posttoday
คดีบัตรเลือกตั้ง69 บาร์โค้ดผ่าน 8 ต่อ 1 ศาลแนะ กกต. คุ้มครองความลับผู้ลงคะแนน

คดีบัตรเลือกตั้ง69 บาร์โค้ดผ่าน 8 ต่อ 1 ศาลแนะ กกต. คุ้มครองความลับผู้ลงคะแนน

28 กันยายน 2569

ศาลรัฐธรรมนูญชี้คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง 69 ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ส่วนบาร์โค้ดผ่านมติ 8 ต่อ 1 พร้อมแนะ กกต. ป้องกันการเชื่อมตัวตนกับคะแนน

KEY

POINTS

  • ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 วินิจฉัยว่าการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และไม่ละเมิดสิทธิผู้ลงคะแนน
  • คดีนี้เกิดจากความกังวลว่ารหัสบนบัตรเลือกตั้งอาจถูกใช้เพื่อสืบทราบตัวตนผู้ลงคะแนน ซึ่งจะทำให้การลงคะแนนไม่เป็นไปโดยลับ
  • ศาลได้เสนอแนะให้ กกต. กำหนดมาตรการคุ้มครองความลับของผู้ลงคะแนนอย่างเข้มงวด และจัดเก็บบัตรเลือกตั้งอย่างรัดกุมเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

 

เปิดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีบัตรเลือกตั้ง 69

ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเรื่องพิจารณาที่ ต. 30/2569 กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องให้วินิจฉัยการใช้รหัสคิวอาร์และรหัสแท่งบนบัตรเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยศาลวินิจฉัยว่าการใช้รหัสทั้งสองประเภทไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

 

ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่า ได้รับเรื่องร้องเรียน 22 คำร้อง เกี่ยวกับการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ กำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีรหัสคิวอาร์ (QR Code) และรหัสแท่ง (Barcode) ผู้ร้องเรียนเห็นว่ารหัสดังกล่าวอาจใช้สืบทราบตัวตนผู้ลงคะแนนและผลการลงคะแนน ทำให้การออกเสียงไม่เป็นไปโดยลับ จึงขอให้ศาลพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

 

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ เอกฉันท์ ว่า การใช้รหัสคิวอาร์บนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ส่วนการใช้รหัสแท่งบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ศาลมีมติ เสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 ว่าไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ขณะที่ตุลาการเสียงข้างน้อยเห็นว่า รหัสแท่งที่สามารถสืบย้อนถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ

 

อย่างไรก็ตาม ศาลเสียงข้างมากเห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดีส่งผลต่อความไว้วางใจของประชาชนต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง จึงระบุว่า กกต. และคณะควรกำหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้งโดยคำนึงถึงการป้องกันการปลอมแปลงและการทุจริตอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยไม่ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่สามารถเชื่อมโยงตัวตนผู้มีสิทธิเลือกตั้งกับผลการลงคะแนน

ศาลยังระบุว่า ควรกำหนดมาตรการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งที่พิพาทอย่างรัดกุมและเข้มงวดเป็นการเฉพาะ เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลการลงคะแนนโดยผิดกฎหมาย ทั้งนี้ คู่กรณีสามารถคัดถ่ายสำเนาคำวินิจฉัยได้เมื่อพ้น 15 วันนับจากวันอ่านคำวินิจฉัย 

คลิกอ่านคำวินิจฉัย

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด บิว ภูริพล ชิงทอง 4x100 ม. เอเชียนเกมส์ เช็กช่องถ่ายทอดสด

ถ่ายทอดสด บิว ภูริพล ชิงทอง 4x100 ม. เอเชียนเกมส์ เช็กช่องถ่ายทอดสด