posttoday
สหรัฐฯสั่งระงับขายหลอดไส้รุ่นเก่า เปลี่ยนใช้หลอดแอลอีดี 100% ภายในปี 2023

สหรัฐฯสั่งระงับขายหลอดไส้รุ่นเก่า เปลี่ยนใช้หลอดแอลอีดี 100% ภายในปี 2023

03 กุมภาพันธ์ 2566

สหรัฐฯ จริงจังกับการยกเลิกการใช้งานหลอดไส้รุ่นเก่า (อินแคนเดสเซนต์) อย่างเด็ดขาด แทนที่ด้วยหลอดแอลอีดี (LED) ภายในปี 2023 ภายใต้กฎหมายใหม่ยุค ปธน. โจ ไบเดน ให้เวลาภาคธุรกิจภายใน 75 วัน ในการยกเลิกการใช้หลอดไส้ที่สิ้นเปลืองและล้าสมัย มาใช้หลอดแอลอีดีประหยัดพลังงาน

สหรัฐฯสั่งระงับขายหลอดไส้รุ่นเก่า เปลี่ยนใช้หลอดแอลอีดี 100% ภายในปี 2023

ตามประกาศจากกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ระบุว่า กฎหมายที่มีผลบังคับใช้อย่างเด็ดขาดในปี 2023 ประกอบด้วย 2 มาตรการหลัก คือ การยกเลิกการใช้หลอดไส้รุ่นเก่าโดยสิ้นเชิง และเพื่อเป็นการพัฒนาด้านประสิทธิภาพของหลอดไฟให้สูงขึ้นกว่าเดิม หลอดแอลอีดีที่ผลิตใหม่นั้น จำเป็นต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานค่าความสว่างต่อวัตต์ จากเดิมที่ 45 ลูเมน/วัตต์ ขยับขึ้นมาเป็น 120 ลูเมน/วัตต์ โดยหลอดไฟที่ไม่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าว ต้องถูกห้ามจำหน่ายและทำลายทิ้ง กระทรวงพลังงานสหรัฐฯคาดการณ์ว่า กฎหมายใหม่นี้จะสามารถช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 131ล้านตันต่อปี และลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้กว่า 903,000 ตัน ภายใน 30 ปีข้างหน้า เทียบเท่ากับสัดส่วนปริมาณการใช้ไฟฟ้าของภาคครัวเรือนสหรัฐฯ 29 ล้านครอบครัวต่อปี (CNN, 2022)

สำหรับสถานการณ์การใช้หลอดไฟแอลอีดี (LED) ในประเทศไทย การศึกษา (อ้างอิงจากผลวิจัยปริญญาระดับดุษฎีบัณฑิตของ Apipuchayakul, 2020) ระบุว่า หากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจหันมาเปลี่ยนมาใช้หลอดแอลอีดีเพียงแค่ 50% ของการใช้งานทั้งหมด ประเทศไทยจะลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากถึง 40,950 ล้านบาทต่อปี เทียบเท่าเป็น 29.4% ของการบริโภคพลังงานในด้านแสงสว่างของทั้งประเทศ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางสถิติในปี 2015 ระบุว่า สัดส่วนการใช้หลอดแอลอีดีทั้งในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเป็นแค่ 20% ของจำนวนการใช้งานหลอดไฟทั้งหมด ขณะที่นโยบายรณรงค์หรือส่งเสริมการใช้หลอดแอลอีดีเพื่อลดการใช้พลังงานมีการขับเคลื่อนในเฉพาะภาครัฐและภาคองค์กรขนาดใหญ่ ดังนั้น การส่งเสริมนโยบายอนุรักษ์พลังงานในภาคครัวเรือน เช่น การเปลี่ยนหลอดไฟในบ้านเป็นหลอดแอลอีดี จึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อประเทศไทยในการก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

สหรัฐฯสั่งระงับขายหลอดไส้รุ่นเก่า เปลี่ยนใช้หลอดแอลอีดี 100% ภายในปี 2023

ผลการศึกษาเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคต่อหลอดไฟแอลอีดี (Apipuchayakul &Vassanadumrongdee, 2020) พบว่า ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ/ใช้หลอดไฟแอลอีดี คือ ทัศนคติด้านสิ่งแวดล้อม (green attitudes) โดยมีปัจจัยที่รองลงมา คือ ความรู้และการเข้าถึงข้อมูลของประโยชน์ของหลอดไฟแอลอีดีที่โดดเด่นกว่าหลอดชนิดอื่น นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังพบข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น สมาชิกในบ้านที่เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้ารายเดือน มีแนวโน้มที่จะตัดสินใจหันมาใช้หลอดแอลอีดี มากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับผิดชอบเรื่องค่าไฟฟ้าอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเหตุผลสนับสนุนในผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นไปได้ว่า ผู้ที่รับผิดชอบค่าไฟฟ้าในบ้านเป็นผู้ประสบพบเจอกับค่าใช้จ่ายรายเดือนที่สูงขึ้น ทำให้ต้องหาวิธีการในการลดค่าใช้จ่ายภายในบ้านมากที่สุด ซึ่งการเปลี่ยนหลอดไฟที่บ้านให้เป็นชนิดประหยัดพลังงาน ก็นับเป็นวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในบ้านได้อย่างดี

อย่างไรก็ตาม Apipuchayakul & Vassanadumrongdee (2020) ได้ทำการสำรวจถึงอุปสรรคในด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคว่า ปัจจัยใดเป็นสาเหตุหลักที่ผู้บริโภคไม่ได้เลือกใช้หลอดไฟแอลอีดี

หนึ่งในสาเหตุหลักคือ การที่ผู้บริโภคยังยึดติดกับพฤติกรรมเดิม ๆ เช่น เมื่อหลอดไฟเสีย ก็จะหาซื้อหลอดไฟชนิดเดิม, รูปทรงเดิม, และขนาดเท่าเดิมกับตัวที่เสีย หรืออาจจะพอใจกับหลอดชนิดเดิมที่ติดมากับตัวบ้าน นอกจากนี้ ผู้วิจัยยังพบว่า การรับรู้ด้านราคาของผู้บริโภค (consumer perception of price) ก็เป็นหนึ่งในอุปสรรคต่อการให้คนหันมาเลือกใช้หลอดแอลอีดีเช่นกัน งานวิจัยพบว่า ผู้บริโภคบางส่วนมีความเชื่อที่ว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีที่สูงในด้านการประหยัดพลังงาน มักมีราคาที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์ทั่วไป จึงมองไม่เห็นความจำเป็นที่จะยอมจ่ายราคาที่แพงกว่า เพื่อเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า เช่น หลอดไฟแอลอีดี ถึงแม้ว่า ณ ปัจจุบัน ราคาหลอดไฟแอลอีดี มีราคาต่ำลงเกือบใกล้เคียงกับหลอดไส้หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์แล้วก็ตาม

สหรัฐฯสั่งระงับขายหลอดไส้รุ่นเก่า เปลี่ยนใช้หลอดแอลอีดี 100% ภายในปี 2023

เป็นที่ทราบกันดีว่าหลอดไฟแอลอีดีเป็นทางเลือกที่ดีกว่าหลอดไฟชนิดอื่นในด้านการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คุณสมบัติในด้านเทคโนโลยีของหลอดแอลอีดีช่วยให้หลอดไฟมีอายุการใช้งานนานกว่า 3-5 เท่าเมื่อเทียบกับหลอดฟลูออเรสเซนต์ และมากถึง 30 เท่าเมื่อเทียบกับหลอดไส้รุ่นเก่า ทั้งนี้ หลอดไฟแอลอีดียังไม่ปล่อยความร้อนจากการใช้งาน ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เช่น เครื่องปรับอากาศ ไม่ต้องทำงานหนัก และที่สำคัญ ควรเลือกหลอดไฟแอลอีดีที่มีมาตรฐานประหยัดไฟเบอร์ 5 เพื่อรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้งาน

 

ผู้เขียน : ดร. ณัทกฤช อภิภูชยะกุล นักวิจัยอิสระ          

 

ที่มาของข้อมูล :

• https://edition.cnn.com/2022/12/19/politics/led-cfl-light-bulb-rule-biden-climate/index.html

• Apipuchayakul, N.; Vassanadumrongdee, S. Factors Affecting the Consumption of Energy-Efficient Lighting Products: Exploring Purchase Behaviors of Thai Consumers. Sustainability 2020, 12, 4887. https://doi.org/10.3390/su12124887

• https://www.aarp.org/home-family/your-home/info-2022/incandescent-light-bulbs.html

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท