posttoday
6 แรงกดดันเขย่ารัฐบาลอนุทิน ก่อนเข้าสู่โค้งการเมืองร้อน

6 แรงกดดันเขย่ารัฐบาลอนุทิน ก่อนเข้าสู่โค้งการเมืองร้อน

24 สิงหาคม 2569

ปลายสิงหาคมถึงต้นกันยายน รัฐบาลอนุทินเผชิญแรงกดดันพร้อมกันทั้งคดีทุจริต ศึกซักฟอก งบประมาณ ไฟใต้ และเศรษฐกิจปากท้อง

KEY

POINTS

  • รัฐบาลอนุทินเผชิญแรงกดดันจากคดีทุจริตสำคัญ 2 คดี คือ คดีสอบท้องถิ่น 9,000 ล้านบาท และคดีฮั้ว สว. ซึ่งฝ่ายค้านเตรียมใช้เป็นประเด็นหลักในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
  • ความท้าทายในสภาจากการพิจารณากฎหมายสำคัญ เช่น พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน และร่างงบประมาณปี 2570 รวมถึงความขัดแย้งภายในจากการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ
  • เผชิญปัญหานอกสภา ทั้งสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

 

ปลายเดือนสิงหาคมกำลังกลายเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เมื่อแรงกดดันหลายด้านกำลังบรรจบในเวลาใกล้เคียงกัน ตั้งแต่คดีทุจริตระดับประเทศ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ การพิจารณากฎหมายสำคัญ การแต่งตั้งข้าราชการ ไปจนถึงสถานการณ์ความมั่นคงและปัญหาเศรษฐกิจ

 

แต่ละเรื่องอาจยังไม่ถึงขั้นทำให้รัฐบาลเสียหลัก หากเกิดขึ้นแยกกัน ทว่าเมื่อทุกปัจจัยมารวมตัว สิ่งที่รัฐบาลต้องรักษาจึงไม่ใช่เพียงเสียงข้างมากในสภา แต่คือ “ความชอบธรรม” ในสายตาประชาชน

 

คดีสอบท้องถิ่น 9,000 ล้าน เผือกร้อนถึงรัฐบาล

คดีทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นถูกจับตาอย่างหนัก หลังพบวงเงินสะพัดที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสูงถึง 9,000 ล้านบาท และมีข้อกล่าวหาความผิดปกติหลายขั้นตอน ตั้งแต่การแก้คะแนนสอบ ไปจนถึงการช่วยเหลือผู้สมัครบางกลุ่ม

ความอ่อนไหวเพิ่มขึ้นเมื่อข้อมูลการตรวจสอบเริ่มพาดพิงถึงบุคคลระดับสูง ขณะที่ฝ่ายค้านเตรียมนำประเด็นการอนุมัติและการโยกย้ายข้าราชการในอดีตมาเชื่อมโยงถึงนายกรัฐมนตรี

วันที่ 31 สิงหาคม จึงเป็นเดดไลน์สำคัญในการพิจารณาเพิกถอนผู้ที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต และกลายเป็นปัญหาที่ส่งแรงกดดันจากส่วนกลางลงไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นิด้าโพลตามข้อมูลชุดนี้ระบุว่า 62.75% มองประเด็นดังกล่าวว่าจะกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลมากที่สุด

 

ฮั้ว สว. 229 ราย เดิมพันความน่าเชื่อถือ

อีกคดีสำคัญคือความผิดปกติในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นกันยายน กกต. ต้องพิจารณาว่าจะดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน หรือไม่

ข้อมูลการไต่สวนยังเชื่อมโยงถึงผู้ถูกร้องลำดับที่ 228 ว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งและกำหนดโควตา สว. อย่างไรก็ตาม ประเด็นทั้งหมดต้องรอข้อยุติจากกระบวนการพิจารณา

หากผลการตัดสินของ กกต. ถูกสังคมตั้งคำถาม ความเสียหายอาจไม่หยุดอยู่ที่คดี แต่ย้อนกลับมากระทบความชอบธรรมของรัฐบาลโดยตรง

 

ศึกซักฟอก จากเกมเสียงสู่เกมความเชื่อมั่น

 

ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติ โดยวางคดีสอบท้องถิ่นและฮั้ว สว. เป็นประเด็นหลักในการโจมตีรัฐบาล

แม้รัฐบาลยังมีเสียงสนับสนุนในสภาค่อนข้างเข้มแข็ง แต่เดิมพันสำคัญอาจไม่ใช่เพียงผลโหวต หากฝ่ายค้านสามารถทำข้อมูลจน “ชนะใจประชาชน” ได้ รัฐบาลก็อาจผ่านสภาแต่บอบช้ำในทางการเมือง

 

เงินกู้ 4 แสนล้าน-งบปี 2570 แนวรบในสภา

 

รัฐบาลยังต้องรับมือการพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะถูกตรวจสอบหนัก โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการรองรับ Data Center

นอกจากนี้ยังมีวาระแก้รัฐธรรมนูญและร่างงบประมาณปี 2570 ซึ่งอาจกลายเป็นเวทีขยายความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน รวมถึงความสัมพันธ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาลเอง

 

โยกย้ายข้าราชการ เพิ่มรอยร้าวในระบบ

 

ช่วงปลายเดือนสิงหาคมยังเป็นฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายทหาร ตำรวจ และข้าราชการระดับสูง

 

หลายตำแหน่งถูกตั้งคำถามเรื่องอาวุโส คุณสมบัติ และความเหมาะสม โดยเฉพาะในกระทรวงสำคัญอย่างมหาดไทยและพลังงาน

 

หากการแต่งตั้งถูกมองว่าเป็น “Power Play” หรือการข้ามลำดับอาวุโส ก็อาจสร้างแรงต้านภายในระบบราชการ ซึ่งเป็นกลไกหลักที่รัฐบาลต้องใช้ขับเคลื่อนนโยบาย

 

ไฟใต้ 51 จุด ซ้ำเติมภาพความมั่นคง

 

เหตุการณ์ป่วนพร้อมกัน 51 จุด ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเป้าหมายรวมถึงสถานที่ราชการและ อปท. กำลังสร้างคำถามต่อประสิทธิภาพของมาตรการความมั่นคง โดยเฉพาะใน 6 อำเภอที่รัฐบาลเพิ่งยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 

สถานการณ์ยังขยายไปสู่ประเด็นสิทธิมนุษยชน หลังมีข้อกล่าวหาเรื่องการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ใส่ประชาชน ซึ่งฝ่ายความมั่นคงปฏิเสธ ขณะที่รอมฎอน ปันจอ เรียกร้องให้มีการตรวจสอบโดยกลไกอิสระ

 

เลือกตั้งซ่อม-ม็อบ-ปากท้อง ตัวแปรนอกสภา

 

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 การเลือกตั้งซ่อมที่อุดรธานีจะเป็นอีกสนามวัดกระแสความนิยมรัฐบาล ขณะเดียวกันเริ่มมีการรวมตัวของกลุ่มเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพฯ และสงขลา

 

แต่แรงกดดันที่ใกล้ตัวประชาชนที่สุดยังคงเป็นเศรษฐกิจปากท้อง ทั้งค่าครองชีพ เงินเฟ้อ และราคาสินค้าเกษตร โดยสวนดุสิตโพลตามข้อมูลชุดนี้ระบุว่า ประชาชน 80% ต้องการให้การเมืองให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเหล่านี้

 

ปลายสิงหาคมถึงต้นกันยายนจึงไม่ใช่เพียงช่วงที่รัฐบาลต้องผ่านเสียงโหวตในสภา แต่เป็นช่วงที่ต้องพิสูจน์ว่ายังสามารถรักษาความเชื่อมั่นไว้ได้หรือไม่

เพราะเสถียรภาพของรัฐบาลไม่ได้วัดจากจำนวน สส. ที่ยกมือสนับสนุนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า เมื่อคำถามใหญ่หลายเรื่องถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ประชาชนยังเชื่อในคำอธิบายของรัฐบาลมากแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อ-ผลประกอบการ Nvidia

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อ-ผลประกอบการ Nvidia