
มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี จัดโครงการมอบทุนอาหารกลางวันเพื่อโรงเรียนภาคเหนือ ปีการศึกษา 2560
บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ยึดถือและนำมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติตลอดมา กระทั่งได้จัดตั้ง "มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี" ขึ้น เพื่อช่วยเสริมสร้างโอกาสและความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนโดยเฉพาะผู้คนที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารตลอดระยะเวลากว่า 84 ปี
"ทุกคนควรมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม" ปณิธานของพระยาภิรมย์ภักดี นับเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ยึดถือและนำมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติตลอดมา กระทั่งได้จัดตั้ง "มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี" ขึ้น เพื่อช่วยเสริมสร้างโอกาสและความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนโดยเฉพาะผู้คนที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารตลอดระยะเวลากว่า 84 ปี
โดยมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีได้มีการริเริ่มและดำเนินโครงการต่างๆ ในทุกๆ ด้าน ซึ่งจะดำเนินกิจการเพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง และแก้ไขจากต้นเหตุของปัญหาอย่างครอบคลุมภายใต้ 4 พันธกิจหลัก คือ ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านการช่วยเหลือสังคม และด้านการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนับว่าเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดีขึ้นอย่างรอบด้าน
"โครงการมอบทุนอาหารกลางวันเพื่อโรงเรียนภาคเหนือ" อีกหนึ่งโครงการที่มูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีได้ดำเนินการมอบทุนให้แก่โรงเรียนต่างๆ รวมถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กครอบคลุมพื้นที่ 12 ตำบลในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดน่านมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 33 แล้ว โดยมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีมุ่งช่วยเหลือโรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และอาหารกลางวัน เพื่อต้องการให้เด็กๆ มีความกินดี อยู่ดี ซึ่งโครงการอาหารกลางวันนี้สามารถช่วยเด็กๆ ได้มากกว่า 8,400 คนจากโรงเรียนทั้งหมด 56 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 13 ล้านบาท ซึ่งโครงการมอบทุนอาหารกลางวันเพื่อโรงเรียนภาคเหนือ ปีการศึกษา 2560 ได้จัดพิธีมอบทุนไปแล้วเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย จ.เชียงราย โดยได้รับเกียรติจาก คุณรังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด พร้อมด้วย คุณพงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัดร่วมเป็นประธาน
ทั้งนี้ นอกจากการมอบทุนโครงการอาหารกลางวันแล้ว ทางสิงห์ปาร์ค เชียงราย ร่วมกับสิงห์อาสา ได้นำคณะครูจาก 56 โรงเรียนเข้าเยี่ยมแปลงสาธิตโครงการ "โรงเรียนเกษตรพอเพียง" ที่น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปรับใช้จนสามารถสร้างโครงการอาหารกลางวันที่ยั่งยืนได้ด้วยเงินเพียง 30,000 บาท ซึ่งโครงการนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงกับโรงเรียนในโครงการกว่า 70 โรงเรียน จนทำให้ได้รับรางวัล "Asia Responsible Entrepreneurship Awards" (AREA) สาขา "Social Empowerment" จากองค์การ "Enterprise Asia" เป็นโครงการที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชียอีกด้วย
"เราคิดว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนที่สุดควรเริ่มจากการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทางมูลนิธิฯ ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลเด็กๆ ให้มีความกินดี อยู่ดี โครงการอาหารกลางวันจึงเป็นโครงการที่สำคัญเพราะอาหารเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานที่ทำให้เด็กๆ มีอาหารรับประทานครบ 5 หมู่ และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ทางมูลนิธิฯ หวังว่าเงินจากโครงการนี้ จะถูกนำไปให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับเด็กๆ ในโรงเรียน นี่ไม่ได้เป็นโครงการเพื่อช่วยเหลือสังคมแต่มันคือโครงการที่พัฒนาสังคมได้จริงอย่างยั่งยืน" คุณรังสฤษดิ์กล่าวทิ้งท้าย
และนี่คือสิ่งที่มูลนิธิฯ ยังคงยืนหยัดที่จะทำสิ่งดีๆ เหล่านี้ และพร้อมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อมุ่งมั่นสร้างรากฐานที่ดีแก่ชุมชนสู่ความเข้มแข็งของประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป







