posttoday
รอยยิ้มของคนสนวนนอก วิถีชีวิตอีสานใต้ที่ไม่ได้มีดีแค่ผ้าไหมทอมือ

รอยยิ้มของคนสนวนนอก วิถีชีวิตอีสานใต้ที่ไม่ได้มีดีแค่ผ้าไหมทอมือ

31 สิงหาคม 2560

เมื่อพูดถึงบุรีรัมย์แล้วนึกถึงอะไร ปราสาทหินพนมรุ้งหรือสนามกีฬาไอโมบาย

 

เมื่อพูดถึงบุรีรัมย์แล้วนึกถึงอะไร ปราสาทหินพนมรุ้ง หรือสนามกีฬาไอโมบาย

ท่ามกลางเขตแดนที่รุ่มรวยไปด้วยอารยธรรมที่ผสมผสานระหว่างเขมรโบราณกับไทยอีสานใต้ ร่องรอยของปราสาทหินพนมรุ้งคือเครื่องแสดงความเก๋าอย่างเก่าแก่มาช้านาน ทันสมัยขึ้นมาอีกหน่อยคือสนามไอโมบายหรือเรียกว่า ธันเดอร์คาสเซิลสเตเดียม ของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด แลนด์มาร์กสำคัญของบุรีรัมย์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและเทศเข้ามาเยี่ยมชม แต่สำหรับชุมชนสนวนนอก สิ่งปลูกสร้างทั้งสองกลับไม่ใช่ความเก๋าของที่นี่

ถัดจากอำเภอเมืองบุรีรัมย์ไปอีก 12 กิโลเมตร วิ่งเข้าเส้นทางหลวงชนบท ถนนสายห้วยราช-กระสัง เข้าสู่ชุมชนขนาดเล็ก บ้านสนวนนอก คือหมุดหมายสำคัญของทริปในครั้งนี้ การเดินทางไม่ได้ยากลำบากมากนัก หากไม่มีรถส่วนตัว ให้เดินทางโดยใช้บริการรถประจำทางบขส.ในตัวเมืองมาลงบ้านสนวนนอกได้เลย

บ้านสนวนนอกมีอะไร

แรกเริ่มเดิมทีบริเวณพื้นที่แห่งนี้ ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้รกร้าง กระทั่งนายดำชาวร้อยเอ็ดได้มาตั้งรกราก และเปลี่ยนให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นชุมชนที่มีคนอาศัย ปัจจุบันบ้านสนวนนอกได้พัฒนาชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจฐานราก และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมวิถีชาวบ้านเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น หากนักท่องเที่ยวอยากค้างคืนเพื่อซึมซับเอาบรรยากาศ บ้านสนวนนอกเองก็เปิดโฮมสเตย์เพื่อรองรับด้วยเช่นกัน ต้องบอกก่อนว่าโฮมสเตย์ที่นี่ไม่ได้เปิดให้เป็นบ้านพักส่วนตัว แต่พักร่วมกับเจ้าของบ้านต่างหาก

ตลอดทางไปยังลานกิจกรรมของหมู่บ้าน สองข้างทางขนาบด้วยเรือนไม้โบราณ ตั้งคู่กับยุ้งฉางข้าว บางบ้านหากมียุ้งฉางมากกว่าหนึ่งหลัง อันเป็นที่รู้กันว่าบ้านนั้นมีฐานะพอตัว หากสังเกตให้ดีในแต่ละบ้าน เราจะเห็นว่าชาวสนวนนอกปลูกใบหม่อนเพื่อเลี้ยงไหมเองเกือบทุกครัวเรือน เพราะวิถีชีวิตของชาวสนวนนอก เกี่ยวพันกับหม่อนไหมมาช้านาน ดังนั้นการปลูกใบหม่อน เก็บใบหม่อนไปเลี้ยงไหม ไปจนถึงตั้งหม้อย้อมสี ลงมือทอ ล้วนเป็นกิจวัตรที่พี่น้องในชุมชนแห่งนี้ คุ้นชินอย่างไม่เอ่ยปากบ่นสักคำ

หากนักท่องเที่ยวสนใจศึกษางานทอไหม ทางชุมชนก็เปิดอุทยานการเรียนรู้หม่อนไหมด้วยเช่นกัน ยังมีมัคคุเทศก์ตั้งแต่รุ่นน้อยไปยังรุ่นใหญ่คอยให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เราสนใจตลอดทั้งทริปด้วย เพียงแต่ว่าต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน การพักผ่อนของผู้ร่วมวัฒนธรรมที่มากกว่าผ่อนคลาย จะกลายเป็นสาระที่ติดตัวกลับพูดคุยกับเพื่อนๆ ได้อีกด้วย

เมื่อถึงลานกิจกรรม สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือ "รอยยิ้ม" ของบรรดาชาวบ้านและแม่ๆ ที่ออกมาต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น ไม่เพียงแต่พิมพ์ใจที่ทำเอานักท่องเที่ยวผ่อนคลาย อาหารทานเล่นกับน้ำอัญชันก็ทำให้หายเหนื่อยร้อนไปในทันที บอกก่อนว่าขนมของบ้านสนวนนอก หาไม่ได้ในย่านศูนย์กลางอย่างกรุงเทพฯ "ขนมตดหมา" ชื่อสั้นๆ ที่ไม่น่าอร่อยแต่เหลือเชื่อในรสชาติ

รอยยิ้มของคนสนวนนอก วิถีชีวิตอีสานใต้ที่ไม่ได้มีดีแค่ผ้าไหมทอมือ  

ขนมตดหมาคล้ายขนมใบจากทั้งรสชาติและกลิ่น ทำจากเครือตดหมาโดยใช้รากมาต้มกับน้ำเพื่อกลิ่นหอมและความหวานในแบบเฉพาะตัว หลังจากนั้นนำไปผสมกับมะพร้าวทึนทึกขูด น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลอ้อย นำไปอังด้วยไฟถ่าน รอสุกจนได้กลิ่นหอมของใบจากและมะพร้าว รับประทานกับชาใบหม่อนเพื่อเสริมรสชาติตามวิถีหม่อนไหมของขาวสนวนนอก

เราเดินไปส่วนข้างหลังซึ่งเป็นครัวเปิดโล่ง บรรดาแม่ๆ ง่วนอยู่กับการทำกับข้าว

สำหรับมื้อนี้ ประกอบไปด้วย แกงกล้วย ต้มใบหม่อนใส่ใบมะขาม ชุดน้ำพริกปลาร้ากับผักสดไร้สารเคมี และไข่เจียวซึ่งเรียบง่ายแต่รสเยี่ยม เคล็ดลับความอร่อยไม่ได้มาจากผักสดจากแปลงเกษตรอินทรีย์อย่างเดียว แต่กลับเป็น "รอยยิ้ม" ตลอดการทำกับข้าวของบรรดาแม่ที่ช่วยขับรสชาติของความอบอุ่นจากอาหารที่พิถีพิถันแบบบ้านๆ อิ่มครั้งนี้คงไม่ใช่อาหารเพียงอย่างเดียวแล้วล่ะ

ก่อนมื้อกลางวันของความหิวโซ ผู้ใหญ่บ้านบุญทิพย์ของสนวนนอก พาเยี่ยมชมและพูดคุยกับผู้คนในหมู่บ้าน เริ่มตั้งแต่บ้านสาวไหม ถัดไปหน่อยคือตลาดจำลองวิถีโบราณซึ่งเปิดเป็นโฮมสเตย์ บ้านทำกระดิ่งคล้องคอควาย และปิดท้ายด้วยบ้านช่างไม้ประจำหมู่บ้าน ซึ่งแปรรูปกะลามะพร้าวเป็นสัตว์น่ารักให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไป ก่อนจบทริปด้วยการรับประทานอาหารพื้นบ้านสไตล์สนวนนอก ท่ามกลางวงมโหรีบรรเลงเขมรโบราณ

ไม่ใช่แค่ภาษาพื้นถิ่นเขมรที่ชาวบ้านใช้สื่อสาร ไม่ใช่เพียงผ้าทอไหมลายหางกระรอกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบ้านสนวนนอก ไม่ใช่โฮมสเตย์เพียงอย่างเดียวที่รอให้พวกเราใกล้ชิดกับเจ้าบ้าน แต่ธรรมชาติและทุ่งนาที่ห้อมล้อม กับ "รอยยิ้ม" ในทุกการกระทำต่างหาก ที่ทำให้เสน่ห์ไม่ได้จบลงที่วัฒนธรรมที่พวกเขามี แต่เป็นยิ้มน้อยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ คอยให้การต้อนรับคนแปลกหน้าอยู่เสมอ คอยต่อเติมและสานทอเป็นผืนผ้าแห่งชุมชน ที่ห่มกอดทุกคนที่เข้ามาในหมู่บ้านกะทัดรัดให้รู้สึกอบอุ่นก่อนออกไปป่าวประกาศว่า "ฉันรักที่นี่"

บุรีรัมย์จึงไม่ได้มีแค่ปราสาทหินเมืองต่ำ ปราสาทพนมรุ้ง หรือธันเดอร์สเตเดียม แต่ยังมีวิถีชุมชนที่ซุกซ้อนอยู่ ณ บ้านสนวนนอก ซึ่งถัดออกมาจากตัวเมืองไม่ไกล รอให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่าย และเรียนรู้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน

ถ้าถามว่าสนวนนอกมีอะไร สนวนนอกมี "รอยยิ้ม"

รอยยิ้มของคนสนวนนอก วิถีชีวิตอีสานใต้ที่ไม่ได้มีดีแค่ผ้าไหมทอมือ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท