
นักวิชาการทั่วโลกแนะมหาวิทยาลัยไทยออกจากกรอบคิดเดิม เพื่อปรับแนวทางการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของโลกข้ามพรมแดน
(26 ตุลาคม – กรุงเทพฯ) ในการประชุมสุดยอดวิชาการด้านศิลปะและการออกแบบ QS Totally Arts Summit ที่จัดโดย QS สำนักจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก
(26 ตุลาคม – กรุงเทพฯ) ในการประชุมสุดยอดวิชาการด้านศิลปะและการออกแบบ QS Totally Arts Summit ที่จัดโดย QS สำนักจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากรที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 ตุลาคม นักวิชาการทั่วโลกแนะให้มหาวิทยาลัยไทยปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของยุคดิจิตัลพลิกโฉมโลก พร้อมปรับตัวให้ทันสมัยรวมทั้งบูรณาการข้ามศาสตร์เพื่อตอบโจทย์ปัญหาของสังคมปัจจุบัน
ศาสตราจารย์กินไว๋ ไมเคิล ซิว ศาสตราจารย์ชื่อดังจากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกง เสนอแนะว่า รัฐบาล แหล่งทุนวิจัย และสถาบันวิชาการ ควรสนับสนุนนักวิจัยในด้านการเงิน การบริหารจัดการ รวมทั้งสนับสนุนความคิดที่มีศักยภาพเพื่อเปลี่ยนให้งานเหล่านั้นนำไปสู่การหาหนทางสร้างนวัตกรรมที่แก้ไขปัญหาในทางปฏิบัติได้จริง การเรียนการสอนในทุกสาขารวมทั้งการออกแบบต้องมีการปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น งานวิจัยของสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ ที่มีงานวิจัยส่งเสริมแนวคิดสร้างแรงบันดาลใจในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวเคมี ที่นำไปสู่การค้นพบสำคัญหลายเรื่องในการแก้ไขปัญหาสุขภาวะ
นาย อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินไทยชื่อดังในเวทีระดับนานาชาติชาติ ได้ระบุถึงประโยชน์ในการทำงานศิลปะระดับนานาชาติว่าทำให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงานได้เรียนรู้ความแตกต่าง ทั้งผู้คน วัฒนธรรม ภาษา และความเป็นชาติ อาทิช่วงทำงานศิลปะชื่อดัง "ทองหยอด" (Golden Teardrop) ที่มหานครนิวยอร์ก แม้แต่หญิงชราชาวอเมริกันยังได้กล่าวว่างานแปลกใหม่และสร้างแรงบันดาลใจที่ดีให้กับเธอ
ทั้งนี้ศิลปินชื่อดังได้เน้นว่าการทำงานมนุษย์ต้องพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในชีวิต อะไรก็ตามที่เราเรียนรู้ในวันนี้อาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไม่คาดคิดในอนาคต ไม่มีกฎตายตัว
ดร.แอน ไวท์ลอว์ อาจารย์สาขาประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยคอนคอร์เดีย มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดด้านศิลปะและการออกแบบของแคนาดา ได้ย้ำถึงความจำเป็นในการบูรณาการรวมกันของหลายสาขาทั้งวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งที่แคนาดามีสถาบันศิลปะ วัฒนธรรมเทคโนโลยีที่สนับสนุนให้สาขาต่างๆทำงานร่วมกัน เช่น การแข่งทศกรีฑาแสงอาทิตย์ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์เชิงนวัตกรรม
ดร. เมาริทส์ ฟาน รุยเย่น ประธานกรรมการบริหารเครือข่ายมหาวิทยาลัยนานาชาติ สหราชอาณาจักร กระตุ้นให้นักวิชาการทำงานสร้างความแตกต่าง มุ่งมั่นในการก้าวเป็นผู้นำในองค์กรซึ่งจะต้องมีทักษะที่สำคัญ คือทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และการมีภาวะผู้นำ ที่สำคัญจะต้องกล้าคิดนอกกรอบ เพราะจุดประสงค์ของการศึกษามิใช่แค่การเรียนแต่ต้องมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาตัวเอง อาจารย์ในมหาวิยาลัยต้องไม่สอนแค่สิ่งที่ปรากฏในหนังสือแต่ต้องให้นักศึกษาเรียนรู้ในการแก้ไขความผิดพลาดเพื่อให้คนรุ่นใหม่พัฒนาตัวเองเพื่อความเติบโตทางความคิด
รองศาสตราจารย์ ดร.ลุสลัน อับดุล รามฮิม คณบดีคณะศิลปะและการออกแบบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมารา ประเทศมาเลเซีย ย้ำให้สถาบันการศึกษาต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลและเทคโนโลยีอย่างฉับพลัน กระทบบุคลากรในสายการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
ภายหลังการประชุม นางสาวแมนดี้ ม็อค ประธานกรรมการบริหาร QS เอเชีย ประเทศสิงคโปร์ ชื่นชมว่าการจัดงานนี้เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม เป็นกลยุทธ์ที่ดีของสถาบันการศึกษาที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างความหลากหลายขององค์ความรู้ เช่น วิทยาศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยี ในการจัดงานครั้งนี้คืออนาคตของวงการศิลปะและการออกแบบ ซึ่งการประชุมในประเทศไทยครั้งนี้จะเป็นการวางรากฐานในการเปิดเวทีประชุมวิชาการด้านศิลปะและการออกแบบ ให้กับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั่วโลก
การจัดงานประชุมสุดยอดวิชาการด้านศิลปะและการออกแบบ QS Totally Arts Summit: Art and Design 2018 มีศิลปิน นักออกแบบ นักวิชาการด้านศิลปะ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาด้านศิลปะและการออกแบบชื่อดัง นำเสนอผลงานวิชาการกว่า 54 เรื่องจากนักวิจัยชั้นนำของโลก การอบรมเชิงปฏิบัติการด้านจิตรกรรมและภาพพิมพ์ร่วมกันที่มหาวิทยาลัยศิลปากร การแสดงผลงานยอดเยี่ยมกว่า 18 ชิ้นจากทั้งหมดกว่าหลายพันชิ้นจากหอศิลป์ มาจัดแสดง







