
เจเนอเรชั่นใหม่! สนใจ ‘เกษตร’ ย้ำเป็นอาชีพที่หล่อเลี้ยงคนทั้งโลก
“เราโชคดีที่มีพื้นที่ทำเลทองในการสร้างและผลิตอาหารเพื่อปากท้อง สามารถไปหล่อเลี้ยงและจุนเจือผู้คนบนโลกใบนี้”
“เราโชคดีที่มีพื้นที่ทำเลทองในการสร้างและผลิตอาหารเพื่อปากท้อง สามารถไปหล่อเลี้ยงและจุนเจือผู้คนบนโลกใบนี้”
คำพูดของเด็กหนุ่มวัย 21 ปี “โอ๊ต” ภูริต กีรติกำจร นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่มองเห็นโอกาสและทุ่มเท ตัดสินใจบนพื้นฐานความรู้เลือกเรียน “สัตวศาสตร์” คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี)
จากความชอบเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่วัยเด็ก จึงคลุกคลีและเรียนรู้พัฒนาการ พฤติกรรมและลักษณะของสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ด้วยตนเองและจากกลุ่มผู้เลี้ยง เริ่มตั้งแต่ปลา สุนัข เต่า อีกัวน่า กิ้งก่า รวมถึงงู “ความเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ทำให้หลงใหลและเกิดเป็นความรัก” ผู้เลี้ยงจะต้องมีความรู้และพื้นฐานที่รักสัตว์เพียงพอ จึงจะทำให้สัตว์เหล่านั้นอยู่รอดและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
เมื่อก้าวสู่มหาวิทยาลัย โอ๊ต บอกว่าเหมือนเปิดโลกทัศน์ใหม่และดึงเอาความชอบของตนเองออกมาอย่างเต็มที่ในสาขาสัตวศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การผลิตสัตว์เศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การทำปศุสัตว์ในเนื้อที่จำกัด ไม่มีพื้นที่ในการปลูกพืชอาหารสัตว์ แต่ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดความคุ้มค่า รวมถึงการบริหารจัดการและทำวิจัยเบื้องต้น
ผมสนใจรายวิชาสัตว์ปีก เพราะมีความหลากหลายสายพันธุ์ เลี้ยงง่าย ให้ผลผลิตและมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็ว ตัวอย่างสัตว์ปีก จำพวกไก่เนื้อ ไก่ไข่ ห่าน เป็ด “สัตวศาสตร์...จะไปเรียนทฤษฎีและการปฏิบัติควบคู่กันไป มีหลายครั้งก็เรียนปฏิบัติมากกว่าด้วย ความสนุกจึงอยู่ที่การได้ออกไปสัมผัสสิ่งมีชีวิตจริง” และมีบางวิชาที่ถือว่าเป็นวิชาปราบเซียน ต้องอาศัยการจำ การสังเกตเพื่อความแม่นยำ นั่นคือวิชาสรีรวิทยาสัตว์
“ผู้เรียนจะต้องมีความอดทน กล้าลุยและขยัน จึงจะมีความสุขในการเรียน” เพราะตารางเรียนค่อนข้างอัดแน่นไปด้วยรายวิชาจำพวกที่ต้องอาศัยการทุ่มเท ลงมือจริง ปฏิบัติจริง เช่น การผลิตสุกร โคนม เริ่มตั้งแต่การทำความสะอาดที่อยู่สัตว์ การรีดนม ตามตารางปฏิบัติงานที่สลับหมุนเวียนกับเพื่อนในกลุ่ม และมีการวัดผล ประเมินผลจากผลิตผลที่ได้
ผมได้รับการปลูกฝังจากอาจารย์และรุ่นพี่ที่จะต้องทุ่มเทกับการปฏิบัติงาน ไม่เกี่ยงงาน บางครั้งเวลาส่วนตัวอาจค่อนข้างน้อย แต่ทุกคนจะได้ฝึกฝนความอดทนอดกลั้น เวลาไปเจอการทำงานจริงจะสามารถฝ่าฟันทุกสิ่งอย่างไปได้ จึงทำให้เข้าใจว่า “กว่าจะได้ผลิตผลสักหนึ่งอย่าง ต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก ตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง จนถึงปลายทาง”
แม้จะมีชั่วโมงเรียนที่หนัก แต่โอ๊ตยังแบ่งเวลาทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยอยู่เสมอ เช่น การทำงานหรือร่วมกิจกรรมในชมรมพระพุทธศาสนา การบริจาคเลือด รวมถึงกิจกรรมจิตอาสา เพราะเชื่อว่าการเรียนจะประสบความต้องควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย เพื่อจะได้เรียนรู้ทักษะสังคม ไม่ใช่แค่เรียนทักษะวิชาการอย่างเดียว
ในปัจจุบันการเกษตร มีตัวช่วยสำคัญที่มาเสริม เติมคุณภาพและช่วยในการผลิตนั่นคือความเป็นเทคโนโลยี “กระบวนการผลิตสัตว์ มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งการลดระยะเวลาการผลิต การเก็บรักษาผลผลิต การหาวิธีการต่าง ๆ ที่จะเสริมการทำงานเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในที่สุด” และไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวกระโดดไปมากเพียงใด มนุษย์เราก็ยังต้องการอาหาร อาหารก็มาจากการเกษตรเป็นหลัก จึงอยากให้ทุกคนเคารพ ให้เกียรติและยกย่องวิชาชีพการเกษตร
เกษตร...เป็นวิชาแห่งชีวิต ต้องใช้ทุ่มเททั้งชีวิตในการศึกษา หาความรู้ พัฒนาและต่อยอด ขอยกย่องเจ้าของฟาร์มสัตว์ทุกแห่งเป็นตัวอย่าง เนื่องจากเจ้าของฟาร์มนั้นต้องมีองค์ความรู้ที่มากพอ จึงจะพาฟาร์มอยู่รอด ทั้งในเรื่องการเกษตร เทคโนโลยีและการบริหารจัดการต่าง ๆ จึงทำให้ ‘โอ๊ต’ มีความฝันที่อยากจะทำงานในฟาร์มสัตว์และประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับการผลิตสัตว์เศรษฐกิจ
ข้อคิดอย่างหนึ่งที่อยากฝากไว้คือ ผู้คนในยุคนี้ให้ความสำคัญกับมือถือหรือหน้าจอมากเกินไป หากออกไปสัมผัสธรรมชาติ สัมผัสไอแดดหรือไปลองปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ดูบ้าง อาจจะมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้ “การสัมผัสหรือการลงมือทำ ย่อมดีกว่าการพิมพ์หรือโพสต์ในโลกออนไลน์” ที่สำคัญ อย่ามองข้าม อาชีพเกษตรฯ อาชีพที่ขับเคลื่อนและหล่อเลี้ยงผู้คนในโลกใบนี้.







