
สิ่งน่าสนใจจาก WWDC2022 งานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ของ Apple
งานแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ของ Apple ถือเป็นที่น่าจับตาแก่ผู้ใช้งานจนถึงบริษัทคู่แข่ง แน่นอนว่ามีการเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ จนถึงชิปประมวลผลรุ่นใหม่ วันนี้เราจึงพาทุกท่านไปรับชมรายละเอียดสำคัญภายในงานว่ามีการเปิดตัวอะไรบ้าง
ทุกคนย่อมรู้จักเทคโนโลยีจากบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังอย่าง Apple หลายท่านถึงขั้นเป็นแฟนตังยงที่ใช้งานสินค้าของบริษัทนี้มากมาย บางรายอาจเคยเพียงได้ยินชื่อหรือพบเห็นอุปกรณ์เหล่านี้มา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือหนึ่งในยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
นั่นทำให้งาน WWDC2022 ของทาง Apple เป็นที่น่าสนใจและจับตามองแทบทุกปี โดยเฉพาะกับบรรดาผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Apple อยู่ก่อน หรือแม้แต่คนนอกเอง เพราะจะช่วยเป็นการเร่งให้บรรดาคู่แข่งต้องแข่งขันพัฒนาเพื่อนำเทคโนโลยีให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
แต่สำหรับท่านที่ไม่รู้จักงานนี้มาก่อน เราคงต้องขอเท้าความประกอบความเข้าใจเสียหน่อย
WWDC2022 งานแสดงเทคโนโลยีครั้งใหญ่ประจำปี
WWDC2022 หรือ Apple Worldwide Developers Conference 2022 งานประชุมนักพัฒนา เปิดตัวซอฟต์แวร์และผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี ภายในงานมีการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงการอัพเดทระบบและโปรแกรมต่างๆ ที่จะเกิดภายในปีนี้
ภายในงานนอกจากการเปิดตัวสินค้าหรือการอัพเกรดของทาง Apple แล้ว อีกสิ่งที่น่าสนใจคือ งานประกวดแอปพลิเคชั่นระดับเยาวชน ที่ผู้ชนะจะได้รับรางวัลและบินไปเข้าร่วมงานนี้ถึงสำนักงานใหญ่ของบริษัท ที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ และได้เชิญเด็กไทยเข้าร่วม 12 คน
แน่นอนเมื่อพูดถึง Apple สิ่งแรกที่ทุกคนพากันคิดถึงคือ Iphone หนึ่งในเรือธงตัวสำคัญ ทุกคนต่างจับตามอง Iphone 14 ที่เคยมีข่าวลือจะออกวางจำหน่ายในปีนี้ น่าเสียดายที่คราวนี้ยังไม่มีการพูดถึง แต่ก็ยังมีการอัพเดทซอฟต์แวร์และผลิตภัณฑ์อื่นที่น่าพูดถึงไม่แพ้กัน
IOS 16 อัพเกรดชุดใหญ่ที่จะเปลี่ยนหน้าจอ Iphone
หนึ่งในช่วงที่ผู้ใช้ Iphone เฝ้ารอคือการอัพเกรดระบบปฏิบัติการใหม่ ออกมาเป็น ระบบปฏิบัติการ IOS 16 ที่ได้รับการปรับปรุงหลายจุด แม้ไม่มีระบบใหม่น่าตื่นตาแต่เป็นการอัพเกรดที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในหลายด้าน ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งได้อิสระและเข้ากับการใช้งานของตัวเองมากขึ้น และมีการเพิ่มฟีเจอร์น่าสนใจมากมาย เช่น
- ตกแต่งหน้าจอ lock screen ให้มีการแสดงผล ธีม และไอค่อนได้อิสระ รวมถึงแสดง ผลข้อมูลบนหน้าจอมากขึ้น ทั้งผลการแข่งขันกีฬา, เช็คระยะทางจากแผนที่, การแสดงผลตำแหน่งรถส่งอาหาร ฯลฯ
- ระบบ iMessage สามารถแก้ไขและยกเลิกข้อความที่ส่งไปภายใน 15 นาที รวมถึงทำเครื่องหมายข้อความให้ยังไม่อ่านได้
- ระบบ Share with you รองรับการทำงานพร้อมกันหลายคนและการแชร์หน้าจอระหว่างวีดีโอคอล
- Icloud shared photo Family ที่ทำให้เราสามารถอนุมัติภาพที่ต้องการให้เห็น จากนั้นสมาชิกในครอบครัวจะมองเห็นภาพนั้นทันที
- Home app เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายในบ้านจากโทรศัพท์มือถือ สามารถตรวจสอบสถานะของอุปกรณ์ภายในบ้าน และเข้าถึงกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ได้หลายจอพร้อมกัน
- Car play รองรับการเชื่อมต่อกับรถในสหรัฐฯกว่า 91%แสดงข้อมูลและสถานะของตัวรถโดยละเอียด ทั้งความเร็ว, อุณหภูมิ, เวลา, ระยะทาง, เครื่องปรับอากาศ และสามารถปรับแต่งให้เข้ากับผู้ใช้งานได้สะดวก
- รองรับการเล่นเกมยิ่งขึ้น โดยสามารถนำคันบังคับจากเครื่องเกม Nintendo Switch มาใช้ในการเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการนี้ได้แล้ว และยังสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบเดียวและคู่อีกด้วย
น่าเสียดายเมื่อมีการเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ย่อมหมายถึงขีดความสามารถการรองรับของรุ่นเก่า ทาง Apple ได้ออกมาประกาศว่า อุปกรณ์ที่สามารถใช้งาน IOS16 ได้ต้องเป็น Iphone 8 ขึ้นไปเท่านั้น ทำให้รุ่นต่ำกว่านั้นทั้งหมดโดยเฉพาะ Iphone 6 -7 ทุกรุ่นไม่สามารถรับการอัพเกรดครั้งนี้ได้อีก
ยกระดับการรักษาสุขภาพกับ watchOS 9
แน่นอนว่าหน้าจอแสดงผลถูกเพิ่มขึ้นมาให้เลือกใช้มากถึง 4 แบบ ให้ผู้ใช้งานปรับแต่งสีสัน ฟอนต์อักษรและตัวเลขมากขึ้น เพิ่มความง่ายในการใช้งาน แต่จุดเด่นในคราวนี้คือระบบด้านสุขภาพ ที่สามารถตรวจวัดข้อมูลเชิงลึกเพื่อให้สามารถรักษาสุขภาพดียิ่งขึ้น
เริ่มจากการออกกำลังกายที่ช่วยให้ผู้ใช้รู้ถึงระดับการออกกำลังแบบเรียลไทม์ แสดงผลการใช้กำลังการวิ่งให้เหมาะสม รองรับประเภทกีฬาการว่ายน้ำ โดยระบบสามารถตรวจจับติดตามผลการว่ายน้ำของผู้ใช้งาน นำมาคำนวณเป็นตัวเลขและความเร็ว เพื่อนำมาสรุปผลการออกกำลังกายในแต่ละวันได้
ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ในการอัพเกรดคือ AFib History การติดตามภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะผ่านแอปเปิลวอช ที่สามารถบันทึกจำนวนครั้งที่เกิดและสรุปผลออกมาเป็นประวัติ ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอลความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบแจ้งเตือนการกินยาอย่างละเอียดที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเงื่อนไขและข้อมูลของยาได้ดียิ่งขึ้น
อีกหนึ่งไม้เด็ดในการอัพเกรดครั้งนี้คือ Sleep Stage ระบบตรวจสอบคุณภาพการนอนหลับและนำมาสรุปผลเป็นตัวเลข โดยสามารถบันทึกและแสดงค่าออกมาได้ทั้งแบบรายวันและสัปดาห์ และในกรณีพบความผิดปกติเกิดขึ้นระหว่างการนอน ยังสามารถส่งข้อมูลนำไปวิเคราะห์บนแอปพลิคชั่นบนไอโฟนได้อีกด้วย
MacBook Air และการมาถึงของชิปรุ่นใหม่ M2
หนึ่งในสิ่งเรียกเสียงฮือฮาย่อมเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง MacBook Air ด้วยความหนาเพียง 11.3 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1.24 กิโลกรัม จอภาพขนาด 13.6 นิ้ว ความสว่างมากกว่ารุ่นก่อน 25% กล้องหน้าชัด 1080p โดยมีแบตเตอรี่อยู่ได้นาน 18 ชั่วโมง และระบบ Fast Charge ที่ทำให้แบตเตอรี่ไปถึง 50% ในเวลาเพียง 30 นาที
MacBook Air สนนราคาอยู่ที่ 1,199 เหรียญ ตีเป็นเงินไทยราว 41,500 บาท โดยจะเริ่มวางขายในเดือนกรกฎาคมนี้
ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการเปิดตัวชิป Apple M2 ถือเป็นชิปประมวลผลขนาด 5 นาโนเมตรรุ่นที่ 2 มีจุดเด่นคือ Memory banwidth 100GB/s เร็วกว่ารุ่นก่อนถึง 50% ซึ่งจะช่วยให้ CPU เร็วขึ้นกว่าเดิม 18%, GPU เร็วขึ้น 35%, Neural Engine ที่เร็วขึ้นอีก 40% โดยจะประเดิมการใช้งานรุ่นแรกใน MacBook Air และ MacBook Pro รุ่นใหม่นับจากนี้
นอกจากในส่วนเครื่องรุ่นใหม่และชิปประมวลผลใหม่ ระบบปฏิบัติการก็ได้รับการพัฒนาเช่นกัน macOS Ventura มีระบบบริหารหน้าจอที่ดียิ่งขึ้น และสามารถใช้งานเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นของ Apple ได้โดยไร้รอยต่อ ทั้งการเชื่อมต่อวีดีโอคอลหรือกล้องที่สามารถทำได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยมีกำหนดอัพเดทให้ใช้งานในช่วงปลายปี
แต่แม้จะได้รับการอัพเกรดขึ้นขนาดนี้คอเกมก็อาจยังผิดหวังเพราะไม่สามารถรันเกมในกราฟิก 1080p ที่ 60fps ได้อยู่ดี
Pass key เมื่อการล็อกอินไม่ต้องใช้รหัสผ่านอีกต่อไป
ถือเป็นบริการใหม่ของ Apple ที่จับมือกับทาง Microsoft และ Google ที่เริ่มมีการพัฒนาล็อกอินแบบไร้รหัสผ่าน แต่ไม่ใช่ว่าเราจะไม่ป้องกันและให้ใครเข้าถึงข้อมูลของเราโดยง่าย แต่สามารถขอรหัสล็อกอินเพื่อเชื่อมอุปกรณ์ทั้งหมดของเราเข้าด้วยกัน โดยสามารถใช้การล็อกอินอุปกรณ์ชิ้นเดียว จากนั้นก็นำไปสแกนก็จะล็อกอินอุปกรณ์และแอปพลิเคชั่นทั้งหมดได้
โดยรหัสของ Pass key จะมีการซิงก์ข้ามอุปกรณ์ของ Apple ผ่าน iCloud Keychain ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานโปรแกรมหรือเข้าถึงไอดีต่างๆ ที่มีมากในปัจจุบัน ผ่านการสแกนหน้าหรือนิ้วมือของโทรศัพท์ อีกทั้งสามารถนำไปล็อกอินกับอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่ของ Apple ด้วยการแสกน QR code แบบเดียวกับการล็อกอิน Line บนคอมพิวเตอร์อีกด้วย
ด้วยระบบนี้เองจะทำให้การที่การจดจำไอดีหรือรหัสผ่านของเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นมากมายลดลง ช่วยให้เราสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งเมื่อมีการจับมือกับอีกสองบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ เพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้สูงอายุรวมถึงคนที่ใช้งานรหัสหลายชุด ที่จากนี้พวกเขาจะสามารถใช้แค่นิ้วหรือใบหน้าแทนรหัสผ่านได้มากมาย
และเมื่อประเมินจากบริษัทที่ร่วมมือด้วย คาดว่าระบบปฏิบัติการอื่นก็น่าจะได้รับการผลักดันออกมาในไม่ช้า ถือเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน ที่จะช่วยลดความปวดหัวจากอุปกรณ์และรหัสผ่านมากมายที่เรามีอยู่
ที่มา
https://www.macthai.com/2022/06/07/apple-confirm-iphone-6s-6s-plus-7-7-plus-se-unsupport-ios-16/
https://www.macthai.com/2022/06/07/ios-16-support-nintendo-switch-joy-con/
https://www.macthai.com/2022/06/07/ios-16-update-lockscreen-and-edit-unsend-imessage/
https://www.tomshardware.com/news/apple-m2-gpu-analysis







