
"สยามไวเนอรี่" ร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน คืนความสมบูรณ์ให้ธรรมชาติผ่านโครงการฟื้นฟูผืนป่ากุยบุรีและอนุรักษ์นกเงือก
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีนับแต่แต่เริ่มดำเนินกิจการ กลุ่มบริษัท สยามไวเนอรี่ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายไวน์และเครื่องดื่มของไทย มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีนับแต่แต่เริ่มดำเนินกิจการ กลุ่มบริษัท สยามไวเนอรี่ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายไวน์และเครื่องดื่มของไทย มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มาโดยตลอด ผ่านโครงการสำคัญสองโครงการคือโครงการฟื้นฟูผืนป่ากุยบุรี และโครงการทดลองพัฒนาโพรงรังเทียมของนกเงือกจากถังไวน์เก่า
สำหรับโครงการอันเกี่ยวเนื่องกับการฟื้นฟูผืนป่ากุยบุรี กลุ่มบริษัทสยามไวเนอรี่ ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 โดยร่วมกับหน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน และชุมชน จัดตั้งเป็นภาคีเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่ากุยบุรี สร้างแนวทางและการจัดการทรัพยากรสัตว์ป่า ป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ภายใต้ชื่อ “กุยบุรีโมเดล”
มาถึงวันนี้ผืนป่ากุยบุรีกว่า 1,100 ตร.กม. ได้ฟื้นคืนกลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยอันอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่า ปัจจุบันกลับพบช้างป่าในกุยบุรีไม่น้อยกว่า 300 ตัว กระทิงไม่ต่ำกว่า 250 ตัว และพบสัตว์ป่าสงวนหายากของประเทศไทยถึง 4 ชนิด ได้แก่ สมเสร็จ แมวลายหินอ่อน เลียงผา และเก้งหม้อ รวมถึงสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ของโลกอย่างวัวแดง เสือโคร่ง เสือดาว และเสือดำ ซึ่งสามารถออกมาเดินเล่น กินหญ้า กินน้ำ ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังพบ "กระทิงแดง" ลูกผสมระหว่างกระทิงและวัวแดง มีรูปร่างเหมือนกระทิงแต่มีลายใบโพธิ์สีขาวที่ก้นเหมือนวัวแดง ซึ่งนับว่าเป็นสัตว์ หายากอีกชนิดหนึ่งที่พบในผืนป่าแห่งนี้
ในส่วนของ “โครงการทดลองพัฒนาโพรงรังเทียมของนกเงือกจากถังไวน์เก่า” นั้น ได้ดำเนินโครงอนุรักษ์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการปลูกป่าเพื่อรักษาป่าต้นน้ำ สร้างแหล่งอาหารให้นก รวมถึงการนำวัสดุเหลือใช้ในภาคอุตสาหกรรมอย่างถังไวน์เก่าที่ไม่ใช้แล้วนำมาดัดแปลงเป็นโพรงรังเทียมของนกเงือก และได้นำไปติดตั้งใน พื้นที่ต่างๆของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นราธิวาส และยะลา
การอนุรักษ์และขยายพันธู์นกเงือกนำมาซึ่งความสมบูรณ์ของผืนป่าและระบบนิเวศ เพราะนกเงือกคือนกปลูกป่าตัวจริง จากการกินผลไม้ป่าเป็นอาหารหลักมากกว่า 100 ชนิด และแต่ละตัวจะกินผลไม้มากถึง 100 เมล็ดต่อวัน การกินแล้วคายเมล็ดทิ้งในป่าของนกเงือกจึงเป็นการปลูกป่าโดยธรรมชาติ อีกทั้งนกเงือกสามารถบินได้ระยะไกล ทำให้มีโอกาสในการนำพาเมล็ดพันธุ์ต้นไม้จากผืนป่าหนึ่งไปกระจายพันธุ์ยังถิ่นอื่นด้วย
ความสำเร็จของทั้งสองโครงการนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มบริษัท สยามไวเนอรี่ ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างแท้จริง







