posttoday
McQ ALEXANDER MCQUEEN

McQ ALEXANDER MCQUEEN

11 มีนาคม 2559

SPRING/SUMMER 2016

McQ ALEXANDER MCQUEEN SPRING/SUMMER 2016

ในคอลเลคชั่นนี้ McQ ได้พาเราเดินทางไปสู่บรรยากาศของ New York’s Post Punk ‘No Wave’ในช่วงปลายยุค70’s ปลุกความเป็น Mudd Club’s punks และ club kids ความทรงจำของคืนวันเก่าๆและเพิ่มความชัดเจนของปรัชญาแห่งแบรนด์ที่สร้างสรรค์งานเสื้อผ้าล้ำๆทว่าสอดคล้องกับแฟชั่นปัจจุบัน ด้วยการใช้ผ้าสมัยใหม่และเพิ่มความแข็งแกร่งในรายละเอียดอย่างซิปที่มัหัวซิปเป็นปุ่มรูปโดม ซึ่งเป็นแนวทางที่บ่งบอกถึงตัวตนของแบรนด์ MCQ อย่างชัดเจน

MCQ SS16 คือคอลเลคชั่นที่ได้แสดงถึงความหลากหลาย ทั้งโครงเสื้อที่เน้นความสั้นและคมเท่ หรือความยาวและความพลิ้วไหว เช่น กางเกง Palazzo Pants ผ้า Sheer Georgette นำมาขัดแย้งกับกางเกงฮอตแพนท์เอวสูง เป็นการจับคู่กันอย่างชาญฉลาดทำให้เกิดความเร้าใจแบบไม่แยแส

เสื้อเจอร์ซี่ตัวสั้นสะ ท้อนเรือนร่างอันสวยงามสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่กระตุ้นช่วงกลางยุค80’s และในทางกลับกันยังมีภาพแห่งอารมณ์รำลึกความหลังที่ควบคู่ไปกับแนวคิดหลักของคอลเลคชั่น ด้วยการใช้ลายพิมพ์ลายจุดบนผ้าไหม georgette และการใช้ลายพิมพ์ที่คล้ายๆกันในหลากหลายรูปทรงที่เป็นการล้อเล่นกับความห่างเหินและความยั่วยวนใจ

ความใส่ใจและความตั้งใจที่จะบ่งบอกถึงซิปสุดเจ๋งที่ทำหน้าที่เป็นมากกว่าแค่ซิปปิดเปิด เพราะตัวซิปทำหน้าที่ควบคุมวอลลุมของเนื้อผ้าซึ่งเน้นให้เกิดรูปทรง และหลายชิ้นงานในคอลเลคชั่นนี้มีการดีไซน์ให้เห็นการเดินด้ายอย่างชัดเจนเพื่อให้เห็นคุณค่าของขั้นตอนการตัดเย็บการแทนที่จะปกปิดไว้

รายละเอียดงานตกแต่งสุดปราณีตเพิ่มจิตวิญญาณแห่งความหรูหรางามสง่าให้กับทั้งคอลเลคชั่นด้วยการตกแต่งเพื่อเพิ่มความพลิ้วไหวให้กับกางเกงและกระโปรงด้วยด้วยชายครุยแบบ Rodeo อันซับซ้อน หมุดโลหะที่ตอกบนชุดช่วยทำหน้าที่เป็นโครงและเป็นเส้นกรอบให้กับเสื้อและเดรสบางเบาได้อย่างน่าค้นหา และงานถักนั้นให้ลุคที่ขัดแย้งกับ semi sheer fine guage ด้วยเทคนิคการตกแต่งชายขอบเสื้อผ้าในสีงาช้างและสีเขียว arsenic green

เหมือนเช่นเคยที่รูปแบบการตัดเย็บเป็นส่วนที่รวบรวมแต่ละพาร์ทของคอลเลคชั่นเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งเสื้อทูนิคแขนกุดทรงเนี๊ยบ ทักซิโดโอเวอร์ไซส์ และเทรนช์โค้ท ซึ่งสามารถเปลี่ยนรูปทรงได้ด้วยการใช้เข็มขัดและโซ่

ความขัดแย้งของความเซ็กซี่แบบยุค70’s งานtailorแบบไร้เพศและจิตวิญญาณแบบpost punk ได้สร้างสรรค์อุดมการณ์ที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ McQ ได้อย่างน่าที่ง

 

McQ ALEXANDER MCQUEEN

McQ ALEXANDER MCQUEEN SPRING/SUMMER 2016 MENSWEAR

SS16 ยังคงคอนเซ็ปท์ต่อเนื่องกับการเดินทางของ MCQ ผ่านวัฒนธรรมกลุ่มวัยรุ่นอังกฤษ โดยเน้นความสนใจกับสไตล์ที่ได้รับอิทธิพลจากยุคมอส, สกินเฮด และพังค์ แต่เพิ่มความนิ่มนวล และต้องการให้เห็นองค์ประกอบที่ชัดเจนขึ้นผ่านความโปร่งใส การเล่นเลเยอร์ และการเล่นแสง ซึ่งกลายมาเป็นคอนเซ็ปท์ของลายปริ้นท์ในซีซั่นนี้

โครงสร้างของเสื้อผ้าจะดูสบายๆและมีการปรับเปลี่ยน มีการใช้กระโปรงแบบสก็อต (Kilt Style) เข้ามา เพื่อสร้างโครงสร้างที่ดูอ่อนโยนในซีซั่นนี้ เสื้อผ้าแต่ละชิ้นจะถูกใส่แบบ Block Colours ไม่ว่าจะเป็น ลายปริ้นท์บนลายปริ้นท์ หรือสีดำกับสีดำคู่กัน โดยสีแดงจะเป็นสีที่นำมาตัดเพื่อเพิ่มความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

ส่วนที่เพิ่มเติมสำหรับ SS16 ก็คือ โลโก้สัญลักษณ์ของ MCQ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นและให้ความรู้สึกของรูปแบบงานศิลปะของยุค 80 และเสื้อผ้าออกแบบมาเป็นชุดโอเว่อร์ไซส์ และใส่ดีเทลเล็กๆ ของความเป็นกีฬาทำให้เกิดความรู้สึกของ ชุดยูนิฟอร์มของคนเมือง

เสื้อเป็นไอเท็มหลักของซีซั่นนี้ด้วยการออกแบบที่คลาสสิก ไม่ว่าจะเป็น Blouson เสื้อกันลม เสื้อโปโล เสื้อคอเต่า และเสื้อบอมเบอร์แจ็กเก็ต ทั้งหมดตัดโดยใช้ผ้าคอตต้อนลายตาราง แต่ก็เพิ่มความทันสมัยด้วยการเพิ่มดีเทลของเครื่องแต่งกายกีฬา พร้อมกับโลโก้เอกลักษณ์ของ MCQ

ลายพิมพ์ของซีซั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินจัดแสง และความสร้างสรรค์ที่มาจากสป็อตไลท์และเงา ซึ่งมีทั้งลายกราฟฟิค ลายพิมพ์ที่เป็นเส้นตรง ซึ่งให้ความรู้สึกที่ดูแล้วดูนุ่มนวลเหมือนหมู่ดอกไม้ ซึ่งสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความแข็งกับความอ่อนที่เป็นเอกลักษณ์ของ McQ ในส่วนของลายพิมพ์กราฟฟิคที่เป็นเส้นตรงนั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปินจัดแสงที่ชื่อว่า Denielle de Batte จึงออกมาเป็นเสื้อยืด เสื้อกีฬา และเสื้อเชิ้ตคอตต้อน แต่ยังเพิ่มความเป็นมินิมอลในสไตล์ McQ ด้วยการเล่นแสงเงาทับไปมาบนทั่วทั้งตัวเพื่อให้เกิดเป็นลวดลายกราฟฟิค โดยใส่ลงไปในเสื้อขนาดโอเวอร์ไซส์ที่ทาจากผ้าไหมพรม ในส่วนของลายพิมพ์ดอกไม้นั้น จะเป็น Abstract และ Monocrome ซึ่งเป็นไอเท็มที่โดดเด่นของคอลเล็กชั่นนี้

ในส่วนของเครื่องหนัง ถูกออกแบบให้มีความแข็งแรง ทนทาน แต่ก็ซ่อนด้วยความเรียบหรู โดยใส่ Kilt Style ลงไป ไม่ว่าจะเป็น Blouson shirts หรือ Classic Biker Jacket

เทคนิคลายเทป (Taping) ถูกนามาใช้อีกครั้งในซีซั่นนี้ โดยใช้เป็นดีเทลลงบนเสื้อสเวตเตอร์ ทำให้ McQ ออกมามีความเป็นสปอตเล็กๆ

โดยปกติรูปแบบการตัดเย็บนั้นคงไว้ซึ่งรูปแบบที่คลาสสิคแต่ในครั้งนี้ถูกเปลี่ยนไป เหลือไว้ซึ่งความนิ่มนวล ของรายละเอียดของชุดกีฬา ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายละเอียดของการจับกลีบเพื่อเพิ่มความเป็นสปอตลุคที่ดูเนี๊ยบมากขึ้น

รองเท้าก็เป็นไอเท็มสำคัญสาหรับซีซั่นนี้ ด้วยจุดเด่นของโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ Monocrome ที่ให้ความรู้สึกของความเป็นกราฟฟิคด้วยการเลือกใช้สีที่เข้มและเพิ่มความเงาด้วยสีเมทาลิค ในส่วนของซัมเมอร์ซีซั่นนี้ จะเน้นไปที่รองเท้าแตะ (Sandal)หลากหลายแบบ พื้นรองเท้าทำจากไม้ค็อก โลโก้สัญลักษณ์ของซีซั่นนี้ หมุด และเพิ่มการตกแต่งด้วยฮาร์ดแวร์ McQ ที่เป็นโลหะมันเงา มีการเพิ่มใหม่ในส่วนของรองเท้าบู้ททรงคลาสสิค “Espadrille Monkey Boot” นั้น เป็นแบบผูกเชือกและเสริมส้น มีการเล่นกับรองเท้า Espadrille โดยทำจากยางแกะสลักสัญลักษณ์ McQ ในซีซั่นนี้ ขณะที่รองเท้า Emil Derby นั้น เพิ่มความโมเดิร์นมากขึ้นด้วยการออกแบบความมนของหัวรองเท้าเพื่อรองรับรูปทรงเท้าให้ดียิ่งขึ้นเหมือนกับรุ่น Teddy Boy Creeper ส่วนรองเท้าบู้ทสั้นในซัมเมอร์นี้ ทำจากหนังที่มีความนิ่ม ซึ่งจะต่างจาก Lace-up Derby Boot ด้วยการเพิ่ม Contrast ด้วยสายรัดลายกราฟฟิคสีขาวด้านหลัง และตกแต่งฮาร์ดแวร์ด้วยโลโก้ McQ และหมุดบนรองเท้า Chris Slip-On

ขณะที่กระเป๋ามีตั้งแต่กระเป๋าเป้แบคแพคไปจนถึงกระเป๋าที่เพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น “Tote Backpack” และ “Fold Over Backpack” โดยรูปแบบของกระเป๋าจะเป็นลายพิมพ์ดอกไม้ลงบนวัสดุไนล่อน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า Deboss ที่ออกแบบด้วยการใส่ลายกราฟฟิค หูจับทาจากหนังที่เป็นสีแดง และวัสดุทาจากไนล่อนสี Pitch blue พร้อมด้วย oversize โลโก้ที่ทำจากยาง หรือจะเป็น “Oracle backpack” ที่เพิ่มการปักหมุด ที่ตัวกระเป๋ามีน้ำหนักเบาและเพิ่มการสกรีน oversize โลโก้สีขาวลงบนพื้นผิวไนล่อน กระเป๋ารุ่นใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาของซีซั่นนี้จะมีความเป็น Multi-Functional ไม่ว่าจะเป็น Tote Backpack, Fold Over Backpack, และ Messenger Bag อีก 2 รุ่น

ส่วนเข็มขัดถูกออกแบบมาโดยใช้ลูกเล่นของ Color Pop ให้สีสันที่สดใส ไม่ว่าจะเป็น Pitch Blue คู่กับ New Red หรือ Tipping Black, Asphalt Grey และ White Polished ส่วนของวัสดุนั้นทาจากหนังลูกวัว ขณะที่หัวเข็มขัดทามาจากโลหะสีดำสนิท

ในส่วนของสีที่ใช้ในคอลเลคชั่นนี้จะเป็นสีหลักๆ เช่น ดา ขาว และ midnight navy ตัดกับสีแดง และเหลือง ซึ่งเป็นสีไฮไลท์สำหรับ Pop Colour ส่วน Tonal Greys จะถูกใช้เป็นสีพื้น

สไตล์ต่างๆ จะถูกตั้งชื่อจากนักร้องที่มีชื่อเสียงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อแสดงถึงการเชื่อมต่อของวัฒนธรรมทางดนตรี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท