
ผลรับฟังร่าง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ผู้ตอบ 72.42% ค้าน ห่วงการเมืองแทรกแซงงบ
ผลรับฟังร่างกฎหมายไทยพีบีเอส 72.42% ค้าน ห่วงเปลี่ยนเงินภาษีจัดสรรเป็นงบรายปีเปิดช่องการเมืองแทรกแซง ส่วน 27.18% หนุน ชี้เพิ่มตรวจสอบและคุมวินัยการคลังรัฐ
KEY
POINTS
- ผู้ตอบแบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส 72.42% ไม่เห็นด้วย โดยกังวลว่าการพึ่งงบประมาณรายปีอาจเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซง
- ร่างกฎหมายเสนอให้ยกเลิกเงินบำรุงองค์การจากภาษีสุราและยาสูบ แล้วเปลี่ยนเป็นรับเงินอุดหนุนผ่านงบประมาณประจำปี
- ข้อเสนอจากการรับฟังความคิดเห็นมีทั้งให้ชะลอร่างกฎหมาย จัดงบผูกพันระยะยาว และตั้งกลไกอิสระพิจารณางบประมาณ
เมื่อวันที่ 28ตุลาคม 2569 ผลรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์รัฐสภาต่อร่างแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ที่เสนอโดย นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยกับคณะ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 72.42% ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่าการเปลี่ยนไปใช้งบประมาณรายปีอาจกระทบความเป็นอิสระด้านการเงินและเนื้อหาข่าวสาร ขณะที่ 27.18% เห็นด้วย เพราะมองว่าจะช่วยให้การใช้จ่ายเป็นไปตามหลักวินัยการคลังและตรวจสอบได้
การรับฟังความคิดเห็นจัดผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา ระหว่างวันที่ 30 กันยายนถึง 14 ตุลาคม 2569 มีผู้เข้าชม 434,814 คน และมีผู้ตอบแบบสอบถาม 124,602 คน ในจำนวนนี้ไม่ระบุความคิดเห็น 0.40%
ร่างกฎหมายเสนอเปลี่ยนระบบจัดสรรเงิน
ร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดยนายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ
สาระสำคัญคือยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงองค์การจากภาษีสุราและยาสูบในอัตรา 1.5% ซึ่งมีเพดานไม่เกินปีละ 2,000 ล้านบาท และส่งตรงให้ไทยพีบีเอสโดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน จากนั้นเปลี่ยนเป็นการจัดสรรเงินอุดหนุนผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยมีเป้าหมายปรับโครงสร้างและกำหนดมาตรฐานวินัยการเงินการคลังให้เป็นแนวทางเดียวกัน
เหตุผลของผู้เห็นต่างและผู้สนับสนุน
ผู้ไม่เห็นด้วย ซึ่งมีประมาณ 90,256 คน มองว่ารายได้จากภาษีจัดสรรเป็นหลักประกันความเป็นอิสระทางการเงิน หากต้องพึ่งงบประมาณรายปี ฝ่ายการเมืองอาจใช้การจัดสรรหรือตัดลดงบเป็นเครื่องมือต่อรองหรือแทรกแซง จนกระทบสถานะสื่อสาธารณะและเสถียรภาพการผลิตรายการระยะยาว รวมถึงรายการสำหรับเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง
ส่วนผู้เห็นด้วย ซึ่งมีประมาณ 33,859 คน ระบุว่าการใช้งบประมาณรายปีจะช่วยสร้างเอกภาพด้านวินัยการคลัง และเปิดให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบความคุ้มค่าและประสิทธิภาพการใช้เงินภาษีได้ทุกปีงบประมาณ
ข้อเสนอจากการรับฟังความคิดเห็น
ข้อเสนอที่รวบรวมได้ ได้แก่ ชะลอการพิจารณาร่างกฎหมายจนกว่าจะศึกษาผลกระทบและกำหนดหลักประกันความเป็นอิสระให้ชัดเจน จัดงบผูกพันระยะ 3–5 ปีหรือกำหนดงบขั้นต่ำไว้ในกฎหมาย และตั้งคณะกรรมการอิสระร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาวงเงิน
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและการผลิตรายการ พร้อมให้หน่วยงานภายนอกประเมินผลสัมฤทธิ์ รวมถึงปฏิรูปการบริหารและเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน
แหล่งทื่มาประกอบ : รัฐสภาไทย







