
กอปภ.ก. ประชุมบูรณาการทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมป้องกัน - บริหารจัดการปัญหาอุทกภัยครอบคลุมทุกมิติ
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) จัดประชุมติดตามสภาวะอากาศ
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) จัดประชุมติดตามสภาวะอากาศ สถานการณ์น้ำและแนวทางการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัย ในช่วงฤดูฝน เพื่อบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนเตรียมพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างครอบคลุมทุกมิติ มุ่งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด การแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็วและเข้าถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงวางระบบการจัดการในภาวะฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการสนธิกำลังและทรัพยากรในการปฏิบัติการเผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว อีกทั้งให้ความสำคัญกับ การดูแลชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัย ของผู้ประสบภัยเป็นหลัก ควบคู่กับการฟื้นฟูบูรณะพื้นที่ประสบภัย ให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว
นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤษภาคม2561และสิ้นสุดฤดูฝนประมาณ กลางเดือนตุลาคม 2561 โดยปริมาณฝนรวมทั้งประเทศ จะน้อยกว่าค่าปกติเล็กน้อย ซึ่งในช่วงต้นฤดูฝน จะมีฝนตกชุกและฝนตกต่อเนื่อง ส่วนช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม 2561 ปริมาณฝนและการกระจายตัวของฝนจะลดลง จากนั้นจะมีฝนตกชุกหนาแน่นกับฝนหนักในหลายพื้นที่ รวมถึงช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2561 มีแนวโน้มที่พายุหมุนเขตร้อนจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีความเสี่ยงต่อ การเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ซึ่ง พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหา
ในพื้นที่สามารถเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยอย่างทันท่วงที รวมถึงประสานหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนทรัพยากร ทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุ และช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนการจัดการในภาวะฉุกเฉิน ให้สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามแผนการเผชิญเหตุอุทกภัย พร้อมแบ่งมอบภารกิจและหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อให้การปฏิบัติการเข้าถึงทุกพื้นที่ประสบภัย อีกทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำบริเวณจุดอ่อนน้ำท่วมขัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ พร้อมขุดลอกลำรางสาธารณะเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ ตลอดจนเชื่อมโยงการระบายน้ำบริเวณรอยต่อเส้นทางน้ำไหล ครอบคลุมทุกจังหวัด สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ความสำคัญกับ
การดูแลชีวิตความเป็นอยู่และ ความปลอดภัย ทั้งการจัดหาอาหาร น้ำดื่ม แจกจ่ายถุงยังชีพตามวงรอบ กรณีสถานการณ์รุนแรง ให้พิจารณาอพยพประชาชน ไปอาศัยในจุดอพยพที่ปลอดภัย รวมถึงให้เร่งสำรวจความเสียหายของพื้นที่ประสบภัย ให้ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งด้านการดำรงชีพ ชีวิต ที่อยู่อาศัย และพื้นที่การเกษตร ตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่กำหนด ตลอดจนฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยกลับสู่ภาวะปกติ โดยบูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน และฟื้นฟูสิ่งสาธารณูปโภคที่เสียหายให้กลับมาใช้งาน ได้ตามปกติโดยเร็ว







