posttoday
รวมกันเราอยู่! Netflix จับมือ Microsoft หมากใหม่ในสมรภูมิเดิม?

รวมกันเราอยู่! Netflix จับมือ Microsoft หมากใหม่ในสมรภูมิเดิม?

08 สิงหาคม 2565

หลัง Netflix ประกาศจับมือกับ Microsoft แล้ว อนาคตของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเบอร์ต้นของโลกจะไปต่อได้ไหม? โอกาสการถูกเข้ารวบกิจการจะเป็นดีลลับที่ถูกซุกไว้ใต้พรมหรือไม่?

      แม้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา Netflix จะเผยผลประกอบการออกมาว่ามียอดสมาชิกลดลงเกือบ ‘ล้านคน’ แต่ความคิดเห็นของนักลงทุนกลับแตกเป็น 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายที่เชื่อว่า Netflix ยังบริหารจัดการส่วนนี้ได้ดี จากตอนแรกที่คาดไว้ว่าอาจมีสมาชิกหายไปราว 2 ล้านคน ส่วนอีกฝ่ายกลับมองว่าจากนี้ต่อไปเส้นทางของ Netflix คงไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่เคยเป็นมา ทั้งการเก็บเงินผู้ใช้เพิ่ม นโยบายการแชร์พาสเวิร์ด และเทียบกับความเป็นจริงที่ว่าท่ามกลางการแข่งขันบริหารสตรีมมิงที่เดือดดาลกันมากในปัจจุบัน ราคาหุ้นของ Netflix เอง ดิ่งยับไปแล้วกว่า 67% จนถึงปัจจุบัน

รวมกันเราอยู่! Netflix จับมือ Microsoft หมากใหม่ในสมรภูมิเดิม?

สมรภูมิเดือด ตลาดสตรีมมิ่ง

      ทุกวันนี้ตลาดสตรีมมิ่งถือว่าเป็นไปอย่างเดือดดาลมาก ผู้ให้บริการด้านสตรีมมิ่งผุดกันขึ้นมาราวกับดอกเห็ดทั้งไทยและเทศ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Disney Plus, Viu, WeTV,  iQIYI ” และอีกหลายแพลตฟอร์มที่ยังไม่ได้เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทย เช่น Amazon Prime หรือ HBO MAX โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 การเข้ามาของสตรีมมิ่งเหล่านี้ล้วนเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับชมรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ไปอย่างสิ้นเชิง

 

      ในขณะเดียวกันที่ผู้ใช้ทั่วโลกจำนนมากเริ่มหันมาใช้ระบบนี้มากขึ้น ตลาดสตรีมมิ่งยิ่งเพิ่มการแข่งขันกันอย่างดุดัน ทั้งการให้บริการผลิตซีรีส์ รายการ และภาพยนตร์ออกมาจำนวนมาก สร้างตัวเลือกและแรงดึงดูดให้กับผู้ชมจนยอมควักกระเป๋ายอมเสียค่าบริการเพื่อจะได้รับชมเนื้อหาดีๆจำนวนมาก แต่คำถามคือด้วยเนื้อหาที่อัดแน่นมหาศาลขนาดนี้ มันมากเกินความจำเป็นสำหรับผู้ชมหรือไม่ ?

 

      มีความเห็นที่น่าสนใจจากประธานของช่อง Fandor บริการสตรีมมิงที่เน้นภาพยนตร์ต่างประเทศและสารคดีนอกกระแสว่า ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของตลาดสตรีมมิ่งตอนนี้คือ การสร้างเอกลักษณ์ ความโดดเด่น ว่าแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆอย่างไร เพราะสุดท้ายแล้วผู้บริโภคจะเหนื่อยที่ต้องตามสมัครทุกแพลตฟอร์ม และจะมองหาเฉพาะแพลตฟอร์มที่มีความแปลกใหม่และแตกต่าง ทุกวันนี้ทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งมีความคล้ายคลึงกันไปหมด และ Disney Plus ดูจะเป็นแพลตฟอร์มที่ได้เปรียบมากที่สุด

      แม้ตลาดสตรีมมิ่งจะบูมเป็นอย่างมากในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผู้คนไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านได้ การที่สถานการณ์โรคระบาดเริ่มดีขึ้น หลายประเทศเริ่มมีการผ่อนปรนให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตปกติ ก็ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคของการเติบโต  แต่สิ่งที่จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ปพลตฟอร์มต่างๆเกิดการชะลอตัวคือ ผู้บริโภคจำนวนมากกำลังประสบกับปัญหา "การสมัครรับข้อมูลที่มากเกินไป" การเริ่มรัดเข็มขัดเรื่องค่าใช้จ่ายและเลือกสมัครเฉพาะแพลตฟอร์มที่น่าสนใจดูจะสอดคล้องกับสถานการณ์โลกปัจจุบันมากที่สุด

รวมกันเราอยู่! Netflix จับมือ Microsoft หมากใหม่ในสมรภูมิเดิม?

ถูกลงแต่มีโฆษณาคั่น Package ใหม่ถูกใจผู้ใช้งาน ?

      จัดได้ว่าเป็นพันธมิตรใหม่ทางธุรกิจเลยทีเดียวเมื่อ Netflix หันหน้าเข้าจับมือกับ Microsoft ในการออกแบบระบบให้มีโฆษณาคั่น แต่ราคาถูกลงกว่าเดิม เพื่อสร้างแรงจูงใจในการดึงดูดผู้สมัครใหม่ๆ ซึ่ง Netflix ให้เหตุผลว่า Microsoft เป็นบริษัทที่เหมาะสมที่สุดในจุดๆนี้ เพราะนอกจากจะสามารถดูแลจัดการเรื่องเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี ยังมีระบบที่ช่วยป้องกันความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานที่ดีอีกด้วย

 

 

      ทางฝั่ง CEO จาก Microsoft เปิดเผยความรู้สึกผ่านแพลตฟอร์มทวิตเตอร์ว่าเขารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้รับการคัดเลือกจากบริษัทสตรีมมิ่งเบอร์ต้นของโลกให้มาดูแลเทคโนโลยีด้านการโฆษณาและการขาย เขาอยากให้ผู้เผยแพร่โฆษณามีแพลตฟอร์มที่สามารถสร้างรายได้ระยะยาวได้ แถมผู้คนยังสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่ชอบได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

 

 

      ส่วนทางด้าน Netflix ชี้เป้าหมายระยะยาวอย่างชัดเจนว่า พวกเขาจะเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค และจะเพิ่มประสบการณ์แบบพรีเมี่ยมสำหรับบริษัทใดก็ตามที่ต้องการลงโฆษณา การจับมือกันระหว่างเบอร์ใหญ่จากสองอุตสาหกรรมในครั้งนี้ ที่ฝั่งหนึ่งเป็นยักษ์ใหญ่แหงวงการสตรีมมิ่ง ส่วนอีกฝั่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี ถือเป็นความน่าสนใจที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง

 

 

      สำหรับ Package เดิมที่มีอยู่แล้วและไม่มีโฆษณา ในเบื้องต้น ทาง Netflix ยังไม่ได้เปิดเผยว่ามีแผนใหม่ๆเรียกเก็บเงินสมาชิกเพิ่มเป็นจำนวนเท่าใด แต่หลังจากช่วงต้นปีที่ผ่านมาที่ Netflix ประกาศเลิกจ้างพนักงานหลายร้อยตำแหน่งแถมยังเสียยอดสมาชิกไปเกือบล้าน ทำให้หลายฝ่ายอาจเกิดความลังเลว่า Netflix ยังสามารถอยู่รอดไปได้อีกสักกี่น้ำ ?

 

โอกาสถูกควบ หลังเป็นพันธมิตรทางการค้า

      การประกาศเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้ หลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นการปูทางไปสู่การขายธุรกิจของ Netflix ให้กับ Microsoft ซึ่งทางนักวิเคราะห์อาวุโสจาก Needham บริษัทจัดการสินทรัพย์ชื่อดังตั้งแง่ว่าความร่วมมือในครั้งนี้ว่า เป็นไปได้ที่อาจมีวาระบางอย่างซ่อนเร้นไว้ Microsoft ไม่ใช่พาร์ทเนอร์ด้านโฆษณาที่ดีที่สุดแน่ๆ ซึ่งหากลองย้อนมองไทม์ไลน์ดีๆแล้ว Microsoft ไม่เคยยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้านธุรกิจโฆษณาสำหรับ Third party มาก่อน ทาง Netflix เองหากจะเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการโฆษณาจริงๆ ก็ยังมีตัวเลือกเฟี้ยวๆในมืออีกเยอะ

 

 

      การที่เลือก Microsoft เข้ามาในจุดนี้ เป็นไปได้สูงว่า Netflix อาจกำลังวางแผนออกจากธุรกิจ ซึ่ง Microsoft ก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเมื่อเทียบก็ Google แล้ว Microsoft ไม่ได้ถูกเพ่งเล็งจากหน่วยงานกำกับดูแลว่าจะตัวผูกขาดตลาดขนาดนั้น ถ้า Google จะเข้าซื้อจริงๆ ยังไงก็ไม่มีทางผ่านด่านหน่วยงานกำกับดูแลเป็นแน่

 

 

      สิ่งที่น่าสนใจของดีลนี้คือ Microsoft จะสามารถนำ Xbox Game Pass เข้ามาใช้ควบคู่ไปกับการสตรีมมิ่งบน Netflix ได้ ถือเป็นการเปิดประตูคอนเทนต์บานใหม่ที่ไม่แน่ใจว่าจะสวยหรูจริงไหมในอนาคต เพราะผู้บริโภคก็อาจเกิดการตั้งคำถามว่าในเมื่อฉันซื้อ Package มาเพื่อดูภาพยนตร์ การมีโฆษณาคั่นก็ถือว่าขัดอารมณ์เกือบเท่าตัวแล้ว ไหนจะมีเกมเข้ามาในตัวแพลตฟอร์มอีก ก็ดูเหมือนว่าวัตถุประสงค์หลักของการใช้งานจะถูกเบนไปพอสมควร

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ