
Chaos Theory จับ Data ทำนายอนาคต! เปิดตัวบริการสุดล้ำ Audience Intelligence ครั้งแรกในไทย ชู 4 บริการถอดรหัสการตลาดยุคดิจิทัล
ปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ของวงการการตลาดกับการเปิดตัว Chaos Theory ผู้ให้บริการ Audience Intelligence ครั้งแรกในประเทศไทย
ปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ของวงการการตลาดกับการเปิดตัว Chaos Theory ผู้ให้บริการ Audience Intelligence ครั้งแรกในประเทศไทย กับการปฏิวัติบริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Intelligence) ที่ถือเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญในการวางแผนกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารให้เข้าถึงผู้บริโภคในปัจจุบัน สู่รูปแบบ Audience Intelligence ครั้งแรกในไทย ที่จะพลิกโฉมรูปแบบการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกให้ลึกและแม่นยำยิ่งกว่าเดิม
นายกษมาช นีรปัทมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Chaos Theory กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการก่อตั้ง Chaos Theory ว่า ในยุคดิจิทัลเช่นทุกวันนี้ Big Data ถือเป็นขุมทรัพย์ที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่มีบทบาทในการทำงานของแบรนด์และนักการตลาดในยุคปัจจุบัน ทำให้เราสามารถเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปวิเคราะห์และนำไปใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น และมากไปกว่านั้นการวิเคราะห์ข้อมูลนี้จะสามารถนำไปสู่การทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างแม่นยำอีกด้วย
Chaos Theory มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็น Data Company ที่ทำนายอนาคตได้ ทั้งนี้ Chaos Theory ให้บริการใน 4 บริการหลัก ได้แก่
- Cognitive Platform มุ่งเน้นหาว่ากลุ่มเป้าหมายของลูกค้าเป็นใคร มีความน่าสนใจอย่างไร มีบุคลิกลักษณะอย่างไร และในอนาคตจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าไหร่ ตามสภาวะเศรษฐกิจหรือฤดูกาลขาย เพื่อช่วยในการบริหารจัดการขายหรือการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- Psychologic Insight มุ่งเน้นทำนายพฤติกรรมผู้บริโภคออกเป็นเซ็กเมนท์ต่างๆ ตามหลักการของ OCEAN m model ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลแต่จะนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของผู้บริโภคชาวไทยเพื่อความแม่นยำในการทำนายพฤติกรรม
- Data Analysis บริการวิเคราะห์ข้อมูลและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดมากกว่าเคย หรือใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ 100% และเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
- Data Research งานบริการวิจัยข้อมูล และให้คำปรึกษาในทุกเรื่องที่ลูกค้าอยากทราบเกี่ยวกับข้อมูลที่มี ว่าจะเก็บข้อมูลนั้นอย่างไร ด้วยวิธีการไหน
จุดเด่นและความแตกต่างของเครื่องมือและแพลตฟอร์มของ Chaos Theory คือ หากมองเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะแจกแจงพียงแค่ว่าคนพูดอะไร พูดจำนวนมากเท่าไหร่ คีย์เวิร์ดบวก ลบอย่างไร แต่จะไม่รู้เลยว่าคนที่พูดเป็นใคร แต่สำหรับของ Chaos Theory จะเน้นการหาความเข้าใจของคนมากกว่า ไม่ได้สนใจว่า Reach มีจำนวนมาก หรือไม่สนใจปริมาณ(Quantity) แต่จะสนใจคุณภาพ (Quality) ว่าภายใต้เศรษฐกิจที่ชะลอตัว งบการตลาดที่มีอยู่จำกัด และการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง จะลงทุนกับคนกลุ่มไหนแล้วคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งข้อมูลนี้จะทำให้นักการตลาดสามารถวางแผนได้แม่นยำและตรงเป้า ซึ่งการบริการนี้ถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนของ Personalized Marketing ทั้งยังมีจุดเด่นในเรื่องของภาษาไทยต่างจากเครื่องมือและแพลตฟอร์มเมืองนอก
สถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นการตลาดดิจิทัลในปัจจุบัน พบว่า แม้โซเชี่ยล มีเดีย ในปัจจุบันจะมีข้อมูลที่แม่นยำ แต่ลูกค้ากลับประสบปัญหา Wall Garden หรือการที่เอาข้อมูลทุกอย่างไปฝากที่ระบบ แต่ระบบไม่คืนข้อมูลกลับมาให้ บริการ Audience Intelligence จึงช่วยพยายามนักการตลาดดิจิทัลหาตัวตนของกลุ่มเป้าหมายทั้งที่เป็นลูกค้าอยู่แล้ว และมีโอกาสหรือศักยภาพที่จะเป็นลูกค้าในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลุ่มเป้าหมายในการขยายธุรกิจบริการ Audience Intelligence จะเน้นที่กลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ทั้งเอเยนซี่ที่เป็นครีเอทีฟ และมีเดียเอเยนซี่ ในการออกแบบความคิดสร้างสรรค์ทีโฆษณาและวางแผนสื่อที่ตอบโจทย์กับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นบริษัทเจ้าของสินค้าและบริการ เพื่อให้เข้าถึงพฤติกรรมและบุคลิกภาพของฐานลูกค้าที่แท้จริงว่าอย่างไร ตอบสนองได้แม่นยำและโดนใจกลุ่มเป้าหมายได้แบบเจาะลึกมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นหน่วยงานราชการ และในอนาคตเตรียมขยายไปสู่กลุ่มลูกค้า SME จุดเด่นของแพลตฟอร์มที่ให้บริการนี้จะสามารถช่วยให้ Marketer วางแผนการตลาดได้ตรงจุดโดยการนำจิตวิทยาพฤติกรรมของผู้บริโภคซึ่งจะตรงกว่าการใช้เพียงแค่ข้อมูลความสนใจในปัจจุบัน
เชื่อมั่นว่าเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพของ Chaos Theory นี้ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในวงการตลาดดิจิทัลได้อย่างแน่นอน ขณะที่แผนธุรกิจในอนาคตตั้งเป้าเปิดให้บริการในต่างประเทศ โดยเริ่มต้นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม http://www.chaostheory.asia/







