
นาฬิกา คลาสสิค ฟิวชั่น เฟอร์รารี จีที เผยนวัตกรรมบทใหม่ภายใต้ความสัมพันธ์แห่งความล้ำเลิศ ระหว่างอูโบลท์และเฟอร์รารี
นับตั้งแต่ประกาศความร่วมมือขึ้นในปี ค.ศ. 2011 อูโบลท์ (Hublot) และเฟอร์รารี (Ferrari) ก็ได้จับมือกันสร้างสรรค์นาฬิกาที่ถ่ายทอดถึงคุณสมบัติของงานออกแบบอันโดดเด่น
คลาสสิค ฟิวชั่น เฟอร์รารี จีที
นับตั้งแต่ประกาศความร่วมมือขึ้นในปี ค.ศ. 2011 อูโบลท์ (Hublot) และเฟอร์รารี (Ferrari) ก็ได้จับมือกันสร้างสรรค์นาฬิกาที่ถ่ายทอดถึงคุณสมบัติของงานออกแบบอันโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมด้วยนวัตกรรมแห่งยานยนต์ โดยผลงานใหม่ในแต่ละเอดิชั่น
ยังล้วนแสดงออกถึงสไตล์ใหม่ เช่นเดียวกับในปีนี้ที่อูโบลท์ได้เผยโฉมเรือนเวลาอันเปลือยโปร่งและสง่างาม ซึ่งเชื่อมโยงถึงจักรวาลแห่ง
"กรัน ตูริสโม" ("Gran Turismo") อันโด่งดัง กับการเปิดตัวของนาฬิการุ่น คลาสสิค ฟิวชั่น เฟอร์รารี จีที (Classic Fusion Ferrari GT) ด้วยงานออกแบบแห่งนวัตกรรมสูงสุดที่ผสมผสานเข้ากับกลไกยูนิโค (UNICO) ผลิตจากโรงงานของตนเองชุดใหม่ ภายใต้รูปทรง
ตัวเรือนที่โดดเด่นด้วยเส้นสายเฉพาะตัวและเปี่ยมด้วยพลัง นับเป็นอีกหนึ่งสักขีพยานของอูโบลท์และเฟอร์รารีที่ได้ร่วมกันเขียนซึ่งประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสัมพันธภาพอันยิ่งใหญ่ของพวกเขา
ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ทาง: #ClassicFusionFerrariGT #HublotFerrari
สัมพันธภาพอันยาวนานระหว่างอูโบลท์และเฟอร์รารี มีความพิเศษเฉพาะหนึ่งเดียว และเป็นที่มาของแรงบันดาลใจแห่งการสร้างสรรค์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด จวบจนถึงวันนี้ยังหล่อหลอมไว้ด้วยพรหมลิขิตของทั้งสองผู้ผลิตผู้ทรงเกียรติ โดยนับจากผลงานรุ่นบิ๊ก แบง เฟอร์รารี (Big Bang Ferrari) สู่เอ็มพี-05 ลาเฟอร์รารี (MP-05 LaFerrari) หรือเทคเฟรม (Techframe) จิตวิญญาณแห่งการแข่งขันความเร็วได้ล้วนนำเสนอผ่านนวัตกรรมและความประณีต ภายใต้แรงผลักดันอันสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนให้ทั้ง เฟอร์รารี ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (Ferrari Design Centre) และทีมของอูโบลท์เดินหน้าต่ออย่างไม่หยุดยั้ง โดยนับตั้งแต่เริ่มต้นความสัมพันธ์อันเป็นหนึ่งเดียวของพวกเขา ทั้ง
อูโบลท์และเฟอร์รารีได้เชื่อมโยงเข้ากับโลกแห่งการแข่งขันความเร็วและฟอร์มูล่า 1 (Formula 1) ด้วยผลงานเอดิชั่นต่างๆ ของ บิ๊ก แบง เฟอร์รารี และนับจากปี ค.ศ. 2017 ของการเปิดตัวนาฬิกา เทคเฟรม เฟอร์รารี ทูร์บิญอง โครโนกราฟ (Techframe Ferrari Tourbillon Chronograph) ซึ่งร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปีของเฟอร์รารี อูโบลท์และเฟอร์รารียังได้เข้าร่วมภายในอาณาจักรของ จีที (GT) และ
ปีนี้พวกเขาเตรียมที่จะเดินหน้ามากยิ่งขึ้นภายในโลกอันทรงเกียรติใบนี้ ด้วยนิยามอันแน่วแน่ของปรัชญาแห่งการเดินทางที่ผสมผสานเข้ากับประเพณี ความสง่างาม และความสมบูรณ์แบบทางเทคนิค
"ขับเคลื่อนเหนือระยะทางอันแสนยาวไกล ณ ความเร็วสูง ภายใต้ความสะดวกสบายและเปี่ยมด้วยสไตล์" นี่คือบทสรุปถึงจิตวิญญาณของ "กรัน ตูริสโม" คำจำกัดความซึ่งยังกำหนดถึงประเภทของรถหรูสมรรถนะสูงที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัด โลกของจีทียังเป็นหนึ่งจักรวาลแห่งนวัตกรรมและความประณีต ด้วยความหลงใหลในเครื่องยนต์และรักในแพสชั่น สมรรถนะ และนวัตกรรม อันเป็นคุณค่าซึ่งมีร่วมกันระหว่างเฟอร์รารีและอูโบลท์ และเพื่ออุทิศให้กับรถ "แกรนด์ ทัวริ่ง" ("Grand Touring") อันเลื่องชื่อ ในปีนี้อูโบลท์และเฟอร์รารีจึงได้ตัดสินใจและยังนับเป็นครั้งแรกของการผสมผสานระหว่างสัมผัสแห่งพลังสร้างสรรค์อันสวยงามและนวัตกรรมชั้นยอดแห่งจักรกล ไว้ภายในนาฬิกา คลาสสิค ฟิวชั่น (Classic Fusion) ที่เปรียบเสมือนตัวถังของการสร้างสรรค์นาฬิกา พร้อมทั้งบรรจุไว้ด้วยประเพณีและความทันสมัย สอดคล้องกับรหัสอันเปี่ยมด้วยสไตล์ของจักรกาลแห่ง จีที อย่างแท้จริง กับอีกหนึ่งความพิเศษของการเป็นครั้งแรกที่นาฬิการุ่นนี้ติดตั้งไว้ด้วยกลไกยูนิโคชื่อดังที่ผลิตภายในโรงงานของตนเอง และผสมผสานอย่างลงตัวสู่ตัวเรือนของ คลาสสิค ฟิวชั่น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 45 มม. โดยยังนับเป็นกลไกโครโนกราฟชุดที่สองของอูโบลท์เองซึ่งเผยโฉมเมื่อปี ค.ศ. 2018 (HUB1280) พร้อมปกป้องด้วยสี่สิทธิบัตรของกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติฟลายแบ็คโครโนกราฟ กับการทำงานความถี่ 4 เฮิรตซ์ (28,800 ครั้ง/ชั่วโมง) และคอลัมน์วีลที่สามารถมองเห็นได้จากด้านหน้าปัด ทรงคุณค่าด้วยคุณสมบัติทางเทคนิคที่เหมาะสำหรับนาฬิกาแชมเปี้ยนรุ่นนี้
โดยเฉพาะความหนาแค่เพียง 6.75 มม. และสำรองพลังงานได้นาน 3 วันที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน สำหรับนาฬิกา คลาสสิค ฟิวชั่น เฟอร์รารี จีที ใหม่หมดจดของปีนี้จะมีให้เลือกในตัวเรือนสามเวอร์ชั่นแตกต่างกัน ได้แก่ ไทเทเนียม (ผลิตจำนวนจำกัด 1,000 เรือน), คิง โกลด์ (ผลิตจำนวนจำกัด 500 เรือน และ 3ดี คาร์บอน (ผลิตจำนวนจำกัด 500 เรือน)
ใหม่เอี่ยมภายในโลกแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง (Fine Watchmaking) กับตัวเรือน 3ดี คาร์บอน (3D Carbon) ซึ่งเป็นโพลิเมอร์คอมโพสิต (PMC) ที่ทำจากไฟเบอร์สามมิติ โดยวัสดุสุดไฮเทคซึ่งได้รับความนิยมอย่างยิ่งในโลกมอเตอร์สปอร์ตนี้ยังมีความโดดเด่นด้านคุณภาพและคุณสมบัติของความทนทาน และสำหรับในนาฬิการุ่น คลาสสิค ฟิวชั่น เฟอร์รารี จีที ได้มอบซึ่งความมีน้ำหนักเบา
แต่แข็งแกร่งสูงด้วยชั้นของการปกป้อง เพื่อเป็นเกราะให้กับกลไกยูนิโคผลิตในโรงงานของตนเอง ผ่านการออกแบบขึ้นโดย "เซนโตร
สไตเล เฟอร์รารี" ("Centro Stile Ferrari") สำนักออกแบบของเฟอร์รารี นาฬิกา คลาสสิค ฟิวชั่น เฟอร์รารี จีที ใหม่ถือเป็นภาพลักษณ์อันสมบูรณ์แบบของพลังสร้างสรรค์ที่ปล่อยให้ห้องปฏิบัติการแห่งเมืองมาราเนลโล (Maranello) ได้รังสรรค์ด้วยฝีมืออย่างเต็มที่ และ
ภายใต้งานออกแบบที่มีความร่วมสมัยอย่างยิ่งนี้ อูโบลท์ได้ทำงานเพื่อสร้างสรรค์เครื่องยนต์กลไก ขณะที่เฟอร์รารีรับหน้าที่ออกแบบ
ตัวถังหรือตัวเรือนนาฬิกา กับหนึ่งในคุณสมบัติงานออกแบบหลักๆ ของ คลาสสิค ฟิวชั่น เฟอร์รารี จีที นั่นคือตัวเรือนที่คิดค้นขึ้นด้วยองค์ประกอบแบบลอยเหนือศูนย์กลางอย่างแท้จริง ที่เสริมเสน่ห์ให้กับภาพของหน้าปัด รวมถึงถ่ายทอดความทันสมัยในกระบวนการผลิต เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายนี้ นักออกแบบของ "เซนโตร สไตเล เฟอร์รารี" ได้ประยุกต์ใช้ความเชี่ยวชาญของพวกเขาในการสร้างสะพานจักรขึ้นระหว่างงานออกแบบสไตล์ยานยนต์และเครื่องจักรกลของการประดิษฐ์นาฬิกา ดังนั้นจึงพิสูจน์ว่าพวกเขารักในการทำงานและเติมความสมบูรณ์แบบอย่างทุ่มเท เหนือยิ่งกว่าโครงการอื่นๆ ซึ่งล้วนเชื่อมโยงถึงยอดยนตรกรรม
แตกต่างอย่างสิ้นเชิง และเติมเต็มอย่างแท้จริงให้กับรุ่น เทคเฟรม ซึ่งเปิดตัวในปี ค.ศ. 2017 ที่ คลาสสิค ฟิวชั่น เฟอร์รารี จีที ของวันนี้เป็นผลงานสำหรับผู้ที่รักและหลงใหลในเรือนเวลาจักรกลชั้นสูง ผู้ซึ่งมองหาการแสดงออกถึงสไตล์อันร่วมสมัยและประณีตวิจิตร ด้วยหน้าปัดโปร่งใสจากการใช้กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ ที่ช่วยเผยให้เห็นจักรกลอันเที่ยงตรงแม่นยำสูงของกลไกคาลิเบอร์ ยูนิโค เอชยูบี1280 (UNICO HUB1280) พร้อมกับภาพม้าลำพอง (Prancing Horse) ชื่อดังที่ปรากฏ ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา โดยในแต่ละและทุกๆ
รายละเอียดยังมอบซึ่งสัมผัสของการตกแต่งอันพิถีพิถันละเอียดอ่อน อาทิ เส้นใยสีแดงที่รายล้อมรอบกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบกันแสงสะท้อน ซึ่งอ้างอิงอย่างเปี่ยมด้วยสไตล์ถึงสีอันเป็นตำนานของเฟอร์รารี ขณะที่สายต่างๆ ของนาฬิกา คลาสสิค ฟิวชั่น เฟอร์รารี จีที ยังได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีต ระหว่างยางสีดำที่จับคู่เข้ากับหนังเชโดนี (Schedoni) เหมือนกับเบาะที่นั่งของบรรดา
รถแข่งแห่งมาราเนลโล กับตัวเรือนกลมมนเสมือนเครื่องทาโคมิเตอร์ในรถแข่งได้มอบภาพลักษณ์ให้นาฬิกา คลาสสิค ฟิวชั่น เฟอร์รารี
จีที ใหม่เป็นดั่งผลงานชิ้นเอกในยุคสมัยของเรา และด้วยความเอาใจใส่พิเศษด้านสรีรศาสตร์กับความหนาแค่เพียง 13.15 มม. ของ
ตัวเรือนยังนับเป็นความหายากสำหรับนาฬิกาฟลายแบ็คโครโนกราฟแบบผสมผสาน ซึ่งนั่นทำให้นาฬิกาอันเปลือยโปร่งและออกแบบขึ้นด้วยนวัตกรรมแห่งความสง่างามอันหาชมได้ยากรุ่นนี้ได้เปิดประตูสู่ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญบทใหม่ ภายใต้สัมพันธภาพแห่งความเลิศล้ำระหว่างอูโบลท์และเฟอร์รารีอย่างแท้จริง
อูโบลท์
ก่อตั้งขึ้นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อปี ค.ศ. 1980 อูโบลท์ (HUBLOT) ได้สร้างนิยามขึ้นใหม่ด้วยนวัตกรรมของตน ซึ่งเริ่มต้นจากการผสมผสานระหว่างทองและยาง นำมาสู่ปรัชญา "ศิลปะแห่งการผสมผสาน" ("Art of Fusion") ที่เกิดจากจินตนาการของประธานบริษัทผู้เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ อย่างฌ็อง-โคลด บีเวอร์ (Jean-Claude Biver) รวมถึงพลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าอันเปี่ยมด้วยพลังของ
ริคาร์โด กัวดาลูเป (Ricardo Guadalupe) ซีอีโอของแบรนด์นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012
การเปิดตัวของนาฬิการะดับไอคอนที่กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย อย่างบิ๊ก แบง (Big Bang) ในปี ค.ศ. 2005 ได้วางเส้นทางให้กับ
การสร้างสรรค์คอลเลคชั่นระดับแฟล็กชิพใหม่ๆ ของแบรนด์ขึ้นตามมา (เช่น คลาสสิค ฟิวชั่น (Classic Fusion), สปิริต ออฟ บิ๊ก แบง (Spirit of Big Bang)) ด้วยหลากหลายความสลับซับซ้อนนับตั้งแต่แบบเรียบง่ายไปจนถึงความซับซ้อนทันสมัยสูง ที่ได้ร่วมสร้างรากฐานให้กับดีเอ็นเอ (DNA) พิเศษของโรงงานการผลิตนาฬิกาสวิสแห่งนี้ และทำให้มั่นใจได้ถึงการเติบโตอย่างน่าประทับใจของแบรนด์เช่นกัน
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะธำรงรักษาไว้ซึ่งประเพณีและความเชี่ยวชาญอันล้ำสมัยของตน รวมถึงการนำโดยปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า "เป็น
ที่หนึ่ง แตกต่าง และมีเอกลักษณ์" ("Be First, Different and Unique") ผู้ผลิตนาฬิกาสวิสรายนี้ยังคงเดินนำหน้าเสมอ ผ่านการสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรมแห่งวัสดุ (อาทิ เมจิก โกลด์ (Magic Gold) กันรอยขีดข่วน, เซรามิกในหลากหลายโทนสี และแซฟไฟร์)
ไปจนถึงการสร้างสรรค์กลไกซึ่งผลิตขึ้นภายในโรงงานของตนเอง (เช่น ยูนิโค (Unico), เมกา-10 (Meca-10), ทูร์บิญอง (Tourbillon))
อูโบลท์ ยังอุทิศตนอย่างเต็มตัวให้กับการสร้างสรรค์แบรนด์เครื่องบอกเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) ด้วยอนาคตอันเปี่ยมด้วยวิสัย-ทัศน์ อนาคตซึ่งผสมผสานด้วยงานสำคัญระดับโลกต่างๆ ในช่วงยุคของเรา (ทั้ง ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ (FIFA World Cup), ยูฟ่า แชมเปี้ยน ลีก (UEFA Champions League), ยูฟ่า ยูโร (UEFA EURO) และเฟอร์รารี (Ferrari)) เช่นเดียวกันกับความร่วมมือของเหล่าแอมบาส-ซาเดอร์ชั้นยอดในยุคนี้ (อาทิ ไคเลียน เอ็มบัปเป (Kylian Mbappé), ยูเซน โบลต์ (Usain Bolt), เปเล่ (Pelé))
ร่วมค้นพบไปกับจักรวาลแห่งอูโบลท์ได้ที่เครือข่ายบูติกของเรา ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหลักทั่วโลก ได้แก่ เจนีวา ปารีส ลอนดอน นิวยอร์ก ฮ่องกง ดูไบ โตเกียว สิงคโปร์ และที่ HUBLOT.com







