
39 ปี"สมิติเวช"ไม่อยากให้ใครป่วย ชูการแพทย์ตรวจลึกระดับยีน
ในโอกาสที่รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ครบรอบ 39 ปี ชูแนวคิด"เราไม่อยากให้ใครป่วย" เดินหน้าใช้นวัตกรรมการแพทย์เฉพาะเจาะจง วินิจฉัยถึงระดับพันธุกรรม
ในโอกาสที่รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ครบรอบ 39 ปี ชูแนวคิด"เราไม่อยากให้ใครป่วย" เดินหน้าใช้นวัตกรรมการแพทย์เฉพาะเจาะจง วินิจฉัยถึงระดับพันธุกรรม เพื่อวิเคราะห์โปรแกรมดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล รู้เท่าทันโรคที่จะเกิดในอนาคต นำสู่การป้องกัน บรรเทาหรือสกัดความเจ็บป่วยก่อนที่จะเกิดขึ้น
นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มรพ.สมิติเวชและรพ.บีเอ็นเอช กล่าวว่า สมิติเวชในปีที่ 39 อยากให้ทุกคนมีสุขภาพดี ซึ่งสมิติเวชได้พัฒนานวัตกรรมที่สามารถค้นหาโรคในตัวคุณและเตรียมวางแผนก่อนเกิดโรคในอนาคต โดยมีการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ อาทิ Precision Medicine ที่เน้นการดูแลวินิจฉัยถึงระดับพันธุกรรม (ยีน) สามารถรู้เท่าทันโรคที่จะเกิดในอนาคตเฉพาะบุคคล มีโปรแกรม divine ซึ่งเป็นนวัตกรรมในการยกระดับสุขภาพ เป็นโปรแกรมเฉพาะบุคคล เพื่อการดูแลแบบรู้เท่าทันโรค ด้วยการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ล้ำหน้าอย่างการแพทย์เฉพาะเจาะจง ( precision medicine) ตรวจลึกถึงระดับยีน และนำมาวิเคราะห์เป็นโปรแกรมการดูแลในแบบเฉพาะบุคคล (Personal Health Mapping)
จากนั้นจะมีทีมแพทย์เป็นเทรนเนอร์ ด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด ในโปรแกรมนี้สามารถตรวจพันธุกรรมเพื่อหาความเสี่ยงต่อโรคร้ายต่างๆมากมาย รวมถึง เทโลเมียร์หาความยาวของปลายโครโมโซม ที่จะรู้ถึงอายุเซลล์ภายในร่างกายอย่างแท้จริง และความสัมพันธ์กับการเกิดโรคร้ายต่างๆ เพื่อการดูแลก่อนเกิดโรคร้ายแรงอีกครั้งได้พัฒนาซอฟต์แวร์ Total Health solution โดยจะมีโปรแกรมแนะนำการตรวจเชิงป้องกันที่เหมาะสมในแต่ละช่วงอายุ เป็นการเตรียมวางแผนไม่ให้เกิดโรค
นพ.ชัยรัตน์ อธิบายว่า การตรวจลึกระดับยีนเป็นการตรวจร่างกายรายบุคคล เป็นการแพทย์ที่มีความแม่นยำสามารถรู้ได้ว่าคนนั้นมียีนที่อาจจะเกิดโรคอะไรในอนาคต ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงจำเพาะตัวของบุคคลนั้น เมื่อรู้แล้วจะได้หาวิธีการป้องกัน สกัดกั้น หรือบรรเทาโรคนั้นๆ อาทิ มะเร็งปอด หากตรวจพบว่าคนๆนั้นมีความเสี่ยงที่จะป่วย ก็จะมีการจัดโปรแกรมแนะนำในการดูแลสุขภาพของบุคคลนั้น ก่อนที่จะป่วย เช่น ฝึกให้ผู้ป่วยหายใจลึก หรือวางแผนออกกำลังด้วยการว่ายน้ำ เพื่อเพิ่มออกซิเจนให้ร่างกาย เพราะออกซิเจนจะเข้าไปช่วยทำลายมะเร็ง เป็นต้น ก็เป็นการวางแผนสกัดไม่ให้คนนั้นป่วยด้วยโรคที่เสี่ยง
ทั้งนี้ รพ.สมิติเวช นำการแพทย์แบบเฉพาะเจาะจง มาดูแลคนไข้ อาทิ ทางสูตินรีเวช ในการวางแผนตั้งครรภ์และการป้องกันภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ โดยสามารถตรวจหายีนที่จะเสี่ยงทำให้เกิดโรคทางพันธุกรรมได้ 200-300 โรค และมะเร็งวิทยา ในการรักษามะเร็งแบบตรงจุด การป้องกันดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งบุคคลและครอบครัว และจะมีเพิ่มเติมในส่วนสาขาการแพทย์อื่นๆ อีกในอนาคต
สมิติเวชยังมีการร่วมมือทางการแพทย์กับต่างประเทศ อาทิ โรงพยาบาลซาโนประเทศญี่ปุ่น ในการใช้เทคโนโลยีค้นหาและล่วงรู้การเกิดโรคมะเร็งลำไส้และกระเพาะอาหารได้ล่วงหน้า และการร่วมมือกับ Oregon Health & Science University(OHSU) และ Doernbecher Children's Hospital ในสหรัฐอเมริกา เข้ามาแลกเปลี่ยนเทคนิคการดูแลผู้ป่วยเด็ก ทั้งด้านการรักษาและการป้องกันการเกิดโรค ตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงเด็กโต เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต
"สมิติเวชไม่อยากให้ใครป่วย เพราะเมื่อคนไทยเจ็บป่วย ย่อมนำมาสู่ค่ารักษาพยาบาลที่สูง ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ 20 %ของจีดีพีประเทศ และผู้เจ็บป่วยล้วนเป็นกำลังสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ดังนั้น หากสามารถรู้เท่าทันโรคที่มีความเสี่ยงจะป่วยในอีก 5-10 ปีข้างหน้าและสกัดกั้นไม่ให้เกิดขึ้น ก็จะสามารถช่วยประเทศได้มาก"นพ.ชัยรัตน์กล่าว
และเมื่อโลกเราก้าวสู่ยุค4.0 สมิติเวชไม่หยุดยั้งพร้อมพัฒนานำเทคโนโลยีผสมกับทางการแพทย์ ประสานความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่านดิจิทัล เวนเจอร์สพัฒนาแอพพลิเคชั่น สมิติเวช พลัส บริการระบบดิจิทัลที่เชื่อมโยง ข้อมูลการให้บริการ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการรอคิว เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงโรงพยาบาล และการเข้ารับบริการต่างๆภายในโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว และมีห้องรับรองระดับพรีเมียมในสวน เดอะ เฟิร์ส เลานจ์ ให้บริการเรื่องของสุขภาพแบบ one stop service
เพื่อให้ผู้รับบริการได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ในส่วนของโรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ มีจอพาโนรามาขนาดใหญ่ ที่แสดงภาพธรรมชาติ เพื่อให้ผู้รับบริการรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์พิเศษเฉพาะผู้รับบริการอย่างแท้จริง
ด้านนายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวชในครั้งนี้ ถือเป็นการพัฒนาระบบนิเวศ หรือ Ecosystem ในโรงพยาบาลร่วมกัน โดยมีดิจิทัลเทคโนโลยี และ Big Data เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญผ่าน 2 ดิจิทัลโซลูชั่น ได้แก่ สมิติเวช พลัส แอพพลิเคชัน ซึ่งมีจุดเด่นที่เป็นระบบแรกของโลกที่เชื่อมกับระบบคิว ทำให้ผู้ป่วยสามารถดูคิวพบแพทย์ได้แบบ Real Time และขั้นตอนการรับบริการตลอดกระบวนการตั้งแต่ลงทะเบียนจนกระทั่งรับยา และชำระเงิน และสมิติเวช ฟาสต์เพย์ ระบบการชำระเงินที่ให้ความสะดวก และรวดเร็วในการจ่ายเงิน เนื่องจากผู้ใช้บริการสามารถดำเนินการชำระเงินได้ด้วยตัวเองง่ายๆโดยการสแกน QR Code ที่ FastPay Station ไม่ต้องรอคิวจ่ายเงินที่หน้า เคาน์เตอร์ นับเป็นหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำหรับแวดวงโรงพยาบาลไทย ที่จะเห็นการประสานกันระหว่างเรื่องของสุขภาพ การเงินและดิจิทัล เทคโนโลยีอย่างลงตัว ที่จะช่วยยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพของผู้ใช้บริการ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โรงพยาบาลสมิติเวช 02- 2022-2222
อีเมลเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม [email protected]







