posttoday
บลจ.ฟินันซ่าเปิดขายกองทุนตราสารหนี้ 3 เดือน และ กองทุนตราสารหนี้ 6 เดือน

บลจ.ฟินันซ่าเปิดขายกองทุนตราสารหนี้ 3 เดือน และ กองทุนตราสารหนี้ 6 เดือน

27 มกราคม 2558

กองทุนตราสารหนี้ 3 เดือน อัตราผลตอบแทนโดยประมาณ 2.65% ต่อปี และ กองทุนตราสารหนี้ 6 เดือน อัตราผลตอบแทนโดยประมาณ 2.75% ต่อปี

บลจ.ฟินันซ่าเปิดขายกองทุนตราสารหนี้ 3 เดือน อัตราผลตอบแทนโดยประมาณ 2.65% ต่อปี และ กองทุนตราสารหนี้ 6 เดือน อัตราผลตอบแทนโดยประมาณ 2.75% ต่อปี

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฟินันซ่า จำกัด (บลจ.ฟินันซ่า) เสนอกองทุนตราสารหนี้ 3 เดือน อัตราผลตอบแทนโดยประมาณ 2.65% ต่อปี และ กองทุนตราสารหนี้ 6 เดือน อัตราผลตอบแทนโดยประมาณ 2.75% ต่อปี
“บลจ.ฟินันซ่า ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องแต่ยังขยายตัวในระดับต่ำ โดยแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมีความล่าช้า เนื่องจากต้องใช้เวลาในการศึกษาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนในโครงการดังกล่าว สำหรับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต่ำ หากเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อยังคงขยายตัวในระดับต่ำเช่นนี้อาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในระยะถัดไป ด้านปัจจัยภายนอกประเทศ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกทั้งในยุโรป จีน ญี่ปุ่น และรัสเซีย แม้ว่าธนาคารกลางต่าง ๆ จะมีการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็ตามแต่อาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่งจึงจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน อีกทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 2558 และ 2559 ลงมา ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยที่กดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงในระดับต่ำและอัตราผลตอบแทนที่ดีจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ”
บลจ.ฟินันซ่า จึงออกเสนอขายกองทุนตราสารหนี้ 3 เดือน ชื่อกองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้พลัสโรลโอเวอร์ 3เดือน1 (FAM FIPR3M1) โดยมีอัตราผลตอบแทนโดยประมาณ 2.65% ต่อปี ซึ่งเป็นกองทุนที่โรลโอเวอร์มาจากการขายกองทุนก่อนหน้านี้ และ กองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้พลัสโรลโอเวอร์ 6เดือน4 (FAM FIPR6M4) โดยมีอัตราผลตอบแทนโดยประมาณ 2.75% ต่อปี เปิดเสนอขายระหว่างวันที่ 26 ม.ค. – 2 ก.พ. 2558 ซึ่ง เป็นกองทุนที่โรลโอเวอร์มาจากการขายกองทุนก่อนหน้านี้ เป็นกองทุน Specific fund ทั้งนี้กองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงด้านการแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
โดยกองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้พลัสโรลโอเวอร์ 3เดือน1 (FAM FIPR3M1) และ กองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้พลัสโรลโอเวอร์ 6เดือน4 (FAM FIPR6M4) จะพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงินและ/หรือ เงินฝากของภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ เงินฝากธนาคารต่างประเทศสกุลเงิน USD, CNY, HKD, EUR, JPY กับธนาคาร BOC (Macau), Standard Chartered Bank (Hong Kong), ธนาคาร CIMB Niaga (Indonesia), ตั๋วเงินหรือเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ, ตั๋วแลกเงิน บมจ. ดั๊บเบิ้ล เอ(1991) (BBB), ตั๋วแลกเงิน บมจ.เอเซียเสริมกิจ ลีสซิ่ง(BBB+), ตั๋วแลกเงิน บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง (BBB+) หรือตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ BBB ขึ้นไป, ตั๋วเงินคลัง หรือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น

FAM FIPR3M1
สำหรับรอบการลงทุนของการสั่งซื้อหน่วยลงทุนครั้งที่ 11
อัตราผลตอบแทนโดยประมาณเท่ากับ 2.65% ต่อปี ซึ่งคำนวณจากการลงทุน สำหรับรอบระยะเวลาประมาณ 3 เดือน

บลจ.ฟินันซ่าเปิดขายกองทุนตราสารหนี้ 3 เดือน และ กองทุนตราสารหนี้ 6 เดือน

หมายเหตุ:
* โดยอัตราผลตอบแทนที่เสนอโดยผู้ออกตราสารและมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน USD, CNY, HKD, EUR, JPY เป็นเงินบาทแล้ว (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มกราคม 2558)
** เงินฝากธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ตั๋วเงิน หรือ หุ้นกู้ ธนาคารเกียรตินาคิน, ธนาคารไอซีบีซี(ไทย), ธนาคารทิสโก้,ธนาคารทหารไทย,ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย,ธนาคารกรุงไทย,บมจ.ทุนธนชาต,ธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์ ,บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (AA-) เป็นต้น (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มกราคม 2558) / ***ตั๋วแลกเงินหรือหุ้นกู้ เช่น หุ้นกู้ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา, บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (BBB+), บมจ. โตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น (BBB+), บล.โนมูระ พัฒนสิน (AA-), บมจ.โตโยต้า ลีสซิ่ง (AAA), บมจ. ราชธานีลิสซิ่ง (BBB+), บมจ. บัตรกรุงไทย (BBB+), บมจ. เอเซียเสริมกิจลิสซิ่ง (BBB+), บมจ. แสนสิริ (BBB+), บมจ. เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (BBB+), บมจ. มั่นคงเคหะการ (BBB+), บมจ. ถิรไทย (BBB+), บมจ. ช การช่าง (BBB+), บมจ. แลนด์ แอนด์เฮ้าส์ (A+), บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) (A-), บมจ. ศุภาลัย (A), บมจ. ภัทรลีสซิ่ง (A-),บมจ. ควอลิตี้เฮ้าส์ (A-), บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (BBB+), บมจ. อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ลิส (AA-), บมจ. พฤกษา เรียลเอสเตท (A), บจ. กรุงไทยธุรกิจลิสซิ่ง (AA-), บจ. บีเอสแอล ลีสซิ่ง (BBB), บมจ.อีซี่ บาย(A-) ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)
- หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือผลการประมูลของตราสารไม่เป็นไปตามที่กำหนด ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้
- ทั้งนี้ ตราสารที่ลงทุน สัดส่วนการลงทุน และประมาณการค่าใช้จ่าย อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ หากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร
- กองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
- กองทุนจะถือทรัพย์สินที่ลงทุนตลอดรอบการลงทุนแต่ละรอบ 3 เดือนโดยประมาณ
หากผู้ถือหน่วยไม่ส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนมาภายในวันและเวลาที่กำหนดในการเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการจะถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนประสงค์ที่จะลงทุนต่อไปในรอบการลงทุนถัดไป
บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงตราสารที่ลงทุน สัดส่วนการลงทุนและประมาณการค่าใช้จ่าย สำหรับการลงทุนในแต่ละรอบทุก 3 เดือนโดยประมาณ โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขโครงการ โดยจะแจ้งรายละเอียดการลงทุนดังกล่าว ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปและหรือเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ ให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้า

สำหรับรอบการลงทุนของการสั่งซื้อหน่วยลงทุนครั้งที่ 5
อัตราผลตอบแทนโดยประมาณเท่ากับ 2.75% ต่อปี ซึ่งคำนวณจากการลงทุน สำหรับรอบระยะเวลาประมาณ 6 เดือน

บลจ.ฟินันซ่าเปิดขายกองทุนตราสารหนี้ 3 เดือน และ กองทุนตราสารหนี้ 6 เดือน

หมายเหตุ:
* โดยอัตราผลตอบแทนที่เสนอโดยผู้ออกตราสารและมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน USD, CNY, HKD, EUR, JPY เป็นเงินบาทแล้ว (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มกราคม 2558)
** เงินฝากธนาคารออมสิน หรือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ตั๋วเงิน หรือ หุ้นกู้ ธนาคารเกียรตินาคิน, ธนาคารไอซีบีซี(ไทย), ธนาคารทิสโก้, ธนาคารทหารไทย, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, ธนาคารกรุงไทย, บมจ.ทุนธนชาต, ธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์, บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย(AA-) เป็นต้น (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มกราคม 2558)
*** ตั๋วแลกเงินหรือหุ้นกู้ เช่น หุ้นกู้ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา, บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (BBB+), บมจ. โตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น (BBB+), บล.โนมูระ พัฒนสิน (AA-), บมจ.โตโยต้า ลีสซิ่ง (AAA), บมจ. ราชธานีลิสซิ่ง (BBB+), บมจ. บัตรกรุงไทย (BBB+), บมจ. เอเซียเสริมกิจลิสซิ่ง (BBB+), บมจ. แสนสิริ (BBB+), บมจ. เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (BBB+), บมจ. มั่นคงเคหะการ (BBB+), บมจ. ถิรไทย (BBB+), บมจ. ช การช่าง (BBB+), บมจ. แลนด์ แอนด์เฮ้าส์ (A+), บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) (A+), บมจ. ศุภาลัย (A), บมจ. ภัทรลีสซิ่ง (A-),บมจ. ควอลิตี้เฮ้าส์ (A-), บมจ. สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (BBB+), บมจ. อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ลิส (AA-), บมจ. พฤกษา เรียลเอสเตท (A), บจ. กรุงไทยธุรกิจลิสซิ่ง (AA-), บจ. บีเอสแอล ลีสซิ่ง (BBB), บมจ.อีซี่ บาย(A-) ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)
- หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือผลการประมูลของตราสารไม่เป็นไปตามที่กำหนด ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้
- ทั้งนี้ ตราสารที่ลงทุน สัดส่วนการลงทุน และประมาณการค่าใช้จ่าย อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ หากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควร
- กองทุนมีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
- กองทุนจะถือทรัพย์สินที่ลงทุนตลอดรอบการลงทุนแต่ละรอบ 6 เดือนโดยประมาณ หากผู้ถือหน่วยไม่ส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนมาภายในวันและเวลาที่กำหนดในการเปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการจะถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนประสงค์ที่จะลงทุนต่อไปในรอบการลงทุนถัดไป
บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงตราสารที่ลงทุน สัดส่วนการลงทุนและประมาณการค่าใช้จ่าย สำหรับการลงทุนในแต่ละรอบทุก 6 เดือนโดยประมาณ โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขโครงการ โดยจะแจ้งรายละเอียดการลงทุนดังกล่าว ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปและหรือเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ ให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้า โดยผู้ลงทุนสามารถลงทุนขั้นต่ำเพียง 2,000 บาท ซึ่งหากนักลงทุนสนใจ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-352-4050 อัตราผลตอบแทนสามารถดูได้จากเอกสารแนบ
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย