
เทสโก้ โลตัส ยกระดับศูนย์การค้าเพื่อครองใจครอบครัว เดินหน้าลงทุนขยายพื้นที่และจับมือแบรนด์ดังระดับโลก
ในปีนี้ เทสโก้ โลตัส ได้ลงทุนงบประมาณ 800 ล้านบาทในการร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เพิ่มพื้นที่ศูนย์การค้า และปรับปรุงศูนย์การค้าที่มีอยู่
•
งบลงทุนประมาณ 800 ล้านบาทในปี 2558 เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้า
•
ปัจจุบันเทสโก้ โลตัส บริหารพื้นที่ศูนย์การค้ารวมทั้งหมด 731,000 ตารางเมตร และเป็นผู้บริหารศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศไทย
•
การเติบโตของพื้นที่ศูนย์การค้าประมาณ 7% ในปี 2558
26 ตุลาคม 2558 - เทสโก้ โลตัส เดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในฐานะศูนย์การค้าสำหรับกลุ่มลูกค้าครอบครัวโดยทุ่มงบลงทุนจำนวน 800 ล้านบาทในปีนี้เพื่อยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้าภายในศูนย์การค้าของเทสโก้ โลตัส ให้ดียิ่งขึ้น และยังเพิ่มพื้นที่ศูนย์การค้าอีก 46,000 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มทางเลือกร้านค้าและบริการต่างๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมาชิกทุกคนในครอบครัว พร้อมแนะนำผู้เช่าซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ที่ยังไม่เคยเข้ามาเปิดให้บริการในประเทศไทยมาก่อน
คุณแมทธิว สไควร์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศูนย์การค้า เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “ปัจจุบัน เทสโก้ โลตัส บริหารพื้นที่ศูนย์การค้ารวมทั้งหมดประมาณ 731,000 ตารางเมตรภายในบริเวณร้านเทสโก้ โลตัสเกือบทั้ง 1,800 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งทำให้เทสโก้ โลตัส เป็นผู้บริหารศูนย์การค้าที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย ธุรกิจศูนย์การค้าของเทสโก้ โลตัส เป็นหนึ่งในธุรกิจที่สำคัญและสร้างรายได้ให้กับเทสโก้ โลตัส เป็นจำนวนมาก เรามีประสบการณ์ในการบริหารพื้นที่ศูนย์การค้ามายาวนานกว่า 21 ปี โดยที่ตลอดเวลา เราไม่เคยหยุดยั้งที่จะมองหาวิธีใหม่ๆ ที่จะปรับปรุงและพัฒนาประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปเสมอ ซึ่งเราพบว่า นอกจากการช้อปปิ้งสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว สิ่งที่ลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มครอบครัวต้องการ ก็คือเดสทิเนชั่นที่สามารถจับจ่ายซื้อของประเภทอื่นๆ ได้ด้วยและเป็นที่ๆ สามารถรับประทานอาหารร่วมกันกับครอบครัว”
ปัจจุบัน เทสโก้ โลตัส บริหารพื้นที่ศูนย์การค้าในร้านค้าของเทสโก้ โลตัสทุกรูปแบบ ตั้งแต่ร้านค้าแบบเอ็กซ์เพรสที่บางแห่งมีร้านกาแฟขนาดเล็กเช่าพื้นที่ให้บริการลูกค้าและผู้เช่ารายย่อยประเภทอื่นๆ จนไปถึงสาขาที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ซึ่งสามารถให้ร้านค้าต่างๆ เช่าพื้นที่ได้ และพลัส มอลล์ ซึ่งมีร้านค้าให้เลือกสรรค์ครบวงจร รวมไปถึงร้านอาหารประเภทต่างๆ โรงหนัง สนามเด็กเล่น และสวนน้ำ
“เราทำงานร่วมกับผู้เช่าหลากหลายทุกประเภท ตั้งแต่แบรนด์ดังระดับโลกไปจนถึงธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งเป็นการทำให้ลูกค้าของเทสโก้ โลตัส สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างแท้จริง ในปัจจุบันเราร่วมมือกับแบรนด์กว่า 2,000 แบรนด์ที่มีร้านค้ามากกว่า 8,500 ร้านในเทสโก้ โลตัสทั่วประเทศ เราพยายามอย่างต่อเนื่องในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ เทสโก้ โลตัส มีความยินดีที่ได้นำแบรนด์ดังระดับโลกที่ยังไม่เคยเข้ามาให้บริการให้ประเทศไทยมาก่อน โดยหนึ่งในแบรนด์นั้นคือ ดีแคธลอน ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องกีฬาประเภทต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก โดยดีแคธลอน จะเปิดร้าน 5 สาขาที่เทสโก้ โลตัส ในปีนี้ ปัจจุบันดีแคธลอนมีร้านค้าทั้งหมด 850 สาขาใน 22 ประเทศทั่วโลก อีกแบรนด์หนึ่งคือจาโตมิ ฟิตเนส ซึ่งเป็นฟิตเนสคลับจากประเทศโปแลนด์ที่มี 70 สาขาทั่วโลก โดยจาโตมิ ฟิตเนส เป็นพันธมิตรของเทสโก้ ในประเทศอื่นๆ อยู่แล้ว โดยเมื่อเร็วๆ นี้ จาโตมิ ฟิตเนส เพิ่งเปิดสาขาแฟลกชิปที่เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์ตร้า พระราม 4 โดยทั้งสองพันธมิตรช่วยเติมเต็มในส่วนของสินค้าและบริการในด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย ในยุคสมัยที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งในด้านการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกาย” คุณแมทธิวกล่าว
“หนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจศูนย์การค้าของเทสโก้ โลตัส คือการเพิ่มพื้นที่ให้เช่า โดยในปีนี้ จำนวนพื้นที่ศูนย์การค้าในเทสโก้ โลตัส ก็ได้เพิ่มตามการจำนวนสาขาใหม่ที่เปิดซึ่งรวมไปถึงร้านขนาดใหญ่ที่เปิด 5 สาขาในปีนี้ นอกเหนือจากนั้นแล้ว เรายังได้ปรับเปลี่ยนการจัดพื้นที่ในไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้งหมด 16 สาขา ซึ่งทำให้เรามีพื้นที่บริเวณศูนย์การค้าเพิ่มขึ้นและสามารถให้ผู้เช่าสามารถเปิดร้านและให้บริการที่สะดวกสบายกับลูกค้าเพิ่มเติมจากเดิมได้อีก โดยรวมถึงแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ และอินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอลล์ โดยสรุปแล้ว เทสโก้ โลตัส ได้เพิ่มพื้นที่ศูนย์การค้าในปีนี้ 46,000 ตารางเมตร ซึ่งนับเป็นการเติบโตประมาณ 7% จากพื้นที่ในปีที่แล้ว”
“ในปีนี้ เทสโก้ โลตัส ได้ลงทุนงบประมาณ 800 ล้านบาทในการร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เพิ่มพื้นที่ศูนย์การค้า และปรับปรุงศูนย์การค้าที่มีอยู่ อย่างเช่นการปรับปรุงพื้นที่บริเวณฟู้ดคอร์ท เพื่อให้ทันสมัย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกตามไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน โดยทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เราสามารถรักษาตำแหน่งศูนย์การค้าซึ่งเป็นที่โปรดปรานของครอบครัวทั่วประเทศไทยได้ต่อไป” คุณแมทธิวกล่าวสรุป







