
โรงงานยาสูบ แถลงข่าวผลกระทบจากพิษภาษีสรรพสามิตใหม่
โรงงานยาสูบ แถลงข่าว "ผลกระทบจากพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560"...
โรงงานยาสูบ แถลงข่าว "ผลกระทบจากพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560" เปิดช่องทางที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมทางการค้า ทำให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาล ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ ตัวแทนผู้ประกอบการร้านค้า พร้อมวิงวอนรัฐบาลพิจารณาทบทวนโครงสร้างอัตราภาษีใหม่ และศึกษาผลกระทบให้รอบด้าน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 พ.ย.60 นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการยาสูบ พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการโรงงานยาสูบ และคณะผู้บริหาร ร่วมกันแถลงข่าว "ผลกระทบจากพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560" โดยได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังจากการบังคับใช้ พ.ร.บ.สรรพสามิตฉบับใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรัฐและโรงงานยาสูบ อีกทั้งเป็นช่องทางให้บุหรี่ต่างประเทศลดราคาขายต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้บุหรี่ที่ผลิตโดยโรงงานยาสูบมียอดจำหน่ายลดลง ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้จากโรงงานยาสูบ โดยคาดการณ์ว่าในปีงบประมาณ 2561 รัฐจะสูญเสียรายได้จากเงินนำส่งรัฐในรูปแบบภาษีต่างๆ เป็นมูลค่ากว่า 12,725 ล้านบาท ได้แก่ รายได้ที่โรงงานยาสูบนำส่งรัฐ ค่าแสตมป์ยาสูบ ภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อราชการส่วนท้องถิ่น (มหาดไทย) ภาษีเงินได้ชำระแทนผู้ประกอบการค้า ภาษีองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) รวมถึงเงินบำรุงกองทุนสนับสนุน
นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการยาสูบ กล่าวว่า ผลพวงจากการปรับขึ้นภาษีในครั้งนี้ ทำให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ เนื่องจากมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจยาสูบจำนวนมาก นับตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบกว่า 20,000 ครัวเรือน ที่สูญเสียรายได้จากความต้องการใบยาสูบลดลง รวมไปถึงประชาชนผู้ประกอบการร้านค้ายาสูบทั่วประเทศอีกกว่า 500,000 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้น หากเกิดสภาวะเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จะส่งผลต่อองค์กรของรัฐและการดำเนินการต่างๆ
ที่เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากรายได้และภาษีที่รัฐได้รับน้อยลง ทำให้แผนการย้ายโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ล่าช้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และส่งผลกระทบต่อการส่งมอบพื้นที่เพื่อสร้างสวนป่าเบญจกิติ เนื่องจากขาดสภาพคล่องทางการเงิน
ผู้อำนวยการยาสูบ กล่าวในที่สุดว่า คณะผู้บริหารโรงงานยาสูบมิได้นิ่งนอนใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และพยายามหาทางรับมือกับผลกระทบต่างๆ เพื่อให้กิจการของโรงงานยาสูบสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่ และในวันนี้ โรงงานยาสูบพิจารณาแล้วว่าเราจำเป็นต้องเสนอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาทบทวนโครงสร้างอัตราภาษีใหม่และศึกษาถึงผลกระทบให้รอบด้านครบทุกมิติ ตลอดจนผลดี ผลเสีย และความเสียหายต่อประเทศชาติ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ภาครัฐเองที่จะต้องสูญเสียรายได้เป็นมูลค่ามหาศาล จนทำให้บุหรี่ต่างประเทศสามารถครอบงำตลาดบุหรี่ในประเทศไทยได้อย่างเบ็ดเสร็จ และทำลายโรงงานยาสูบซึ่งเป็นสมบัติของชาติที่สร้างรายได้ให้รัฐนำไปพัฒนาประเทศมายาวนานกว่า 78 ปี







