
จับตานโยบายสีเขียวจาก Sunak จะแทนที่ Truss ได้หรือไม่?
การได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม และนายกรัฐมนตรีอังกฤษอังกฤษคนใหม่ของ Rishi Sunak อาจเป็นเรื่องน่ายินดี แต่กลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกำลังจับตามองว่านโยบายช่วยโลกจากนายกอังกฤษคนใหม่นี้ จะดีกว่าที่ Truss เคยทำไว้หรือไม่?
แม้ว่านโยบายสิ่งแวดล้อมในยุคสมัยของทรัสส์จะดูสิ้นหวังสำหรับประชาชนชาวสหราชอาณาจักร แต่จากที่ Sunak ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา เสมือนเป็นการจุดประกายความหวังใหม่อีกครั้ง (ซึ่งแม้ว่าบางส่วนจะมองว่าริบหรี่เหลือเกิน) เขายืนหยัดว่าจะยังคงรักษาตามนโยบายที่พรรคอนุรักษ์นิยมเคยให้ไว่ คือลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 และจะโฟกัสไปที่การเป็นรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
นโยบายสิ่งแวดล้อมกับวิธีปฎิบัติที่สวนทาง
วิธีสร้างความประทับใจแรกพบ แน่นอนว่าย่อมเป็น ‘แต้มต่อ’ ที่จะทำคะแนนให้กับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก ไปจนถึงขั้นตัดสินว่าชอบหรือไม่ชอบเลยก็ได้ ซึ่งการดำเนินงานด้านพลังงานครั้งแรกของทรัสส์ คงอาจพูดได้เต็มปากว่า ‘ไม่น่าประทับใจนัก’
นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลทรัสส์เคยให้ไว้ ว่าด้วยเรื่องอังกฤษจะลดการปล่อยคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ตามเป้าที่ตั้งไว้ในปี 2050 แต่ทุกอย่างกลับเริ่มพังทลายลงอย่างช้าๆ
การทำเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเริ่มกลับไปอยู่จุดเดิมก่อนการมีกฎหมายสิ่งแวดล้อมควบคุม จากการที่รัฐบาลพยายามสั่งแบนการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์จากพื้นที่เกษตรกรรมในสหราชอาณาจักร
ทั้งยังอนุญาตให้ขุดเจาะปิโตรเลียมด้วยเทคนิค “Fracking” ระบบการขุดเจาะน้ำมันแบบฉีดน้ำผสมสารเคมีจำนวนมหาศาลลงใต้ดิน เพื่อลดราคาน้ำมันดิบ เพราะลงทุนต่ำแถมยังได้ปริมาณน้ำมันและผลตอบแทนแบบอื้อซ่า แต่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล ท่ามกลางเสียงค้านจากส.ส.ในพรรคกว่า 40 คน ถือเป็นการทำให้กฎหมายสิ่งแวดล้อมภายใต้กฎหมายสหภาพยุโรปอ่อนแอลงอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงกับองค์กรณ์ด้านสิ่งแวดล้อมค่อนข้างเป็นไปในทิศทางลบมากกว่าในทางบวก ไม่ว่าจะกับราชสมาคมเพื่อการคุ้มครองนก ( RSPB ), the Wildlife Trusts, หรือองค์การอนุรักษ์แห่งชาติ (the National Trust)
ความหวังเมื่อลมเปลี่ยนทิศ
Shaun Spiers ผู้อำนวยการบริหารด้านสิ่งแวดล้อมจาก Think Tank - Green Alliance มองว่า ยังถือเป็นเรื่องดีที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่แห่งสหราชอาณาจักร ‘Rishi Sunak’ ยังยืนยันว่าเขาจะทำตามนโยบายที่ทางพรรคเคยให้ไว้ (Manifesto 2019) ซึ่งหนึ่งในนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมคือลดการปล่อยคาร์บอนจนเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 ในขณะที่แนวทางปฎิบัติของรัฐบาลชุดเก่ากลับไม่แยแสต่อนโยบายดังกล่าว
Philip Dunne ประธานคณะกรรมการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมและเป็นหนึ่งในสมาชิกรัฐสภา ยังให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า Sunak เป็นคนที่รับฟังถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และเขาเชื่อว่าสหราชอาณาจักรจะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนจนกลายเป็นศูนย์ได้ แม้เขาจะต้องมาตามเก็บกวาดจากสิ่งที่ทรัสส์เคยทำไว้ อย่างการฉีกกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทิ้ง แต่ Dunne ก็เชื่อว่า Sunak จะพิจารณาในเรื่องนี้เป็นอย่างดีและกอบกู้กฎหมายเพื่อสิ่งแวดล้อมขึ้นมาใหม่
ในขณะที่ Craig Bennett หัวหน้าผู้บริหาร the Wildlife Trusts หวังว่าความสัมพันธ์ขององค์กรกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ จะดีกว่าในยุตของรัฐบาลทรัสส์ แม้ว่าเรายังไม่เห็นผลงานเขาอย่างเป็นรูปธรรม แต่ Sunak ดูเป็นคนที่เปิดกว้าง มีตรรกะและเหตุผลมากกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีทรัสส์
นอกจากนี้ในการประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 (COP 26) Sunak ยังได้เดินทางไปเข้าร่วมงานดังกล่าว ทั้งยังเห็นด้วยที่จะทำให้ระบบเศรษฐกิจของอังกฤษเป็นศูนย์กลางของการเงินสีเขียว หรือ Green Finance ในเมื่อ“โลกการเงิน” เปรียบเสมือนเสาหลักของทุนนิยม และตอใหญ่ของปัญหา Climate Change ที่ทุกการดำเนินกิจการในธุรกิจล้วนส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม การเกิดขึ้นของ Green Finance จะเข้ามาพลิกบทบาท และลบคำปรามาสว่า โลกทุนนิยมก็สามารถดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่พัฒนาต่อไปสู่ความยั่งยืนได้เช่นกัน
แม้เส้นทางสายรักษ์โลกของ Sunak อาจได้รับกระแสในเชิงบวกจากผู้สนับสนุนและผู้มีความหวังหลายราย แต่ยังไงก็ตามสำหรับผลงานอย่างเป็นรูปธรรม เราคงต้องจับตาดูแนวทางปฎิบัติของนายกรัฐมนตรีหน้าใหม่แห่งสหราชอาณาจักรรายนี้ไปยาวๆ ว่าจะสามารถดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายที่เคยให้ไว้ และมีดีสมคำร่ำลือหรือไม่?
ข้อมูลอ้างอิง







