
ชาวบ้านอ้าแขนรับนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว
ชาวบ้าน ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา อ้าแขนรับโครงการนิคมฯ บลูเทค ซิตี้ อยากได้ความเจริญเกิดขึ้นในชุมชนหลังผู้รับผิดชอบโครงการฯ เปิดประชาพิจารณ์ชี้แจงรายละเอียด
ชาวบ้าน ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา อ้าแขนรับโครงการนิคมฯ บลูเทค ซิตี้ อยากได้ความเจริญเกิดขึ้นในชุมชนหลังผู้รับผิดชอบโครงการฯ เปิดประชาพิจารณ์ชี้แจงรายละเอียด
นายวิวัฒน์ โฆษิตสกุล ที่ปรึกษาโครงการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ของบริษัท ดับเบิ้ลพี แลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า จากที่บริษัทฯ มีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่ต.เขาดิน อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เพื่อพัฒนาเป็นนิคมาอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีชั้นสูง หรือนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว โดยมีการจัดทำโครงการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ขึ้น ทั้งเพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงได้มีการจัดทำประชาพิจารณ์ ตามระเบียบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทีมีการกำหนดต้องมีการดำเนินการ 2 ครั้ง โดยครั้งแรก บริษัทฯ ได้ดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 30-31 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา เพื่อนำเสนอรายละเอียดโครงการฯ เบื้องต้น และเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อกังวลจากชาวบ้านในรัศมี 5 กิโลเมตร ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำบางปะกง รวม 9 ตำบล ซึ่งมีชาวบ้านเข้าร่วมประมาณเกือบ 1,000 คน โดยจะรวบรวมปัญหา ข้อเสนอแนะทั้งหมด กลับมาศึกษารายละเอียด เพื่อนำผลการศึกษาที่ได้รับข้อเสนอแนะจากชาวบ้านในครั้งแรก มาชี้แจงให้กับชาวบ้านฟังในการการจัดประชาพิจารณ์ครั้งที่ 2 คาดว่า จะสามารถดำเนินการได้ช่วงกลางปี 2562
“จากการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้าน ได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดี ชาวบ้านอยากเห็นความเจริญของต.เขาดิน และผู้นำชุมชนต่างๆ ได้เล็งว่า หากมีโครงการฯ เกิดขึ้น จะช่วยในการพัฒนากับชุมชนในต.เขาดิน ลูกหลานจะมีงานทำในอนาคต ไม่ต้องออกไปทำงานไกลบ้าน ซึ่งเชื่อว่า การมีโครงการฯ เกิดขึ้น วิถีชีวิตของชุมชน และความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวจะดีขึ้น”ที่ปรึกษาโครงการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราฯ กล่าว
นายวิวัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ส่งทีมงานมวลชนสัมพันธ์ ลงพื้นที่ชี้แจง และให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ชาวบ้าน เนื่องจากที่ผ่านมา บริษัทฯ อาจจะยังให้ข้อมูลแก่ชาวบ้านไม่เพียงพอเท่าที่ควร จึงเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และมีข่าวโครงการฯ ออกมาในแง่ลบ อย่างไรก็ตาม จากการทำประชาพิจารณ์ในครั้งแรก เพื่อชี้แจงโครงการฯ และการส่งทีมงานมวลชนสัมพันธ์ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้าน เชื่อว่าความเข้าใจของคนในชุมชนไปในทิศทางที่ดีขึ้น หรือหากชาวบ้านยังมีข้อกงวลใจ หรือข้อเสนอแนะใด บริษัทฯ ยินดีรับฟัง สามารถมาติดต่อที่สำนักงานได้ตลอดเวลา
ขณะที่ นางอำไพ พวงรักษา อายุ 64 ปี ชาวบ้านหมู่ 1 ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า อาศัยอยู่ที่ ต.เขาดิน ประมาณ 40 กว่าปีแล้ว เมื่อก่อนมีอาชีพทำนา จับปู จับปลาขายพอมีกิน มีใช้ในแต่ละวัน คิดว่าการมีโครงการฯ เข้ามา ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรจากเดิม แต่ทำให้ลูกหลานมีงานทำใกล้บ้าน เพราะเด็กรุ่นใหม่ไม่ชอบทำนา รวมทั้งทำให้ ต.เขาดินเจริญ คนในชุมชนมีอาชีพ มีช่องทางทำกิน เช่น อาชีพค้าขาย ซึ่งช่วยสร้างความเจริญให้กับชุมชน ที่อื่นมีความเจริญกันไปหมดแล้ว ขณะนี้ชาวบ้านหลายคน ก็มีความเข้าใจ และสนับสนุนให้มีการก่อสร้างโครงการฯ เพื่อให้ลูกหลานได้มีงานทำ โดยอยากให้บริษัทฯ ช่วยดูแลชุมชน เปิดโอกาสคนในชุมชนเข้าทำงานก่อนที่จะรับสมัครคนภายนอก ซึ่งสิ่งที่อยากได้มากที่สุดขณะนี้ คือ ความเจริญ
นางอำไพ กล่าวว่า การที่ชาวบ้านหลายคนออกมาต่อต้าน มองว่าพื้นที่ต.เขาดิน เป็นพื้นที่สีเขียว ไม่สามารถทำนิคมอุตสาหกรรมได้ อาจจะมีคนค่อยชักใย เพราะชาวบ้านไม่ค่อยรู้เรื่อง ตอนแรกเราก็ไม่รู้ มีคนมาชักชวน แต่เราก็ไม่ไป เพราะอยากให้มีโรงงาน อยากให้ลูกหลานได้มีงานทำใกล้ๆ แต่ก็อยากให้บริษัทฯ มาคอยให้ความรู้ว่า การสร้างโรงงานดีอย่างไร มีผลกระทบต่อชุมชนหรือไม่ เพื่อให้ความรู้กับชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ยังเข้าใจ ได้เปลี่ยนความคิดที่ผิดๆ
นายโชคธวีร์ อ้นถาวร กำนัน ต.เขาดิน กล่าวว่า ต.เขาดิน เปรียบเหมือนการปิดทองหลังพระมานาน รักษาสิ่งแวดล้อมให้กับตำบลรอบข้างมาอย่างยาวนาน 30 กว่าปี ซึ่งได้รับการพัฒนา มีโรงงานอุตสาหกรรม มีชุมชน แต่ ต.เขาดินก็ยังอนุรักษ์ความเป็นชาวนาอยู่เหมือนเดิม โดยตำบลรอบข้างมีการพัฒนา มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น ต.บางปะกง ต.บางบัว และปัจจุบันที่นาส่วนใหญ่ในพื้นที่ ต.เขาดิน กลายเป็นของนายทุน คนในชุมชนต้องเช่าที่นาทำมาหหากิน ฉะนั้น คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ ต.เขาดิน จะเปิดรับโอกาสความเจริญที่กำลังจะเข้ามา เชื่อว่า โครงการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราฯ จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคน ต.เขาดิน เพราะคนรุ่นใหม่ไม่นิยมทำนา ต้องไปทำงานไกลบ้าน จึงเป็นโอกาสดี หากเรียนจบจะได้มีงานทำใกล้บ้าน
“จุดอ่อนโครงการฯ ระยะแรกมีการประชาสัมพันธ์น้อยไปหน่อย จึงเป็นโอกาสของคนที่อื่นเข้ามาแทรกแซง ยุยง แต่หลังได้รับฟังการชี้แจง ชาวบ้านมีความเข้าใจมากขึ้น บรรยากาศดีขึ้น และผู้นำชุมชนในพื้นที่หลายตำบลก็เห็นชอบด้วย ไม่มีการคัดค้าน และแสดงความยินดีกับชาวบ้าน ต.เขาดิน อีกด้วย และมีการเสนอความคิดเห็น เช่น การจัดสวัสดิการสังคม นอจากนี้ รายได้มวลรวมระดับตำบล (GDPX ช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มาจากภาคการเกษตร ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการรับจ้างทั่วไป การค้าขาย เป็นพนักงานบริษัท เพราะเด็กรุ่นหลัง เมื่อเรียนจบก็ไม่ได้กลับมาทำนา ซึ่งนับจากครอบครัวการเกษตรที่ขึ้นทะเบียนไว้ มีประมาณ 130 ครอบครัว จากทั้งหมด 500 กว่าครอบครัว ดังนั้น ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยน ต.เขาดิน โฉมใหม่ได้แล้ว”กำนัน ต.เขาดิน กล่าว







