posttoday

กระบองเพชรกู้โลก ทางเลือกใหม่อุตสาหกรรมเครื่องหนังที่ไม่ทำร้ายโลก

11 กรกฎาคม 2565

อุตสาหกรรมเครื่องหนังถือเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ทั้งเฟื่องฟู แต่ก็ยังถูกวิจารณ์จากการทารุณสัตว์และใช้สารเคมีรุนแรงในการผลิตที่แน่นอนว่าเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ทางเลือกใหม่จากวัสดุธรรมชาติ ‘หนังจากต้นกระบองเพชร’ จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

          ‘หนังจากต้นกระบองเพชร’ ทางเลือกใหม่จากอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ไม่ส่งผลร้ายต่อโลก ด้วยความที่วัสดุทั้งหมดล้วนมาจากธรรมชาติ และสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ หรือเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งล่าสุดแม้แต่ตัวพ่อจากวงการรถยนต์อย่าง ‘Mercedes-Benz’ ยังเปลี่ยนมาใช้วัสดุหนังเทียมจากต้นกระบองเพชรในการตกแต่งภายในรถ EV ช่วงต้นปี 2022 ที่ผ่านมา

 

กระบองเพชรกู้โลก ทางเลือกใหม่อุตสาหกรรมเครื่องหนังที่ไม่ทำร้ายโลก

หนังจากต้นกระบองเพชรผลิตขึ้นมาได้อย่างไร?

          อย่างที่เราทราบกันดีและคงเคยเห็นผ่านหูผ่านตามาจากภาพยนตร์หลายเรื่องว่า ประเทศเม็กซิโกถือเป็นดินแดนหนึ่งที่อุดมไปด้วย ‘ต้นกระบองเพชร’ คนท้องถิ่นจำนวนมากจึงหาวิธีดึงเจ้าต้นหนามนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการนำมาทำเป็นอาหาร และล่าสุดบริษัทสตาร์ทอัพอย่าง Desserto โดยสองคู่หูอันเดรียน โลเปซ เบลาร์เด (Adrián López Velarde) และมาร์เต กาซาเรซ (Marte Cázarez) ก็ค้นพบวิธีนำกระบองเพชรมาแปรรูปเป็นหนังเทียมที่ปลอดมลพิษ ดีต่อโลกและยังดีต่อใจ

          โดยหลังจากการซุ่มวิจัยและพัฒนาอยู่ราว 2 ปี พวกเขาเลือกที่จะนำกระบองเพชรพันธุ์ Opuntia จากฟาร์มออร์แกนิคมาใช้ เริ่มจากการตัดใบกระบองเพชรและนำมารีดให้แห้ง ผึ่งแดดเป็นเวลา 3 วันจนได้ระดับความชื้นที่เหมาะสม จากนั้นนำไปผสมกับสารเคมีที่ไร้สารพิษ ไม่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และยึดติดกับแผ่นรองเพื่อยืดให้เป็นหนัง แค่นี้ก็พร้อมสำหรับการนำไปตัดเย็บต่อเป็นเครื่องประดับ เสื้อผ้า กระเป๋า หรือรองเท้าแล้ว

 

          Desserto จะเลือกใช้ใบกระบองเพชรเพียง 2-3 ใบสำหรับการผลิตแผ่นหนัง 1 เมตร และจะเลือกเก็บเฉพาะใบที่โตเต็มวัยเท่านั้นเพราะจะไม่ทำให้แกนของกระบองเพชรบุบสลาย ซึ่งใน 6-8 เดือนต่อไป ใบของเจ้าต้นกระบองเพชรก็สามารถงอกขึ้นมาใหม่ให้ได้เก็บเกี่ยวกันอีกครั้ง ซึ่งหากเทียบกับวิธีการผลิตหนังอื่นๆแล้ว การแปรรูปเจ้าต้นหนามนี้ถือว่าไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมเลย

กระบองเพชรกู้โลก ทางเลือกใหม่อุตสาหกรรมเครื่องหนังที่ไม่ทำร้ายโลก

ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมกับหนังเทียมจากกระบองเพชร

          พืชจำพวกกระบองเพชร ถือเป็นพืชที่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ทนต่อสภาพแห้งแล้ง ซึ่งถือว่าตอบโจทย์เป็นอย่างมากในอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาสภาพอากาศ แถมยังสามารถสร้างงรายได้ที่ดีให้กับสำหรับเกษตรกรในท้องถิ่น  นอกจากนี้ กระบองเพชรยังอาศัยน้ำน้อยมากในการเจริญเติบโต แค่น้ำจากธรรมชาติอย่างน้ำฝนก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้น้ำผ่านระบบการผลิต ซึ่งในการผลิตหนัง 1 กิโลกรัมจะใช้น้ำเพียง 200 ลิตรเท่านั้น เมื่อเทียบกับการเลี้ยงวัวที่ดื่มน้ำเฉลี่ยวันละ 200 ลิตรแล้วหนังเทียมจากกระบองเพชรสามารถช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 164,650% เมื่อเทียบกับการผลิตหนังจากสัตว์

          ในส่วนของการดูดซับคาร์บอน กระบองเพชรยังสามารถทำงานเป็นแหล่งดูด CO2 ชั้นดี ซึ่งจากพื้นที่การเพาะปลูกกว่า 14 เอเคอร์ของ Desserto คาดว่าเจ้ากระบองเพชรเหล่านั้นจะสามารถช่วยดูดซับ CO2 ได้มากถึง 8,100 ตันต่อปี

กระบองเพชรกู้โลก ทางเลือกใหม่อุตสาหกรรมเครื่องหนังที่ไม่ทำร้ายโลก

หนังเทียมจากกระบองเพชร vs. หนังจากสัตว์

          ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมแฟชั่นและเครื่องหนังมักกล่าวว่า ‘หนังสัตว์’ มีความเป็นธรรมชาติมากกว่า แถมอายุการใช้งานยังยืดยาวหลายปีหากเทียบกับพวกหนังสังเคราะห์แล้ว  นอกจากนี้ยังมีข้ออ้างเพิ่มเติมอีกว่า หนังสัตว์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะถือว่าเป็นผลพลอยได้จากเนื้อสัตว์ ซึ่งถือเป็นประเด็นที่เราควรพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง

          ประเด็นแรก หนังสัตว์ถูกซื้อมาจากอุตสาหกรรมผลิตเนื้อสัตว์ นั่นหมายความว่ามีการการจ่ายเงินเพื่อสนับสนุนให้เกิดการผลิต เพราะฉะนั้น หนังสัตว์จึงเป็นผลิตภัณฑ์ร่วม ไม่ใช่ผลพลอยได้ ตามที่กล่าวอ้างไว้

          ประเด็นที่สอง แม้ว่าเราจะคำนวณแค่สัดส่วนของสัตว์ที่ใช้ทำหนังเพียงอย่างเดียวเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้ง คาร์บอนฟุตพริ้นท์ ปริมาณการใช้น้ำ และมลภาวะทางเคมีก็ยังถือว่าสูงมาก

          ในส่วนของหนังเทียมจากกระบองเพชรที่เราได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว เรื่องความทนทานทาง Desserto ก็รับประกันมาว่าสามารถใช้ได้ยาวนานนับสิบๆปี 

กระบองเพชรกู้โลก ทางเลือกใหม่อุตสาหกรรมเครื่องหนังที่ไม่ทำร้ายโลก

จะไปรอดไหม? อนาคตหนังเทียมจากกระบองเพชร 

          หากจะถามว่าในอนาคต หนังเทียมจากต้นกระบองเพชรจะสามารถตอบโจทย์และไปรอดในระยะยาวไหม ก็ตอบได้เลยว่าอนาคตนั้นสดใสแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นพืชที่เติบโตได้ในสภาพอากาศแห้งแล้ง ใช้น้ำน้อยแล้ว ประสิทธิภาพการดูดซับคาร์บอนยังไม่เป็นสองรองใคร และสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย

          สำหรับราคาในปัจจุบันด้วยความที่มีเพียงแค่ Desserto แบรนด์เดียวที่สามารถผลิตได้ ราคาตามท้องตลาดอาจจะยังสูงเกินเอื้อมสำหรับใครหลายๆคน แต่เราเชื่อว่าเทรนด์ในอนาคต เมื่ออุตสาหกรรมต่างๆเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมและปรับปรุงสินค้าให้มีความ Eco-friendly มากขึ้น ทั้งอาจค้นพบวัสดุทางชีวภาพใหม่ๆที่มาทดแทนหนังสัตว์ได้ ราคาของหนังเทียมจากกระบองเพชร คาดว่าจะเป็นที่จับต้องได้มากกว่านี้ และเจ้าต้นหนามต้นนี้คงไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกปล่อยผ่านอย่างแน่นอน

 

ข้อมูลอ้างอิง:

 

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?