
ชื่นชมไทยยกเครื่อง "ธรรมาภิบาลภาครัฐ"
เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ
เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวภายหลังเปิดการประชุมหอการค้าประจำปี 2560 ว่า นับเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับการประกาศผลการจัดอันดับความสามารถการแข่งขันของประเทศจาก ของ IMD ประจำปี 2560 มีอันดับดีขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 27 จากอันดับ 28 ทั้งหมด 63 ประเทศทั่วโลก รวมถึงการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ ของธนาคารโลก ปี 2017 ก็เพิ่มขึ้น 3 อันดับ สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น และเสริมสร้างบรรยากาศในการลงทุนให้กับภาคเอกชน และชาวต่างชาติเข้ามาลงทุน และจัดตั้งการจดทะเบียนในไทย
"รัฐบาลชุดนี้มีบทบาทสำคัญมากในการเข้ามาอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ในส่วนของหอการค้าไทยพร้อมสนับสนุนนำความรู้ที่มีอยู่ ร่วมกับประธานหอการค้าทุกจังหวัดในการพัฒนาการค้าการลงทุน การเกษตรและอาหาร รวมถึงการท่องเที่ยวและการบริการ โดยทั้ง 3 เรื่องจะผลักดันให้เกิดผลตามแนวคิดกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคร่วมกับภาครัฐและเอกชนตามนโยบายของท่านนายกฯ"
นายนริศ สถาผลเดชา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี กล่าวว่า เมื่อภาครัฐผ่อนคลายกฎระเบียบและนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น การเปิดรับจดทะเบียนออนไลน์ รวมถึงกำลังแก้ไขกฎหมายการจดทะเบียนทำธุรกิจให้เหลือเพียงคนเดียว จะช่วยลดเวลาในการทำธุรกิจได้มาก ทำให้ขณะนี้ไทยแซงหน้าประเทศอื่นในภูมิภาคไปแล้ว เช่นเดียวกับภาคการค้าระหว่างประเทศ ก็ได้รับประโยชน์จากโครงการเนชันแนล ซิงเกิล วินโดว์ ทำให้กระบวนการศุลกากร นำเข้าส่งออกได้ง่ายขึ้นมาด้วย
นอกจากนี้ในภาคของธุรกิจการเงินก็ได้รับประโยชน์ จากการส่งเสริมให้เข้าถึงการใช้ข้อมูลเครดิตบูโรทำให้แบงก์วิเคราะห์ปล่อยสินเชื่อได้ง่าย และหากธุรกิจรายใดมีประวัติดีก็ยิ่งมีโอกาสได้รับสินเชื่อเพิ่มอีก เช่นเดียวกับการออกกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ ก็ยังช่วยแก้ปัญหาเอสเอ็มอีไม่เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพราะขาดหลักประกันได้ เพราะกฎหมายนี้ได้ช่วยปลดล็อกให้นำเงินสด สต๊อกสินค้า รวมถึงคำสั่งซื้อลูกค้า มาใช้เป็นหลักประกันขอกู้กับธนาคารได้เป็นมาตรฐานเดียวกับในยุโรปทีเดียว
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นักธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ มองว่า หลายปีที่ผ่านมาอันดับความยาก-ง่ายการทำธุรกิจของไทยไม่ค่อยดีนัก อันดับลดลงเรื่อย ๆ แต่ในทางกลับกันตั้งแต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์เข้ามาถือว่าผลงานกระเตื้องขึ้นมาก ภาคเอกชนก็รู้สึกพอใจ เพราะมีการแก้กฎหมายหลายฉบับ การปรับระบบการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจให้เร็วขึ้น ทำให้ช่วยต้นทุนต่างๆ ช่วยดึงดูดภาคธุรกิจเข้ามาจดทะเบียนได้เพิ่มขึ้นได้
"โดยเฉพาะการที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของภูมิภาคซีแอลเอ็มวี จำเป็นต้องปรับกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกในการเรื่องการค้า การลงทุน อย่างเช่น เรื่องการนำเข้าส่งออก พิธีศุลกากรตามด่านชายแดนก็ต้องทำให้เร็ว และหลังจากนี้เสนอว่าควรนำเครื่องจักรเทคโนโลยีมาทำงานแทนคนเพื่อช่วยให้งานรวดเร็ว เป็นระบบ ลดการใช้ดุลยพินิจจากเจ้าหน้าที่ซึ่งยังมีส่วนช่วยลดการทุจริตและการคอร์รัปชั่นได้ด้วย" นักธุรกิจรายนี้ ระบุ
เสียงสะท้อนข้างต้นแสดงให้เห็นว่า นโยบายของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ข้อ 11 เรื่องการส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาลและการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ จัดระบบอัตรากำลังและปรับปรุงค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐให้เหมาะสมและเป็นธรรม การลดต้นทุนดำเนินการของภาคธุรกิจเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน กับนานาประเทศ การรักษาบุคลากรภาครัฐที่มีประสิทธิภาพไว้ในระบบราชการได้รับการจัดวางระบบเพื่อนำพาประเทศมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้อย่างแท้จริง.







