posttoday
ความฝัน 100 ปีของเทสล่า ระบบไฟฟ้าไร้สายกำลังจะกลายเป็นจริง

ความฝัน 100 ปีของเทสล่า ระบบไฟฟ้าไร้สายกำลังจะกลายเป็นจริง

22 ธันวาคม 2565

ยินดีต้อนรับสู่ยุคของไฟฟ้าไร้สาย หรือ Wireless Electricity ในศตวรรษที่ 21 เมื่อความฝันและวิสัยทัศน์อายุ 100 ปีของนิโคลา เทสลา (Nikola Tesla) กำลังจะกลายเป็นความจริงบนโลกของเรา


ความฝัน 100 ปีของเทสล่า ระบบไฟฟ้าไร้สายกำลังจะกลายเป็นจริง

ในโลกไร้สายแสนไวเลสของเราทุกวันนี้ แม้อะไรๆ จะสะดวกสบายไร้สายรกรุงรังไปเยอะ แต่สายไฟก็ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการย้ายไฟฟ้าจากจุด A ไปยังจุด B ที่สำคัญสายไฟมักจะถูกกว่าและง่ายกว่าเสมอ อย่างน้อยก็ในมุมมองทางเทคนิค แต่ก็มีบางกรณีที่สายไฟอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป

พลังงานแสงอาทิตย์จากอวกาศ ที่สามารถนำมาใช้ในการถ่ายโอนหรือส่งพลังงานแบบไร้สาย คือสิ่งที่ European Space Agency และ Airbus ให้ความสนใจอยู่ในเวลานี้ ทั้งสององค์กรต่างเห็นตรงกันว่า ต่อไปพลังงานแสงอาทิตย์จากอวกาศจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต เป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งคู่จึงร่วมมือกับ Emrod สตาร์ทอัพในนิวซีแลนด์เพื่อทำการทดลองระบบถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สายในมิวนิค ประเทศเยอรมนีไปเมื่อไม่นานมานี้ และครั้งล่าสุดกับการทดลองส่งพลังงานไฟฟ้าไร้สายครั้งแรกที่นิวซีแลนด์

คงไม่ไกลเกินจริงอีกต่อไป ที่ไฟฟ้าจะกลายเป็นพลังงานที่ทุกคนในโลกสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร แสนไกล หรือว่าชายขอบเพียงใดก็ตาม

ความฝัน 100 ปีของเทสล่า ระบบไฟฟ้าไร้สายกำลังจะกลายเป็นจริง

การถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สายคืออะไร?

การถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สายมีความคล้ายคลึงกับการถ่ายโอนข้อมูลแบบไร้สาย ก็คือต้องมีเสาอากาศสองอัน อันหนึ่งส่งและอีกอันหนึ่งรับ เมื่อสิ้นสุดการส่ง พลังงานจะถูกแปลงเป็นไมโครเวฟที่ความถี่ 5.8 GHz เช่นเดียวกับ WiFi ความถี่สูง ที่ปลายทางด้านรับ จากนั้นตัวรับสัญญาณที่มีชื่อว่า เรคเทนนา (Rectenna) จะรวบรวมและแปลงสัญญาณไมโครเวฟเป็นไฟฟ้ากระแสตรงและนำไปใช้งาน

แต่ ‘Emrod’ บอกว่า ความท้าทายที่แท้จริงในเรื่องนี้ กลับกลายเป็นเรื่องของการสร้างความมั่นใจว่า มันเป็นวิธีที่ปลอดภัย และการให้ความรู้ความเข้าใจแก่สาธารณชน เพราะเมื่อพูดถึงลำแสงอะไรสักอย่างแล้ว ผู้คนมักจะคิดว่ามันอันตราย แต่พวกเขายืนยันว่า เทคโนโลยีนี้ปลอดภัย อย่างแรกคือการสร้างความเข้าใจให้คนทั่วไปรับรู้ว่า จุดการส่งและรับพลังงานระหว่างสองจุดนี้จะไม่สัมผัสสิ่งใดนอกจากอากาศ ถึงแม้ว่าจะมีนกบินผ่าน ลำแสงนี้ก็จะไม่เจาะผ่านใด ๆ

การสาธิตครั้งนี้แสดงให้เห็นไฟฟ้า 550 วัตต์ที่ส่งจากปลายด้านหนึ่งของคลังสินค้าแอร์บัสไปยังอีกที่หนึ่ง เป็นระยะทาง 36 เมตร (128 ฟุต) ระหว่างระยะทางนั้นมีพลังงาน 95% ที่ส่งมาจากเสาอากาศส่งไปยังเสาอากาศรับสัญญาณที่อยู่อีกด้านหนึ่ง และมีพลังงานที่สามารถนำมาใเพียงประมาณ 36% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการสาธิตมุ่งเน้นไปที่การรวบรวมลำแสง

คำตอบอยู่ที่ Natalie Robinson หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Emrod ที่บอกกับ TechCrunch ว่าระบบจะสูญเสียพลังงานจำนวนหนึ่งในการเปลี่ยนจากไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไมโครเวฟ จากนั้นเปลี่ยนจากไมโครเวฟกลับไปเป็นไฟฟ้ากระแสตรงอีกครั้ง เธอเสริมว่า Emrod คาดว่าประสิทธิภาพของระบบจะเพิ่มขึ้นแบบครบวงจรถึง 60% ในปีหน้า และเป้าหมายในระยะยาวคือ 85% หรือสูงกว่านั้น 

ความฝัน 100 ปีของเทสล่า ระบบไฟฟ้าไร้สายกำลังจะกลายเป็นจริง

ล่าสุดกระแสไฟฟ้าที่ส่งไปทั่วโกดังของแอร์บัสลงเอยที่การจ่ายไฟให้กับเครื่องอิเล็กโทรไลเซอร์และตู้แช่เบียร์ อย่างไรก็ตาม การสาธิตของ Emrod เป็นการพัฒนาที่ไปไกลกว่าความสามารถก่อนหน้านี้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพราะตอนนั้นอุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อพลังงานไร้สายได้เพียง 2 เมตรเท่านั้น

โครงการถ่ายโอนพลังงานในระยะไกลนี้เริ่มต้นในปี 2562 ได้รับการลงทุนจาก Powerco ของนิวซีแลนด์ โดยมีการตกลงร่วมกันในอุตสาหกรรมที่การใช้สัญญาณไมโครเวฟ ส่วนสัญญาณเลเซอร์เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพราะมีข้อเสียอย่างชัดเจน (รวมถึงอาจทำให้คนตาบอดหรือคนและสัตว์ที่หลงทางอาจถูกไฟคลอกได้) นอกจากนี้ เลเซอร์ยังถูกบล็อกได้จากเมฆปกคลุมอีกด้วย

แต่สัญญาณไมโครเวฟก็ต้องเผชิญกับข้อจำกัดเช่นกัน เนื่องจากมีเพียงบางความถี่เท่านั้นที่สามารถส่งผ่านอากาศได้โดยไม่เกิดการสูญเสียพลังงานระหว่างทาง 

แอร์บัสกล่าวว่า สนใจพลังงานแสงอาทิตย์จากอวกาศเพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเครื่องบินไฟฟ้าในอนาคต แทนที่การพกพาพลังงานทั้งหมดบนเครื่องบินสำหรับการบิน โดยเจ้าเครื่องบินสมมุติที่ว่านี้ อาจใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงเพื่อบินขึ้นและลงจอดเท่านั้น ส่วนพลังงานในการบินจะใช้พลังงานที่ส่งมาจากแสงอาทิตย์ในอวกาศ

นักวิจัยชาวแคนาดาเคยทดสอบแนวคิดนี้ในช่วงปี 1980 โดยส่งพลังงานผ่านคลื่นไมโครเวฟจากเสาอากาศภาคพื้นดินไปยังโดรนขนาดเล็ก ในการสาธิตครั้งล่าสุด โดรนสามารถบินด้วยพลังงานไมโครเวฟอย่างเดียวเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง

ความฝัน 100 ปีของเทสล่า ระบบไฟฟ้าไร้สายกำลังจะกลายเป็นจริง

อุปสรรคจากอดีต ความเป็นไปได้ในปัจจุบัน

คำถามคือ จะเกิดอุปสรรคใดบ้างในการถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สาย เพราะอาจมีปัจจัยหลายอย่างที่ขัดขวาง ตั้งแต่สิ่งที่สามารถ “ต่อต้าน” การจ่ายพลังงานแสงอาทิตย์ภาคพื้นดินไปจนถึงอุปสรรคในการส่งพลังงานแสงเป็นระยะทางหลายร้อยหรือหลายพันกิโลเมตร

และเป็นไปได้ว่าการถ่ายโอนพลังงานแบบไร้สาย อาจพบในการใช้งานอย่างอื่นได้อีกในอนาคตเช่น ในการส่งพลังงานเหนือภูมิประเทศที่อันตราย ทุรกันดาร หรือเหนือลำน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก การให้พลังงานแก่พื้นที่ชายขอบที่อยู่ห่างไกล หรือการเปิดไซต์ใหม่เพื่อการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน

ไฟฟ้าไร้สายเป็นความฝันอายุ 100 ปีของนิโคลา เทสลา ที่อาจกลายเป็นจริงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การถือกำเนิดขึ้นของการชาร์จแบบไร้สาย รถยนต์ไฟฟ้า 5G และความต้องการความยั่งยืนในการใช้พลังงานที่มากขึ้น ได้นำไปสู่การผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีการส่งสัญญาณไร้สายที่ใช้งานได้เต็มรูปแบบในส่วนต่างๆ ของโลกแล้วในทศวรรษนี่

ตั้งแต่ Wave Inc. ของอเมริกา ไปจนถึง Space Power Technologies ในญี่ปุ่น และ Emrod บริษัทสตาร์ทอัพด้านพลังงานของนิวซีแลนด์ มีหลายบริษัทที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีการส่งพลังงานแบบไร้สาย การทดสอบภาคสนามได้เริ่มขึ้นแล้ว

และเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะได้เห็นว่า ใครจะเป็นรายแรกๆ ในการแข่งขันนี้เพื่อนำเสนอโซลูชันไฟฟ้าไร้สายที่มีประสิทธิภาพ ประหยัด และใช้งานได้จริง เพราะมีทั้งประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้

ไม่ว่าจะเป็นเทสลาที่หมกมุ่นอยู่กับแนวคิดของเขาเกี่ยวกับพลังงานไร้สาย เขาสร้างสถานีส่งสัญญาณไร้สายในลองไอส์แลนด์ (เรียกว่า Tesla หรือ Wardenclyffe Tower) ซึ่งเขาเชื่อว่ามันจะสามารถแสดงให้เห็นว่า การส่งกระแสไฟฟ้าไร้สายระยะไกลเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ น่าเสียดายที่นักลงทุนของ J.P. Morgan ปฏิเสธที่จะให้เงินทุนเพิ่มเติมสำหรับการทดลองของเขาในเวลานั้น และโครงการก็ปิดตัวลงในปี 1906 และพังยับเยินในเวลาต่อมา

Nikola Tesla อาจเสียชีวิตในปี 1943 โดยที่ความฝันของเขาเกี่ยวกับไฟฟ้าไร้สายยังไม่สิ้นสุด เพราะในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา การทดลองและการศึกษาจำนวนหนึ่งพิสูจน์ให้ชาวโลกได้เห็นแล้วว่า นักประดิษฐ์อัจฉริยะผู้นี้อาจมาถูกทางแล้วในการใช้สายดินแทนสายไฟ เป็นสื่อกลางในการส่งพลังงานไร้สาย

ในปัจจุบัน วิธีการต่างๆ ของการส่งผ่านพลังงานแบบไร้สายกำลังได้รับการพัฒนา และการวิจัยกำลังดำเนินต่อไปเพื่อดำเนินการเหล่านี้ในวงกว้าง เช่น

ความฝัน 100 ปีของเทสล่า ระบบไฟฟ้าไร้สายกำลังจะกลายเป็นจริง


การส่งพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านดาวเทียม (Solar satellite transmission)

วิธีนี้คือการใช้ดาวเทียมพลังงานแสงอาทิตย์ที่อยู่ในวงโคจรสูงของโลกเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นพลังงาน โดยพลังงานนี้ประกอบด้วยสัญญาณไมโครเวฟที่จะถูกส่งไปยังเสาอากาศบนพื้นดินหรือไปยังสถานีกริดหลัก จากนั้นสัญญาณจะถูกส่งไปยังสถานีฐานซึ่งจะแปลงไมโครเวฟเป็นไฟฟ้ากระแสตรง ที่สถานีกริด ไฟฟ้าจะถูกแปลงเป็นแพ็กเก็ตพลังงาน คล้ายกับแพ็กเก็ตข้อมูลอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะถูกส่งไปยังบ้านแต่ละหลังและเก็บไว้ในเครื่องรับพลังงาน

เมื่อเร็วๆ นี้ Caltech ได้ประกาศว่าสมาชิกคณะกรรมการ Donald Bren ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ Irvine Company จะบริจาคเงิน 100 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงการ Space Solar Power Project (SSPP) ของ Caltech 

โครงการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเครือข่ายพลังงานไร้สายที่ใช้ดาวเทียมและสัญญาณไมโครเวฟซึ่งสามารถจ่ายพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอทุกที่บนโลก เป้าหมายต่อไปคือ ความสำเร็จในการถ่ายโอนพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงได้ในระยะทางไกล

พลังงานไร้สายไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปสำหรับนิวซีแลนด์

สตาร์ทอัพด้านพลังงาน Emrod ได้ทดลองใช้ระบบส่งพลังงานไร้สายทางไกลต้นแบบในนิวซีแลนด์แล้ว หากการทดสอบสำเร็จ จะนำไปสู่การผลักดันแผนของรัฐบาลนิวซีแลนด์ในการส่งพลังงานไร้สายทั่วประเทศ 

ว่ากันว่า ‘Emrod’ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนิโคลา เทสลา นักวิทยาศาสตร์ซึ่งเคยพิสูจน์ให้โลกเห็น การจ่ายไฟฟ้าให้กับหลอดไฟที่มีระยะทางไกลกว่า 3 กิโลเมตรเมื่อปี 1890

เกรก คุชนีร์ (Greg Kushnir) ผู้ก่อตั้ง ‘Emrod’ กล่าวว่า “เราได้พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการส่งพลังงานแบบไร้สายระยะไกลมาสักระยะหนึ่งแล้ว อาจฟังดูล้ำสมัยและน่าอัศจรรย์ แต่มันเป็นกระบวนการที่ทำซ้ำได้นับตั้งแต่เทสลาเคยทำ”

วิธีการก็คือ พวกเขาใช้เสาอากาศในการส่งพลังงานไฟฟ้าที่ถูกแปลงเป็นคลื่นไมโครเวฟและบีบมันให้แน่นจนเข้มข้นคล้ายกับลำแสง แล้วยิงไปยังจุดรับ สิ่งที่ต้องการคือจุดอ้างอิงสายตาที่ไม่มีอะไรมาขวางกั้นจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ซึ่งโดยปกติแล้วจะอยู่บนที่สูง เหมาะกับภูมิประเทศที่เป็นภูเขาของนิวซีแลนด์ จากนั้นตัวรับสัญญาณที่มีชื่อว่า “Rectenna” จะแปลงสัญญาณนั้นกลับเป็นไฟฟ้าและนำไปใช้งาน

ตัวส่งพลังงาน “จะปิดการส่งพลังงานทันที ก่อนที่วัตถุใด ๆ เช่นนก หรือเฮลิคอปเตอร์จะมาสัมผัสลำแสงหลักได้” และเสาส่งสัญญาณสามารถทำงานได้ในทุกสภาพอากาศ (รวมทั้งฝน หมอก หรือฝุ่นละออง) ข้อจำกัดมีเพียงเส้นสายตาระหว่างสองจุด โดยมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยจากโครงสร้างพื้นฐาน ค่าบำรุงรักษาและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเล็กน้อยซึ่งน้อยกว่าการวางสายปกติ

คุชนีร์มั่นใจว่าความสำเร็จครั้งนี้ของ ‘Emrod’ จะเป็น “ก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ที่จะพาเราไปสู่ระดับต่อไป และการยิงลำแสงก็เป็นเทรนด์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในด้านพลังงาน”

จนถึงนาทีนี้ เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทศวรรษใหม่ของศตวรรษที่ 21 ความต้องการโซลูชันพลังงานสะอาดและไร้ขีดจำกัดกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และไฟฟ้าไร้สายก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่หากเป็นไปได้จะเป็นคุณประโยชน์อย่างมหาศาลต่อมนุษยชาติ เพราะมันจะเข้ามาแทนแหล่งพลังงานแบบดั้งเดิม (ที่กำลังส่งสัญญาณหายนะขึ้นเรื่อยๆ) และยังมีศักยภาพในการปฏิวัติภาคส่วนพลังงานสะอาด และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่า ทำไมจึงมีการพัฒนาที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมายในโลกของเรา

 

อ้างอิง:

https://interestingengineering.com/culture/welcome-to-the-age-of-wireless-electricity

https://techcrunch.com/2022/10/04/wireless-power-company-emrod-beams-550-w-across-an-airbus-warehouse/

National Geographic Thailand


 

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดสีเขียวขยายตัว ไทยเร่งโตแซงโลก เปิดทางธุรกิจ BCG -เศรษฐกิจหมุนเวียน

ตลาดสีเขียวขยายตัว ไทยเร่งโตแซงโลก เปิดทางธุรกิจ BCG -เศรษฐกิจหมุนเวียน