกากรอรัญประเทศ สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 จะจัดขึ้น ณ ด่านศุลกากรช่องเม็ก และสำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 จะจัดขึ้น ณ ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ เป็นลำดับต่อไป
กรมศุลกากรหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสามารถยกระดับให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง รวมถึงสร้างความสุขให้ประชาชน โดยคาดว่าจะสามารถรองรับผู้มาจับจ่ายใช้สอย อาทิ ประชาชนในเขตพื้นที่แม่สาย ประชาชนในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมาและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนชายแดน แม่สายประมาณไม่น้อยกว่า 1,0000 คนต่อวัน เกิดรายได้หมุนเวียนโดยประมาณ 1,000,000 บาทต่อวัน และจากการคาดหมายจำนวนคนที่มาจับจ่ายใช้สอยและรายได้หมุนเวียนน่าจะสูงกว่ากว่าประมาณการที่คาดไว้
จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมจับจ่ายใช้สอยในงานดังกล่าว โดยมีสินค้าจัดจำหน่าย อาทิ พืชผักสวนเกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมือง-ผ้าไทย ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากไม้ เครื่องประดับอัญมณี สินค้าอุปโภค-บริโภค และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นยังมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูล สถานที่การเดินทางเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้รับทราบ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นภายในชุมชน และส่งเสริมกิจกรรมการค้าการท่องเที่ยวบริเวณชายแดนให้มีหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กรมศุลกากรพร้อมที่จะส่งเสริมโครงการที่มีส่วนในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจให้ดีขึ้น อย่างมั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป







