
นิทรรศการมานุษยวิทยาพัฒนา-กาล ในการประชุมเครือข่ายมานุษยวิทยาไทย ครั้งที่ 1 หัวข้อ มานุษยวิทยาไทยในโลกวิชาการและสาธารณะ จัดแสดงระหว่างวันนี้ – 30 มิถุนายน 2561 ณ ชั้น 2 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ศมส.) (องค์การมหาชน) นำนิทรรศการ “มานุษยวิทยาพัฒนา-กาล” มาจัดแสดง ภายในการประชุมเครือข่ายมานุษยวิทยาไทย ครั้งที่ 1
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (ศมส.) (องค์การมหาชน) นำนิทรรศการ "มานุษยวิทยาพัฒนา-กาล" มาจัดแสดง ภายในการประชุมเครือข่ายมานุษยวิทยาไทย ครั้งที่ 1 เพื่อให้ผู้สนใจได้ร่วมหาคำตอบจากทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ "มานุษยวิทยา" การเรียนรู้เรื่องราวของคน ซึ่งเป็นสาขาวิชาหนึ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของคน มีขอบเขตกว้างขวางครอบคลุมทุกด้านในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นความคิด การแสดงออก สิ่งแวดล้อมรอบตัว ความสัมพันธ์กับสัตว์โลกอื่นๆ และความเจริญทางสังคมวัฒนธรรม โดยจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. นี้ ที่ ชั้น 2 ศมส. ถ.บรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน
ภายในนิทรรศการจะเริ่มด้วยยุคเริ่มต้น ของ มานุษยวิทยา นำเสนอถึงวิวัฒนาการการศึกษาเรียนรู้เรื่องราวของคนจนกลายมาเป็นมานุษยวิทยา ซึ่งมาจาก มีนักประวัติศาสตร์ชาวกรีกคนหนึ่งชื่อ ฮีโรโดตัส อยู่ในช่วง 484-426 ปี ก่อนคริสตกาล ได้เดินทางไปยังดินแดนต่างๆ ทั้งอียิปต์ ปาเลสไตน์ บาบิโลน แมคคาโดเนีย และตราซ แล้วได้ทำการจดบันทึกเรื่องราวที่ได้พบเห็นระหว่างการเดินทาง พร้อมทั้งบรรยายความแตกต่างระหว่างชาวกรีกและชาวอียิปต์ไว้อย่างน่าสนใจ เช่น ในอียิปต์ผู้หญิงเป็นผู้ทำการค้าขายในตลาด ในขณะที่ผู้ชายทอผ้าอยู่ที่บ้าน และกลายเป็นจุดกำเนิดให้เกิดนักมานุษยวิทยาในเวลาต่อมา
ในส่วนนี้ ยังมีบอกเล่าถึงยุคแรกที่มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับด้านมานุษยวิทยาซึ่งมาจากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น ปิแอร์ พอลโบรกา ศัลยแพทย์ทางประสาท ผู้ให้กำเนิดของวิชามานุษยวิทยา , ลูอิส เฮนรี่ มอร์แกน นักทฤษฎีทางสังคม และนักมานุษยวิทยาที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับวิชามานุษยวิทยาที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย อดอล์ฟ บาสเตียน นายแพทย์ผู้เป็นภัณฑารักษ์ ของพิพิธภัณฑ์ทางชาติพันธุ์วรรณนาของเบอร์ลิน , เซอร์ เอ็ดเวิร์ด เบอร์เน็ต ไทเลอร์ นักธุรกิจซึงเป็นผู้นำทฤษฎีวิวัฒนาการทางวัฒนธรรม โดยกำหนดบริบทของการศึกษาทางมานุษยวิทยาบนพื้นฐานของทฤษฎีวิวัฒนาการ และส่งผลต่อทฤษฎีทางสังคม จนได้รับการยอมรับให้เป็น "บิดาของวิชามานุษยวิทยาสังคม"
ส่วนถัดมา จัดแสดงผลงานเขียน การจดบันทึก ระหว่างการลงศึกษาภาคสนามของนักมานุษยวิทยา ซึ่งหลายๆคน ได้ผันตัวไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับชาวบ้านในชุมชน และได้สร้างสรรค์งานเขียนที่สะท้อนชีวิต ความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ที่ต่างกันในแต่ละพื้นที่ผ่านงานเขียน เช่น ฟรานซ์ โบแอส นักชาติพันธุ์ชาวอเมริกัน (คศ.1858 – 1942) ได้เข้าไปอยู่กับชนเผ่าอินเดียแดงและชนเผ่าอื่นๆ เป็นเวลา 62 ปี จนถึงแก่ความตายในชุมชนนั้น ซึ่งระหว่างมีชีวิตได้เขียนหนังสือไว้หลายเล่ม ที่ทำให้เราเข้าใจผู้คนบนโลกใบนี้ เป็นต้น
ส่วนที่สามจะได้รู้จักนักมานุษยวิทยา ซึ่งเป็นสตรีเพศ กันบ้าง ซึ่งในสมัย (คศ. 1887-1948) พบว่า ผู้หญิงมักไม่ประสบความสำเร็จมากนักในการดำเนินการใด ๆ เช่นเดียวกับการศึกษาด้านมานุษยวิทยา แต่เมื่อ รูธ ฟูลตัน เบเนดิกท์ อาจารย์ผู้สอนวิชามานุษยวิทยา ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งเก่งและแกร่ง ได้ลงไปศึกษาชีวิตคนในชุมชนรวมถึงศึกษาวัฒนธรรมของท้องถิ่น ทั้งในประเทศไทย ญี่ปุ่น โรมาเนีย และเนอเธอร์แลนด์ แล้วนำข้อมูลกลับมาทำวิจัย จนได้พบว่า แต่ละคนบนโลกใบนี้ล้วนมีความเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน แต่อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุขถ้ารู้จักการเคารพซึ่งกันและกัน ในส่วนนี้จะได้ชม ผลงาน "แบบแผนพฤติกรรมและวัฒนธรรมไทย ในสายตานักมานุษยวิทยาชาวอเมริกัน" (Thai culture and behavior : an unpublished war-time study dated September, 1943.) ที่มีการอธิบายเกี่ยวกับวิถีคนไทยไว้อย่างลึกซึ้งด้วย
และส่วนสุดท้าย นำเสนอ ถึง มานุษยวิทยาไทย ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2500 โดยจะเน้นไปที่เรื่องชาติพันธุ์ การจัดระเบียบทางสังคม และการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความทันสมัย จนมาถึงยุคเติบโตของวิชามานุษยวิทยาไทย ในช่วง พ.ศ. 2515 –2525 ซึ่งมีนักมานุษยวิทยาที่เรียนจบปริญญาโท-ปริญญาเอก จากต่างประเทศจำนวนมาก มาสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยต่างๆ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น
จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2525 - ปัจจุบัน มานุษยวิทยาในสังคมไทยได้พัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้นำองค์ความรู้ด้านมานุษยวิทยาไปสู่ การมีส่วนในกระบวนการพัฒนาสังคมมากขึ้น เช่น การศึกษาการปรับตัวของชาวนาต่อการเข้าสู่ระบบทุนนิยม ของ อานันท์ กาญจนพันธุ์ , การศึกษาปัญหาความขัดแย้งในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การเมือง และศักยภาพขององค์กรชาวบ้าน ตลอดจนการลงไปศึกษาคนในชุมชนกลุ่มต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อวิพากษ์วิจารณ์งานของนักวิจัยชาวต่างประเทศ และทำให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มคนในชุมชนต่างๆ ของประเทศไทยมากขึ้น
ผู้ที่สนใจสามารถมาเยี่ยมชมและทำความรู้จักมานุษยวิทยาให้มากขึ้นได้ที่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ตลิ่งชัน และนอกจากหนังสือที่นำมาโชว์ในนิทรรศการแล้ว หากมีความสนใจเพิ่มเติมยังสามารถขึ้นไปค้นคว้าหนังสือที่เกี่ยวข้อง ที่ห้องสมุดศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ชั้น 7-8 หรือสืบค้นได้ที่ http://www.sac.or.th/library/ และยังมีมุม "เรารู้เรื่องคนอื่นไปทำไม" ให้ได้เขียนบอกเล่าแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างกันด้วย







